สยามธุรกิจ - เออีซีบีบคนไทยใช้ภาษาอังกฤษ คาดปีนี้มีคนเข้า เรียนเพิ่ม 20% ธุรกิจสอนภาษา ตื่นตัว ไอฟาส หาพันธมิตรเปิดอีกหลายภาษาวาดฝันศูนย์ภาษาอาเซียน ็วอลล์สตรีทิ บุกลูกค้าองค์กร ลุยสอนถึงนิคมอุตสาหกรรม ด้าน "ครูพี่แนน" ชี้หลักสูตรใช้ในชีวิตประจำวันบูมสุด คาดระยะยาวภาคติวเข้มแบบกวดวิชามีผลต่อการสอบเข้าทำงานแน่
ดร.วาทิน เฉลิมดำริชัย ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาภาษาไอฟาส กล่าวกับ "สยามธุรกิจ" ว่า ด้วยกลุ่มชาติสมาชิกอาเซียนได้กำหนดให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ หลังจากการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า ทำให้คนไทยตื่นตัวหันมาสนใจเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีภาษาอื่นที่คนไทยสนใจจะเรียนเพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเป็นจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และบรูไน เพราะเป็นภาษาที่มีคนใช้เป็นจำนวนมาก
ในส่วนของไอฟาส มีแผนการเปิดสอนภาษาอื่น นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ จากเดิมที่มีเพียงหลักสูตรภาษาไทยและอังกฤษ ส่วนภาษาอื่นๆ อย่างจีน หรือบาฮาซา จะดำเนินการต่อไป โดยอนาคตตั้งเป้าหมายให้ "ไอฟาส" เป็นศูนย์ภาษาอาเซียน
"หากเปิดเออีซีแล้วจะมีทั้งคนเข้า และออกในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งนี้ หากคนไทยจะไปยังประเทศอื่นในแถบอาเซียน ก็ควรจะพูดภาษาท้องถิ่น ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติของประเทศที่ตัวเองเข้าไปได้ด้วย"
เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีสถาบันสอนภาษาแห่งไหนดำเนินการสอนภาษาอาเซียนอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่ที่สอนจะเป็นภาษาจีนมากกว่า ในส่วนของไอฟาสจะเห็นภาพชัดเจนประมาณต้นปีหน้า ซึ่งขณะนี้กำลังคุยกับพันธมิตร เพราะหากจะเรียนภาษากันอย่างจริงจัง ต้องประมาณสัก 6 เดือนจึงจะเห็นผล เพราะนิสัยคนไทยจะไม่ค่อยกล้าพูดภาษาต่างประเทศเท่าไรนัก นอกจากนี้ยังมีแผนการขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดด้วย
ด้านนางพีรมาน วรุณพันธุลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน และผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้าองค์กร สถาบันสอนภาษาอังกฤษวอลล์สตรีท ประเทศไทย กล่าวว่า กระแสความตื่นตัวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดสถาบันสอนภาษาอังกฤษในภาพรวมมีอัตราการเติบโตมากขึ้น ทั้งนี้ วอลล์สตรีทได้เตรียมแผนการดำเนินงานการลงทุนในการผลักดันพัฒนาศักยภาพในการใช้ภาษาอังกฤษในการรุกตลาดในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่ทำมาโดยตลอด และโดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าประเภทองค์กร ที่มีความตื่นตัวอย่างมากขณะนี้
โดยที่ผ่านมาสถาบันได้เข้าไปร่วมมือกับลูกค้าองค์กรชั้นนำของประเทศในการพัฒนาศักยภาพภาษาอังกฤษ ที่มีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือในการเข้าไปจัดตั้งสถาบันของวอลล์สตรีทไปอยู่ในองค์กรต่าง ๆ ชั้นนำในประเทศที่ได้มีการร่วมลงทุนกัน อาทิ ร.พ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, การท่าเรื่อแห่งประเทศไทย, กระทรวงพาณิชย์, ธนาคารไทยพาณิชย์ (สำนักงานใหญ่), มหาวิทยาลัยมหิดล, S&P, KPMG เป็นต้น และการจัดกลุ่มของบุคลากรในองค์กรต่างๆ เข้ามาเรียนรู้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษกับทางสถาบัน
นอกจากนี้ ยังเห็นความสำคัญกับลูกค้าในต่างจังหวัด โดยการเปิดสถาบันอีก 1 สาขาสำหรับลูกค้าองค์กร ที่อีซี่ พลาซ่า 1 นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์น ซีบอร์ด จ.ระยอง ซึ่งต่างได้รับผลตอบรับที่ดีมาก และตั้งเป้าว่าจะขยายไปเปิดสาขาสำหรับลูกค้าองค์กรที่นิคมอุตสาหกรรมที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคต เพราะนิคมอุตสาหกรรมถือเป็นจุดสำคัญมากที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษเมื่อมี AEC เข้ามา จากกระแส AEC คาดว่า จะผลักดันให้ภาพรวมของตลาดสถาบันสอนภาษาเติบโตมากขึ้น โดยเราเชื่อว่าในปี 2555 จะมีนักเรียนใหม่เพิ่มขึ้นถึงกว่า 20 % จากปีที่ผ่านมา
นางสาวอริสรา ธนาปกิจ หรือครูพี่แนนผู้ร่วมก่อตั้ง Enconcept E-Academy เปิดเผยว่า โรงเรียนสอนภาษาในไทยจะแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ คือ โรงเรียนสอนภาษาที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็ไม่ได้มุ่งเน้นทฤษฎีแต่ให้ความสำคัญกับการให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการใช้งานจริงด้านต่างๆ เช่น โรงเรียนที่สอน Conversation หรือ Business English Course อีกส่วนคือโรงเรียนกวดวิชา ซึ่งจะติวภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในการสอบภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ
ซึ่งคิดว่าในระยะสั้นโรงเรียนสอนภาษาในลักษณะที่เน้นใช้งานในชีวิตประจำวัน จะได้รับอิทธิพลโดยตรงมากกว่า เนื่องจากคนที่อยู่ในวัยทำงาน ณ ปัจจุบัน จะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบทันทีเมื่อเปิดตลาดการเค้าเสรี AEC ส่วนในระยะยาวเชื่อว่าการกวดวิชาจะยิ่งเข้มข้นมาก |
|