หน้าแรก > เศรษฐกิจมหภาค > ข่าวเศรษฐกิจมหภาค   
  [ ฉบับที่ 1325 ประจำวันที่ 11-8-2012  ถึง 14-8-2012 ]

‘เคล็ดลับความสำเร็จของไทย’ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
เหลือเวลาอีกเพียง 2 ปีกว่าๆ เราจะก้าวเข้าสู่การเป็น “ประชาคมอาเซียน” อย่างสมบูรณ์ และวันที่ 8 สิงหาคมของทุกปี ถือเป็นดัง “วันชาติ” ของอาเซียน หลังจากที่วันเดียวกันนี้เมื่อ 45 ปีก่อน พันเอก ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอีก 4 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ลงนามใน “ปฏิญญากรุงเทพฯ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการก่อกำเนิดของอาเซียนในปัจจุบัน

การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กุญแจที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือการศึกษา ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มั่นคงและยั่งยืนอย่างเท่าเทียมกัน ยิ่งโลกสมัยใหม่ เศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงไปตามกระแส เกิดวิถีโลกใหม่ๆ จนยากแก่การรับมือ สำหรับประเทศไทยกำลัง อยู่ในช่วงเวลาของการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคม อาเซียน ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวิถีชีวิตของผู้คนในภูมิภาคนี้

ยืนยันจาก ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ซึ่งได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานมหกรรมการจัดการศึกษาท้องถิ่น ประจำปี 2555 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่า หลังจากสิ้นปีนี้ นับไปอีก 45 ปี ประเทศไทยจะต้องหาคนที่มีความรู้ความสามารถมารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียนอีกครั้ง ซึ่งไทยจะต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อมในทุกๆ ด้านเพื่อจะรับตำแหน่งนี้

“หลังจากเกิดประชาคมอาเซียน จะทำให้เศรษฐกิจในอาเซียนโตขึ้นอีก 10 เท่า เนื่องจากจะมีประชากรถึง 600 ล้าน คน ในจำนวนนี้ เป็นคนไทย 64 ล้านคน แน่นอนว่า ตลาดการ ค้าของไทยจะโตขึ้นอีก 10 เท่า มีมูลค่าตลาดเทียบกับจีดีพีถึง 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ”

ก่อนที่จะถึงวันนั้น ไทยจะต้องเตรียมพร้อมในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านการศึกษา เพราะการศึกษาสามารถที่จะสร้าง คน สร้างอนาคต และสร้างชาติ หากคนไทยมีการศึกษาน้อย ย่อมที่จะไม่มีบันไดให้เดิน และถ้าไม่มีการศึกษาก็จะไม่มีกุญแจ ที่จะไขไปสู่ความสำเร็จได้

เลขาธิการอาเซียน ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทย ยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่ ดูได้จากเด็กต่างจังหวัดกับ เด็กในเมือง มีโอกาสที่ไม่เท่ากัน วัดจากเมื่อมีการมอบทุนการ ศึกษา หรือมีการส่งเสริมอุดหนุนให้เด็กมีการศึกษาที่สูงขึ้น มัก จะเขียนเงื่อนไขที่เอื้อกับเด็กในเมือง เมื่อเป็นเช่นนี้ เด็กต่างจังหวัดที่มีสติปัญญาที่ดี ก็ยากที่จะได้รับการส่งเสริม

ดังนั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เป็นหน้าที่ของ รัฐบาลจะต้องทำให้เด็กทุกคนประเทศนี้ เป็นเลิศทางการศึกษาในภูมิภาคนี้ ต้องจัดระบบการศึกษาให้ทุกคนถึงจุดสุดยอดทางการศึกษา มีความเสมอภาค อย่ามีข้อยกเว้น ต้องทำ ให้ทุกคนเป็นอะไรก็ได้ในศักยภาพที่พวกเขามีอยู่ในฐานะที่เขา เป็นมนุษย์คนหนึ่ง แม้ว่าแต่ละคนจะเริ่มต้นไม่เท่ากัน แต่ถ้าการบริหารจัดการดี การเรียนการสอนดี มีการสนับสนุนที่ดี เชื่อว่าทุกคนก็มีสิทธิ์ถึงจุดสุดยอดของชีวิตของตนเองได้

“รัฐบาลจะต้องเร่งสร้างระบบที่ทุกคนเป็นเลิศ โดยการ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมปัญญา ไม่ใช่ใช้เพื่อสนองความสนุก และความมันส์ส่วนตัว เพราะทุกวันนี้เราใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิด ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาของเด็กไทย ประกอบกับคนไทยอ่าน หนังสือน้อยอีกด้วย ซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรของ ชาติในทุกระดับ ทั้งระดับอุดมศึกษา ในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก และในระดับที่เป็นเลิศทุกอย่าง ซึ่งระดับการศึกษาที่เป็นเลิศนั้น จะต้องครีเอทีฟ จะต้องสอนให้เด็กค้นคว้าหาข้อมูล สอนให้เด็กสังเคราะห์เป็น รวบรวมข้อมูลเป็น วิเคราะห์เป็น”

การใช้ชีวิตในยุคประชาคมอาเซียน ในยุคโลกาภิวัตน์นั้น สถาบันการศึกษาจะต้องเตรียมตัวลูกศิษย์ให้เตรียมพร้อมรับมือกับ 10 ระบบเศรษฐกิจ 600 ล้านคน ต้องเร่งปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การเรียนเฉพาะในห้องเรียน จะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะต่อแต่นี้ไป หมอจะไม่ได้เป็นหมอตลอดชีวิต นักบัญชีจะไม่ได้เป็นนักบัญชีตลอดชีวิต สถาปนิกจะไม่เป็นสถาปนิกตลอดชีวิต ดังนั้นการสอนลูกศิษย์ ต้องสอนให้เขาคิดเป็น ให้รู้จักสังเคราะห์เป็น ไม่ใช่สอนแต่จำ จำ และ จำ เพราะข้อมูลต่างๆ ทุกวันนี้ เพียงคลิกกูเกิล ก็สามารถที่จะหาคำตอบได้ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นในประชาคมอาเซียน ทุกคนจะต้องสามารถทำหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน

ความเปลี่ยนแปลงในยุคประชาคมอาเซียน ใครพร้อมกว่า ย่อมได้เปรียบ โดยเฉพาะ 8 สาขาอาชีพในอนาคตสามารถที่จะโยกย้ายการทำงานไปที่ไหนก็ได้ มีการเปิดเคลื่อน ย้ายแรงงานเสรี ทั้งสาขาการแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี ช่างสำรวจ และสาขาการท่องเที่ยวใน 32 ตำแหน่งงาน ซึ่งทั้ง 8 สาขาเป็นอาชีพที่ต้องมีการแข่งขันสูง ประเทศไทยจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ให้เป็นทั้งผู้รับและผู้ส่งแรงงานที่ดี ปี 2558 ไม่ได้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของอาเซียน แต่เป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญของอาเซียน ที่จะก้าวสู่การเป็นประชาคม ซึ่งจะเป็นการบ้านของคนไทยทั้งประเทศ ว่า เมื่อถึงเวลานั้น เราจะอยู่ในส่วนไหนของอาเซียน


 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com