หน้าแรก > ธุรกิจบันเทิง > ข่าวบันเทิง   
  [ ฉบับที่ 1327 ประจำวันที่ 18-8-2012  ถึง 21-8-2012 ]

‘น็อต’ จับธุรกิจ ‘ยาหม่องกอลีล่า’วางเป้าเปิดตลาดไกลถึงอินเดีย

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
เป็นที่ทราบกันว่างานอาชีพ ในวงการบันเทิงนั้นเป็นอะไรที่ไม่ยั่งยืน จึงทำให้นักแสดงหลายๆ คนนั้นหันไปหาจับธุรกิจอย่างอื่น มาเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปด้วย..

อย่างนักแสดงหนุ่ม “น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์” ซึ่งถึงแม้จะยังมีงานการแสดงล้นมือ แต่ก็ยังหันมาศึกษาวิจัยคุณสมบัติของพริก และนำมาต่อยอดทำผลิตภัณฑ์ยาหม่อง โดยใช้เวลาไปเกือบ 3 ปีกว่าจะได้ยาหม่องภายใต้แบรนด์ “กอลีล่า” ออกมาวางขาย นอกจากนี้ เจ้าตัวยังฝันไกลขยายธุรกิจออกไปไกลถึงตลาดอินเดียอีกด้วย

“ผมเคยไปถ่ายรายการเกี่ยวกับรายการวิทยาศาสตร์แล้วได้มีโอกาสรู้จักกับดอกเตอร์คนหนึ่งคุยกันถูกคอ และผมสนใจเรื่องเกษตรกรรมอยู่แล้วก็เลยปรึกษาเขาว่าเราอยากทำธุรกิจพวกนี้จะทำอะไรดี แต่ไม่อยากที่จะปลูกผลไม้แล้ว ขายไปเป็นแค่ชาวสวน มันต้องพัฒนาเกษตรกรไทยไปอีกขั้นแปรรูปในสิ่งที่เรามีและเพิ่ม มูลค่ามาให้ได้ พอคุยไปคุยมาเขาก็บอกว่าพริกชนิดนี้น่าสนใจ เพราะว่าพริกสามารถที่จะ เอาไปทำยารักษาโรคและเป็นอาหารสัตว์ อาหารคนได้”

“จากนั้นผมเริ่มศึกษา และมาปลูกพริกทำการวิจัยร่วมกับ สวทช. (สำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) และ สกว. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) ปลูกพริกพิโรธ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เผ็ดที่สุดในโลก โดยเราสร้างเป็นโรงเรือนขึ้นมา และคัดแยก สายพันธุ์ที่แข็งแรงออกมาสกัดความเผ็ด ซึ่งกว่าจะได้ใช้เวลาประมาณ 2 ปี ในตอนแรก เราต้องการขายความเผ็ดขายให้บริษัทที่ผลิตอาหารสัตว์และผลิตยา แต่มันเหลือไม่รู้จะ เอาไปทำอะไรเลยคิดว่าความเผ็ดของพริกนี่เอาไปทำประโยชน์อะไรได้อีก ก็เลยนำมาผลิต ยาหม่อง เพราะเป็นอะไรที่ใกล้ตัวทุกบ้านต้องมี”

“จากนั้นพอได้ผลิตภัณฑ์ออกมาก็เริ่มนำไปแจกฟรี พอมีคนชอบเลยลองทำขายดู และเริ่มมีคนสนใจซื้อไปใช้ก็เริ่มคิดว่าเราคงต้องทำแบบจริงจังแล้ว จากนั้นก็เลยไปศึกษา ตลาดยาหม่องในประเทศไทยว่ามีใครบ้าง ชนิดไหนบ้าง และนำมาเปรียบเทียบดูจุดเด่นจุดด้อย ของเราเพื่อจะพัฒนาต่อไป”

ส่วนเหตุผลที่ใช้ชื่อแบรนด์ว่า “กอลีล่า” หนุ่ม น็อตเผย เป็นเพราะความชอบส่วนตัว และอีกอย่างคือมองการณ์ไกลไปถึงว่าการนำลิงเผ่าพันธุ์เทพหนุมาน ที่ชาวฮินดูนับถือมาเป็นชื่อ สินค้า เพราะหวังขยายตลาด ยาหม่องของตนเองไปตลาด อินเดีย พร้อมทั้งพัฒนาให้เป็นสินค้าส่งออกของไทยในอนาคตด้วย

“การตลาดตอนนี้เป็นการเริ่มต้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์เพิ่งจะออกมา เริ่มจาก งานแรกไปขายที่งานของ สกว.มา 10 วัน ขายได้ประมาณหมื่นชิ้น ตอนนี้ก็พยายาม ที่จะขยับขยายตลาดไปวางขายในเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาอยู่ เพราะ เขายังไม่ค่อยเชื่อว่าสินค้าเราจะขายได้มั้ย ฉะนั้นเราต้องทำให้เขาเห็นว่ามันขายได้ แต่เท่าที่เราขายมาสำรวจตลาดแล้วกระแสตอบรับค่อนข้างดี คนซื้อไปแล้วจะกลับ มาซื้อใหม่ นอกจากนี้ ยังมีมาสั่งล็อตใหญ่ๆ เอาไปเป็นของแจกก็มี อาจเป็นเพราะ รูปแบบแพ็กเกจเราทันสมัยด้วย เพราะพยายามที่จะตีตลาดวัยรุ่น ส่วนเรื่องการเปิดตัวก็คงมี แต่เราต้องมีที่ขายเป็นหลักเป็นแหล่งก่อน”
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com