หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก   
  [ ฉบับที่ 1324 ประจำวันที่ 8-8-2012  ถึง 10-8-2012 ]

ถึงเวลาหรือยัง?‘กาสิโน’กู้เศรษฐกิจ

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
มีเสียงตอบรับอย่างล้นหลามหลังเสียง “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานกรรมการและประธาน คณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกาศจุดยืนสนับสนุนการท่องเที่ยวให้เป็นอุตสาหกรรม

หลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศอันดับหนึ่งด้วยการเปิด “บ่อนกาสิโน”

“เจ้าสัวธนินท์” มองว่าบ่อนกาสิโนเป็นอีกธุรกิจที่ดึงดูดคนจากทั่วโลกให้ไปท่องเที่ยว สามารถสร้างได้ในอัตราที่สูงเข้าประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาเก๊ามีรายได้จากการกาสิโนเป็นอันดับหนึ่งปีละ 879,749 ล้านบาท ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกามีรายได้ปีละ 319,300 ล้านบาท สิงคโปร์เพิ่งเปิดกาสิโนเมื่อไม่นานมานี้เองมีรายได้ขยับขึ้นมาเป็นสามแล้วกวาดไปปีละ 169,849 ล้านบาท และถ้าประเทศไทยเปิดบ่อนกาสิโนเช่นเดียวกันจะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน

ไปฟังเสียงของผู้ประกอบการท่องเที่ยวก่อนว่า เห็นด้วยหรือไม่ถ้าประเทศไทยจะมีบ่อนกาสิโนกลางกรุง “มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเมศ” อดีตนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดใจกับ “สยามธุรกิจ”ว่า บ่อนกาสิโนที่ยุโรป หรือเอเชีย ถือว่าเป็นสถานบันเทิงอีกอย่างหนึ่ง หรือเปรียบเสมือนคอมเพล็กซ์ทั่วๆ ไป มีแหล่งช็อปปิ้ง เพียงแต่มีการวางกฎ กติกาเข้มงวดไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปเล่นได้ หรือพูดง่ายๆ เปิดให้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างประเทศเล่นได้เท่านั้น แต่ถ้าอนุญาตให้คนไทยเข้าไปลุ้นเสียวได้จะต้องขึ้นบัญชีรับประกันว่าเป็นผู้มี “กำลังทรัพย์” เพื่อรับประกันจะไม่สร้างปัญหาหนี้สินตามมา

อดีตนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว บอกชัดๆว่า ถ้าประเทศไทยมีบ่อนกาสิโนจะไม่ต่อต้าน เพราะทุกวันนี้ก็มีการเปิดบ่อนที่ผิดกฎหมายเกลื่อนเมือง ถ้าจัดระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมายจะเป็นการป้องกันปัญหาอาชญากรรม และรัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีด้วย

“พอพูดถึงการเปิดบ่อนกาสิโนก็จะมีคนออกมาต่อต้านทุกครั้งไปว่าเป็นเมืองพุทธ แต่ก็แปลกใจเมืองพุทธมีบ่อนบ่อนกันเกลื่อนเมือง”

ทางด้านนักวิชาการที่ทำวิจัยเกี่ยวกับธุรกิจใต้ดินมายาวนานอย่างเช่น “ดร.รัตพงษ์ สอนสุภาพ” อาจารย์จากมหาวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นว่า เมื่อก่อนประเทศไทยมีรายได้หลักจากการภาคอุตสาหกรรม แต่ตอนนี้มีรายได้จากการท่องเที่ยว จึงสมควรจะมีมาตรการส่งเสริม หรือสิ่งจูงใจจากรัฐบาล เช่น การเปิดบ่อนกาสิโน เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว และจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อประโยชน์สูงสุดของสังคม

ดร.รัตพงษ์ กล่าวว่า เหตุผลสนับสนุนถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องเปิดบ่อนกาสิโนก็คือ ข้อมูลช่วงปี 2009-2010 มีผู้สนใจเข้าบ่อนกาสิโนเล่นการพนันสร้างรายได้ประมาณ 1.9 แสนล้านบาท ประเทศสิงคโปร์เปิดเมื่อปี 2010 มีคนสนใจเข้าบ่อนกาสิโนประมาณ 12 ล้านคน แต่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ฮ่องกง มาเก๊า มีบ่อนกาสิโนกันหมดแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ กัมพูชา พม่า ลาว ก็เปิดบ่อนกาสิโนชายแดนล้อมรอบประเทศไทยหมดแล้ว

อีกเหตุผลที่จำเป็นต้องมีบ่อนกาสิโนเพราะว่า คนไทยมีการลักลอบออกไปเช่นการพนันที่บ่อนกาสิโนชายแดน ทั้งเดินทางไปด้วยตัวเองและแทงทางอินเตอร์เน็ทมีเงินสะพัดปีละ 1-1.5 แสนล้านบาท รวมถึงมีบ่อนในประเทศอีกกว่า 100 แห่ง อยู่ในกรุงเทพฯ นับ 10 แห่ง และต่างจังหวัดประมาณ 100 แห่ง มีเม็ดเงินสะพัดจาก 6-8 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 8-9 แสนล้านบาท

“ถ้าเปิดบ่อนกาสิโนรัฐบาลควรทำเอง เพราะประเทศไทยมีจุดอ่อนตรงที่นักการเมืองมักเข้าไปมีส่วนได้เสีย เพียงแต่จะต้องมีการทำประชามติ และบริหารจัดการที่ดี ทำแล้วประชาชนได้อะไรเสียอะไร ซึ่งจะต้องมีการร่างกฎระเบียบห้ามคนไทยที่เป็นรายย่อยเล่น แต่จะต้องไม่เข้มงวดมาก เพราะคนจะหันไปเล่นที่บ่อนชายแดนเหมือนเดิม”

พูดถึงการเปิด “บ่อนกาสิโน” เมื่อไหร่คนไทยเถียงกันคอเป็นเอ็น ลองเปิดลงประชามติงดีไหมจะได้รู้กันสักทีว่า คนไทยอยากจะได้เงินหนึ่งล้านล้านบาทเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจหรือไม่..?



 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com