หน้าแรก
> ข่าวปก >
ข่าวปก
[ ฉบับที่ 1324 ประจำวันที่ 8-8-2012 ถึง 10-8-2012 ]
|
ศึกซักฟอกเชิงพิธีกรรมเล่นงานยิ่งลักษณ์ทะลุถึงทักษิณ
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
ยังไม่รู้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด แต่ข้อกล่าวหาที่เด็ดแบบ หนังหัวม้วน ที่ปล่อยออกมาเรียกน้ำย่อยสื่อมวลชนน่าติดตามอย่างตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ปล่อยข้อหาตัวอย่างสร้างความตื่นเต้นถึง 5 ประเด็น สำคัญคือ ทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ราคายาง พาราตกต่ำ ทุจริตงบประมาณแก้ปัญหา น้ำท่วมกว่า 3.5 แสนล้านบาท และกรณีเขาพระวิหาร
พิจารณาเพียง 5 ประเด็นสามารถ มองผ่านไปถึง รัฐมนตรี ที่อยู่ในบัญชีซักฟอกของพรรคประชาธิปัตย์ได้ทันที ประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ และนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ
รายชื่อรัฐมนตรีดังกล่าวนั้น กลับ ไม่ใช่ เป้าหมายจริง ที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเล่นงาน แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่างหากที่จะกลายเป็นทีเด็ดเล่นงานในข้อกล่าวหารุนแรงคือ ล้มเหลวภาวะผู้นำ ดังนั้น เมื่อพิจารณารอบด้านแล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจงวดนี้จึงอยู่ที่จับตัวรัฐมนตรีมาเป็นตัวประกันแล้วลากโยงไปเชือดคอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อ กระทืบซ้ำเล่นงาน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้แบนติดดิน ไม่มีโอกาสกลับไทยได้อย่าง ปรองดอง ตามความต้องการของพรรคประชาธิปัตย์
ด้วยยุทธวิธีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเช่นนี้ จึงมีค่าเพียง การซักฟอกเชิงพิธีกรรม ราวกับใช้รัฐมนตรีและยิ่งลักษณ์เป็นเครื่องสังเวยไปสู่การเชือด คอหอย ทักษิณ อีกครั้ง เพราะ ทักษิณ เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของกลุ่มอำมาตย์ พรรคประชาธิปัตย์ และ กลุ่มมวลชนที่ต้องปลุกออกมาต้านการ กลับบ้านของทักษิณนั่นเอง
เอาเป็นว่า พรรคประชาธิปัตย์เล่น ซักฟอกเชิงพิธีกรรม เช่นนี้ เนื่องจากรู้อยู่เต็มอกว่า ในแง่ของเสียง รัฐบาลที่ยังมีความเหนียวแน่น เป็นเอกภาพแล้ว นักสังหารทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์จะเก่งเชี่ยวชาญอย่างใดย่อมไม่ ชนะ แน่นอน ดีไม่ดีหลังการซักฟอก พรรคร่วมรัฐบาล คงกอดคอร้องเพลง สุขกันเถอะเรา เสียงดังลั่นทำลายขวัญกำลังใจของนายอภิสิทธิ์ต้องขวัญหนีดีฝ่อไปกันใหญ่
เมื่อแกนนำพรรคประชาธิปัตย์รู้ทั้งรู้ว่า ไม่มีทางชนะแล้ว การสร้างราคาทาง การเมืองเพื่อเรียกแขกให้ตื่นเต้นจึงเป็นงานถนัดของพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นประจำ นายอภิสิทธิ์บอกว่า นายบัญญัติ บรรทัดฐาน จะเป็นประธานคณะรวบรวม ข้อมูลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นั่นก็คือ เป็น เสนาธิการ บัญชาการแผนการทำลายรัฐบาลและทักษิณให้อยู่หมัดนั่นเอง
นายอภิสิทธิ์ ประเมินว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจคงเป็นหลังการแถลงผลงานรัฐบาลเมื่อครบ 1 ปี ซึ่งคาดว่าคงเป็น ช่วงเวลาปลายเดือนสิงหาคม ดังนั้น ในเดือนกันยายนจะเป็นคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างราบรื่น
กำหนดการรัฐบาลมีวาระสำคัญในสภาอย่างน้อย 2 ประการ คือ กลางเดือน สิงหาคมถกงบประมาณประจำปี 2556 จากนั้นปลายสิงหาคมต้องแถลงผลงานต่อ สภาในรอบ 1 ปี รัฐบาลยิ่งลักษณ์เริ่มทำ งานเป็นทางการหลังการแถลงนโยบายต่อสภาเมื่อ 23 สิงหาคม 2554
ด้วยเหตุนี้ การอภิปรายงบประมาณ 2556 และวิจารณ์ผลงานรอบ 1 ปีของรัฐบาลจึงทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาส ทั้งลับปาก อุ่นเครื่อง และเก็บข้อมูลไปเล่นงานในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เป็นเบื้องต้น มีความจริงประการหนึ่งคือ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ต้องการเล่นงาน ยิ่งลักษณ์ เพื่อกระทบชิ่งไปถึง ทักษิณ แล้ว ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 158 ระบุให้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเข้าไปทดแทนด้วย แน่ละ นายอภิสิทธิ์ต้องเป็น นายกรัฐมนตรี ตัวเลือกที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเสนอ ซึ่งจะเป็นคนอื่นไม่ได้แน่ เดี๋ยวจะเสียทางมวยพรรคการเมืองใหญ่ผู้มากด้วยชั้นเชิง แต่ประชาชนไม่ประทับใจผลงานสมัยเป็นรัฐบาลเอามากๆ
ประเมินได้ว่า เมื่อถึงวันอภิปรายไม่ ไว้วางใจแล้ว ข้อกล่าวหาสารพัดจะมุ่งตรง ไปเล่นงาน ทักษิณ ทั้งกรณีความไม่สงบชายแดนภาคใต้ เขาพระวิหาร รวมไปถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นที่คาใจในสมัยทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีจะดังกระหึ่มในห้องประชุมสภา ไม่ได้ดูถูก ดูแคลนพรรคประชาธิปัตย์เลย หากจะระบุกันตรงๆ ว่า ไร้ข้อมูลเล่นงาน ยิ่งลักษณ์ ให้พังพาบไปกับเกมการเมืองด้วยปากนักสังหาร อาชีพจากพรรคที่เต็มไปด้วยนักการ เมืองประเภท ดีแต่พูด เนื่องจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้โต้ตอบทางการเมือง เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานจนประชาชนมีความเห็นตรงกันในด้านการทำงานของรัฐบาล
ผลการสำรวจความเห็นของ เอ แบคโพลล์ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์ยังระบุว่า คนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 52.2 ยังไม่เห็นด้วยในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะรัฐบาลยังทำงานได้ดี และ เกรงจะมีความวุ่นวาย
พิจารณาเพียงแค่นี้ ย่อมมองเห็นกองเชียร์จากประชาชนให้กำลังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แล้วนับประสาอะไรที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีข้อมูลระดับ ลึกสุดยอด มาเล่นงานยิ่งลักษณ์ได้ หากไม่ขุดหรือ สร้างข้อมูลเท็จ มาสร้างเรื่องราวให้เกิดประเด็นทางการเมืองตามความถนัด ในอดีตของพรรคประชาธิปัตย์
ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังวางแผน สร้างฉากการเมืองอย่าง รัดกุมอยู่ในขณะนี้ คือ การขุดคดีของ ยิ่งลักษณ์ ที่ให้ข้อมูลเท็จในคดี ทักษิณร่ำรวยผิดปกติ จนศาลสั่งให้ยึดทรัพย์บางส่วนเป็นของแผ่นดิน ชื่อ ยิ่งลักษณ์ ในคดีให้การเท็จนั้น เริ่มกลายเป็นประเด็นทางการเมือง ตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 ซึ่งนายแก้วสรร อติโพธิ กล่าวหาไว้
แก้วสรร เป็นคนที่มีมิตรภาพและสัมพันธ์แนบแน่นกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างสนิทแน่น ด้วยรูปการ พรรค ประชาธิปัตย์ต้องเต็มไปด้วยข้อมูลทางคดีข้อกล่าวหายิ่งลักษณ์เป็นปึกๆ คดีนี้เริ่มด้วยศาลวินิจฉัยว่า ทักษิณโอนหุ้นให้ญาติเป็นการทำนิติกรรมอำพราง ดังนั้นหุ้นบางส่วนที่ยิ่งลักษณ์ได้รับผ่านการซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์ย่อมเป็นการอำพรางด้วย แต่ยิ่งลักษณ์ยืนยันว่า มีหุ้นจริง จึงเป็นประเด็นทางการเมืองถูก แก้วสรร และพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาว่า ให้การเท็จ ที่เด็ดจริงๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์จะเล่นงานยิ่งลักษณ์จึงอยู่แค่เรื่องเก่าๆ เช่นนี้ และเป็นสถาปัตยกรรมทางการเมืองที่บรรจงสร้างเอาไว้เขย่าขวัญทักษิณให้กระเทือนซาง เพื่อกระทืบซ้ำทักษิณให้เจ็บปวด แล้วถูกมวลชนต่อต้านไม่ให้กลับไทยอีก ประเด็นที่เด็ดซักฟอกไม่มีอะไรมากไปกว่านี้เลยทั้งในทางพิธีกรรมและยุทธวิธีการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์
|
|
|