หน้าแรก > เศรษฐกิจมหภาค > ข่าวเศรษฐกิจมหภาค   
  [ ฉบับที่ 1322 ประจำวันที่ 1-8-2012  ถึง 3-8-2012 ]

“ธนินท์”แนะ“ยุทธศาสตร์ประเทศไทยรับมือเศรษฐกิจโลกใหม่”

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
(1ส.ค.2555) - ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์ประเทศไทยรับมือเศรษฐกิจโลกใหม่”ในงานสัมมนาครบรอบ 20 ปี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) โดยระบุว่า

ถ้าจะพูดถึงยุทธศาสตร์ประเทศไทยในการรับมือกับเศรษฐกิจโลกใหม่ เกษตรยังถือเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญ มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตร รวมเกษตรอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ยางสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับหนึ่ง ปีละ 1.67 ล้านล้านบาท ภาคเกษตรของไทยจะมีบทบาทมากกว่านี้ถ้ารัฐบาลให้ความสนใจและมีนโยบายที่ถูกต้อง เพราะไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอย่างไร คนทั่วโลกก็ยังต้องบริโภคอาหาร ภาคเกษตรจึงเต็มไปด้วยโอกาส รองลงมาเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมยานยนต์ และหากรัฐบาลมีนโยบายดูแลธุรกิจ จิ๋ว เล็ก กลาง ที่ชัดเจน ก็จะทำให้ธุรกิจเหล่านี้ก้าวไปได้ไกลพัฒนาเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ต่อไปในอนาคต เป็นพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทย

ยุทธศาสตร์แรกด้านการเกษตร ยกตัวอย่างยางพาราวันนี้เป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศไทย สร้างรายได้เข้าประเทศปีละ 650,000 ล้านบาท และเชื่อว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า ไม่มีอะไรมาทดแทนยางได้ เพราะถ้าน้ำมันยิ่งแพง ยางเทียมก็จะแพงไปด้วย หากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมซึ่งไม่ใช่แค่ปลูกยางพาราอย่างเดียว แต่ส่งเสริมให้คนอยู่ในท้องถิ่นทำอย่างแท่ง แปรสภาพยางเป็นยางสำเร็จรูป เพิ่มมูลค่าแล้วชวนชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน ลดภาษีเงินได้ให้เท่ากับฮ่องกง สิงคโปร์ใครๆ ก็อยากเข้ามาลงทุนในเมืองไทย

ที่สำคัญเมืองไทยยังมีแรงงาน โดยเฉพาะภาคอีสาน ถ้าส่งเสริมให้มีการปลูกยางพารามากๆอีสานจะเป็นสีเขียว ฝนจะชุกมาก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ ทำให้คนอีสานอยู่ในท้องถิ่นมากขึ้นไม่ต้องไปทำงานต่างประเทศ

อ้อยก็เป็นอีกธุรกิจที่ไทยส่งออกนอกเป็นที่สองของโลก แต่การผลิตเป็นที่สี่ของโลก ที่หนึ่งคือบราซิล ที่สองจีน ที่สามอินเดีย ที่สี่เมืองไทย แต่ถ้าส่งออกนอกไทยเป็นที่สอง บราซิลเป็นที่หนึ่ง ตรงนี้ถ้ามีพื้นที่อีก 33 ล้านไร่ ก็เหมาะสำหรับการปลูกอ้อย มัน ยางพารา ปาล์ม

อ้อยผลิตเป็นเอทานอลต้นทุนต่ำสุด มูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบของไทย 1.33 ล้านล้านบาท หากส่งเสริมทำเอทานอลทดแทนการนำเข้าน้ำมันดิบ 30% จะสามารถประหยัดเงินได้ 266,000 ล้านบาท

ส่วนปาล์ม สามารถทดแทนน้ำมันดีเซล และทำน้ำมันปาล์มเพื่อบริโภค และ มัน ปัจจุบันผลผลิตได้ เพียง 4-5 ตันต่อไร่ สามารถเพิ่มผลผลิตได้ 10 ตันต่อไร่

การจะพัฒนาเกษตรให้ก้าวหน้า สำคัญอยู่ที่ระบบชลประทาน ปัจจุบันพื้นที่ชลประทานมีอยู่ 24 ล้านไร่แต่ยังไม่สมบูรณ์ ถ้าจะสมบูรณ์ยอดเยี่ยมต้องลงทุนอีก 2 ล้านล้านบาท เพื่อเพิ่มผลผลิตการปลูกข้าวในพื้นที่เกษตรกรรม 24 ล้านไร่ให้ได้เท่ากับ 57 ล้านไร่ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่เหลือจากการทำนาอีก 33 ล้านไร่ ที่จะไปปลูกสินค้าอย่างอื่น เช่น ยางพารา อ้อย มันสำประหลัง

"ประเทศไทยอุดมด้วย ดิน ฟ้า อากาศ น้ำ หากจัดการระบบชลประทานให้ดี นอกจากน้ำจะไม่ท่วมแล้วยังสามารถผลิตข้าวได้ถึง 3 รอบ คุณภาพข้าวสูงขึ้น เป็นโอกาสของประเทศไทยที่ประเทศอื่นไม่มี"

มาถึงยุทธศาสตร์ที่สองในเรื่องการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างอเมริกา ปีหนึ่งมีรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศ 3.6 ล้านล้านบาทเป็นที่หนึ่งของโลก รองลงมาเป็นสเปน 1.85 ล้านล้านบาท ฝรั่งเศส 1.66 ล้านล้านบาท ไทยเมื่อหลายปีก่อนมีรายได้จากการท่องเที่ยว 450,000 ล้านบาท ขณะนี้เพิ่มเป็น 776,000 ล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าประเทศฝรั่งเศสอันดับหนึ่ง 79.5 ล้านคน เข้าเมืองปารีสเป็นอันดับหนึ่ง 15.6 ล้านคน ส่วนประเทศไทย 19.23 ล้านคน กรุงเทพเป็นอันดับสิบ 7.2 ล้านคน

ที่น่าสนใจเวลานี้มีตัวเลขนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนไปเที่ยวยุโรป ซื้อสินค้าแบรนด์เนมถึง 62 เปอร์เซ็นต์ของทวีปยุโรปทั้งหมด ฉะนั้นตรงนี้เป็นโอกาส จึงอยากให้รัฐบาลส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาซื้อของในประเทศไทย ไม่ใช่มาเที่ยวอย่างเดียว สนับสนุนสินค้ายี่ห้อแพงๆ เข้ามาขายให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยไม่เสียภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม

เรื่องบ่อนกาสิโนก็เช่นเดียวกันเป็นอีกธุรกิจที่ดึงดูดคนจากทั่วโลกให้ไปท่องเที่ยว สามารถสร้างได้ในอัตราที่สูงเข้าประเทศ ดังจะเห็นได้จากมาเก๋าที่ปัจจุบันมีรายได้จากการกาสิโนเป็นอันดับหนึ่ง 879,749 ล้านบาทต่อปี ทั้งๆ ที่มีพื้นที่เป็นเกาะเล็กนิดเดียว ในขณะที่ลาสเวกัสมีรายได้ จากกาสิโน 319,300 ล้านบาทต่อปี สิงคโปร์เพิ่งเปิดกาสิโนได้ไม่นานรายได้ขึ้นมาเป็นอันดับสามแล้ว 169,849 ล้านบาท ถ้าเมืองไทยเปิดรายได้เป็นอันดับหนึ่งแน่

ซึ่งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับประเทศเหล่านี้ กลายเป็นว่า การท่องเที่ยวสำคัญกว่า กาสิโน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ลาสเวกัส เวลานี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนให้ความสนใจ มีโรงแรมเป็นร้อยแห่ง ถ้าเป็นมวยโลกก็ต้องมาชกกันที่ลาสเวกัส หรือใครมีอะไรโชว์ระดับโลกก็ต้องไปโชว์ที่ลาสเวกัส

เรื่องของการท่องเที่ยวถ้าประเทศไทยทำให้ดี ก็สามารถขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้ ยิ่งถ้ามีกาสิโนด้วย ยิ่งทำให้การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล เพราะมีตัวอย่างที่ทำสำเร็จแล้ว

สำหรับยุทธศาสตร์ที่สาม อุตสาหกรรมยานยนต์ ไทยส่งออกรถยนต์ มูลค่า 511,483 ล้านบาท รวมๆแล้ววันนี้ประเทศไทยอาจจะเป็นที่หนึ่ง หากรวมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกไปต่างประเทศเข้าไป เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเปิดยิ่งเป็นโอกาส เฉพาะจีนประชากร 1,400 ล้านคน แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ที่รวยเท่ากับคนญี่ปุ่น ก็ 140 ล้านคน กำลังซื้อของประเทศจีนก็เท่ากับประเทศญี่ปุ่น ตรงนี้ต้องมาศึกษาว่า จีนต้องการซื้ออะไร ญี่ปุ่นต้องการอะไรก็สนับสนุนส่งเสริมให้ผลิตไปขาย

ประเทศไทยต้องส่งเสริมทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ยาง ข้าว มัน อ้อย ให้เพิ่มผลผิต เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มมูลค่าในการส่งออกโดยกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน สินค้าเกษตรจะทำรายได้มหาศาล

ทำให้ประเทศเข้มแข็ง ยกตัวอย่าง ส่งเสริมให้มีการผลิตยางรถยนต์ในประเทศไทยแล้วส่งไปขายทั่วโลกแทนที่จะส่งวัตถุดิบไปขายในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว ถ้าวันนี้รัฐบาลวางแผนให้ดี อุตสาหกรรมยานยนต์อาจจะเป็นที่สองในภูมิภาคก็ได้ เพราะขณะนี้ที่หนึ่งเป็นจีน

มาถึงเรื่องสองสูง วันนี้มีความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยมาก เพราะเราสองต่ำ

ต่ำกว่าราคาน้ำมันที่ขึ้น เปรียบเทียบเมื่อ 47 ปี น้ำมันเบนซินลิตรละ 1.70 บาท 1.80 บาท วันนี้ขึ้นมา 40 กว่าบาท ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเมื่อ 47 ปีอยู่ที่ 20 บาท ทุกคนมีความสุขมากกว่า 300 บาทในวันนี้ เพราะน้ำมันขึ้นมา 25 เท่า ที่ดินขึ้นมา 100 เท่า ทองคำขึ้นมา 50 กว่าเท่า แต่กลับห่วงค่าแรงงานของไทยจะสูงเกินไป ต่างประเทศจะไม่มาลงทุน ประเทศไทยต้องก้าวไปอีกขั้น

ธุรกิจที่ลงทุนด้วยแรงงานราคาถูกยุคนี้ ถือเป็นธุรกิจพระอาทิตย์ตกอยู่ได้ไม่นาน ประเทศไทยต้องแสวงหาธุรกิจพระอาทิตย์กำลังขึ้น การที่ซี.พี.ไปลงทุนใน 14 ประเทศ เรื่องเกษตร เรื่องเลี้ยงไก่ เรื่องแปรสภาพ เรื่องสุกร เพราะใช้ไฮเทค เรียนรู้ประวัติศาสตร์

วันนี้อเมริกาเจอปัญหาอะไร อีก 10 ปี หรือ 15 ปีข้างหน้า ประเทศไทยก็จะเจอปัญหานั้น

สมมติว่าอเมริกา เจอเรื่องไก่ล้นตลาด เสียหายอย่างไร แล้วเปลี่ยนแปลงอย่างไร อีก 10 ปี หรือ 15 ปี 20 ปี เมืองไทยก็จะเจอ ถ้าเร็วก็ 10 ปี ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์มีตัวอย่างที่เยี่ยมสุดให้ดู

"ความสำเร็จของผมดูประวัติศาสตร์ ดูว่าอเมริกา เขาเจริญเติบโตด้วยเลี้ยงไก่ได้อย่างไร แล้ววันนี้ของอเมริกา คือ วันข้างหน้าของเรา ฉะนั้นเรารู้แล้วอีก 10 ปี 15 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างนี้ ทำไมวันนี้ไม่เตรียมพร้อม จะได้ไม่ต้องเสียหาย ไม่ต้องเดินทางอ้อม ไม่ต้องเสียเวลา"

หลังจากสองสูงแล้วรายได้เท่าน้ำมันแล้ว มาถึงสูงที่สาม ประสิทธิภาพต้องสูง อย่างซี.พี.การปรับค่าแรงขึ้น 300 บาทในช่วงที่ผ่านมา ทั้งเครือซี.พี. มีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าจ้างเพิ่มขึ้นปีละ 1,000 ล้านบาท แต่สิ่งที่ได้คือประสิทธิภาพ คุณภาพมากเพิ่มขึ้น ผลผลิตเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น 300 บาทที่เพิ่มขึ้นวันนี้ได้คืนแล้ว

อีกประการหนึ่งที่สำคัญ เมื่อพูดถึงสามสูงแล้วต้องอีกหนึ่งต่ำ จัดสวัสดิการให้เหมาะสมไม่สูงเกินไป ดูกรีซ ยุโรป เป็นตัวอย่างของทุนนิยม ที่วิ่งไปสู่สังคมนิยม จัดสวัสดิการดีเกินไป รับเงินสวัสดิการไม่ทำงานจึงเกิดปัญหาเช่นปัจจุบัน

วันนี้ธุรกิจ จิ๋ว เล็ก กลาง ตั้งแต่รัฐบาลปิด 56 ไฟแนนท์ คนเหล่านี้เป็นเหมือนเด็กกำพร้า ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องการการสนับสนุน ถ้าสถาบันการเงินใช้ตำราแบบเดียวกันกับนักธุรกิจที่สำเร็จในการดูแล เด็กเหล่านี้ก็จะไม่เกิด ดังนั้นนโยบายรัฐจึงต้องเจาะจงว่าธุรกิจจิ๋วจะดูแลอย่างไร ธุรกิจเล็กจะดูแลอย่างไร ธุรกิจกลางจะดูแลอย่างไร โดยอาจจะตั้งกองทุนขึ้นมา เงินตรงนี้จำนวนเล็กนิดเดียว เรียกว่า เป็นการสร้างตู้ฟัก เหมือนการฟักไข่ ถ้าฟองไหนเกิด แค่หนึ่งในหมื่นฟองก็ถือว่าคุ้ม เพราะตัวที่เกิดต่อไปอาจจะเหมือนบิลเกตก็ได้ แล้วเด็กในวันนี้จะเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า ถ้าไม่สร้างธุรกิจจิ๋ว เล็ก กลาง ก็จะไม่มีธุรกิจใหญ่ๆ ในอนาคต ต้องส่งเสริมนักธุรกิจ เล็ก กลาง ไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งเวลานี้มีเงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องหาข้อมูลให้กับคนเหล่านี้ ต่อไปธุรกิจเล็ก กลาง ก็จะไปใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน

ในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องดึงดูดต่างประเทศมาลงทุนด้วยการลดภาษีรายได้ เหลือ 17% เหมือนฮ่องกง สิงคโปร์ และอำนวยความสะดวกนักธุรกิจต่างชาติที่มาลงทุน
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com