ที่ผ่านมาบริษัทฮอนด้าได้ให้ความสำคัญต่อรถไฮบริดโดยพัฒนารถไฮบริดรุ่นแรกชื่อ อินไซต์ (Insight) เมื่อปี 2001 และต้องเลิกผลิตใน 2-3 ปีต่อมา เนื่องจากความต้องการ ไม่สูงพอ แต่ปัจจุบันบริษัทฮอนด้าได้หันกลับ มาผลิตรถไฮบริดแอคคอร์ด, ซีวิค, อินไซต์ และเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รถไฮบริดของฮอนด้าได้ประกาศว่ามีราคาสูงกว่ารถธรรมดาไม่เกินคันละ 65,000 บาท
ในประเทศ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว แจ๊ซ ไฮบริด IMA รุ่นแรกของกลุ่มซับคอมแพ็กต์ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทันสมัย รักษ์สิ่งแวดล้อม ในคอนเซปต์ เรียบ และ ล้ำสมัย แตกต่างด้วยกระจังหน้าไฟหน้าและไฟท้ายแบบใหม่สไตล์ไฮบริด มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะ Eco Assist ระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน มาตรวัดแสดงผลการขับขี่ แบบประหยัดน้ำมัน มีให้เลือก 4 สี สีขาวบริลเลียนท์สีเงินอลาบาสเตอร์ สีเขียว เฟรชไลม์ และสีฟ้าเซรูเลียน ภายในเบาะสีดำและน้ำเงินเข้ม
เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า (ที่ 5800 รอบ ต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 14 แรงม้า (ที่ 1500 รอบต่อนาที) เครื่องยนต์ ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตัน-เมตร (ที่ 4500 รอบต่อนาที) และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 78 นิวตัน-เมตร (ที่ 1,000 รอบต่อนาที) โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน และเสริมแรงด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวและเร่งแซง เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และเข้าสู่ EV Mode โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว ซึ่งในขณะที่เครื่อง ยนต์เข้าสู่ EV Mode จะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงานระบบจะนำพลังงานที่สูญเสียไปในขณะเบรกมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าส่งกลับคืนสู่แบตเตอรี่ไฮบริดเพื่อเก็บพลังงาน ไว้ใช้ต่อไป และเมื่อรถหยุด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานอัตโนมัติและเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ ทั้งนี้ เทคโนโลยีไฮบริดช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึงประมาณ 21.3 กิโลเมตรต่อลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กิโลเมตร) และปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 110 กรัมต่อกิโลเมตร (ข้อมูลการทดสอบภายในของฮอนด้า)
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บ.ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จก. กล่าวว่า การจำหน่าย แจ๊ซ ไฮบริด ใหม่นี้ ตั้งเป้าไว้เบื้องต้นปีละ 10,000 คัน และสามารถส่งมอบรถได้ ทันที คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะส่งมอบได้ประมาณ 50,000 คัน และขายในราคา 768,000 บาท ซึ่งราคาแพงกว่าตัวปกติ 53,000 บาท แต่ได้ภาษีรถคันแรกอีกประมาณ 73,000 บาท ดังนั้นในอนาคตอาจจะมีการปรับราคาลงมาได้อีก ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับจำนวนของยอดขาย และขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะมีการลดภาษีนำเข้าอะไหล่ให้หรือเปล่า เพราะอะไหล่บางชิ้นต้องนำเข้าจากญี่ปุ่น ที่สำคัญไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ เพราะมีอายุเกิน 5 ปีแน่นอน ซึ่งราคาอยู่ที่ลูกละ 60,000 บาท
แต่อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าฮอนด้าถือเป็นคู่ปรับของโตโยต้าในตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือก (ไฮบริด) จึงมีความพยายามแข่งขันกันในการเป็นที่ 1 เพราะนับตั้งแต่โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดในเชิงพาณิชย์รุ่นแรกของโลกอย่าง พริอุสเมื่อปี 1997 ฮอนด้าก็ตามมาติดๆ ด้วยรถยนต์ไฮบริดในชื่อ อินไซต์
การก้าวเข้ามาในตลาดรถยนต์ไฮบริดของฮอนด้าด้วยเทคโนโลยี IMA-Integrated Motor Assist ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างพริอุส ซึ่งเป็น Fully Hybrid โดยมีโหมด EV ให้เลือกใช้งานด้วย เพราะระบบ IMA จึงถูกมองว่าเป็นแค่ Mild Hybrid ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่แค่ชาร์จไฟและช่วยเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเท่านั้น รถยนต์ไฮบริดของฮอนด้า อินไซต์รุ่นแรกถือเป็นรถยนต์ไฮบริดที่ค่อนข้างไฮเทคและไฮเอนด์มาก จนทำให้ราคาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแพงแล้วก็หยุดพัฒนาเอาซะดื้อๆ
ปลายเดือนมกราคม ฮอนด้าเพิ่งจะฉลองครบรอบยอดขายรถยนต์ไฮบริดครบ 800,000 คัน อย่างไรก็ตาม งานนี้อาจจะเป็นการออกตัวช้าสักหน่อย แต่ก็มาชัวร์ เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ฮอนด้า เริ่มเอาจริงเอาจังกับตลาดประเภทนี้มากขึ้น นับตั้งแต่การปัดฝุ่นนำชื่ออินไซต์มาใช้อีกครั้งในปี 2008 พร้อมปรับแนวคิดตัวรถให้เป็นรถยนต์ที่เน้นการใช้งานของคนกลุ่มใหญ่มากขึ้น การนำเอาแนวคิดของ การลดต้นทุนมาใช้ เพื่อกดให้ราคาของรถยนต์ประเภทนี้ต่ำลง และทำให้เป็นเจ้า ของง่ายขึ้น จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย
ปัจจุบันฮอนด้ามีรถยนต์ไฮบริดมาก ถึง 4 รุ่น และจะขยับเพิ่มเป็น 5 รุ่นด้วยเวอร์ชั่นไฮบริดของแอคคอร์ดและซีวิค ตามมาจากความนิยมรถไฮบริดที่มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และจากมาตรการส่งเสริมต่างๆ ที่เกิดจากแรงกดดันที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาค ขนส่ง เช่น การลดภาษี ทำให้บริษัทรถยนต์ ขนาดใหญ่ทั่วโลกหลายแห่งได้หันมาพัฒนา และผลิตรถไฮบริด โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนารถไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้นและราคาถูกลง โดยฮอนด้ามีการรับประกันระบบไฮบริด ซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด โดยรับประกันทั้งระบบ เป็นระยะเวลาถึง 5 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง
|
|