หน้าแรก
> เศรษฐกิจมหภาค >
ข่าวเศรษฐกิจมหภาค
[ ฉบับที่ 1322 ประจำวันที่ 1-8-2012 ถึง 3-8-2012 ]
|
ซีเมนส์-ไบเออร์-มิชลินจัดทัพลงทุนหมื่นล้าน
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
นักลงทุนจากทั่วโลกกำลังมองภูมิภาคอาเซียนแบบไม่กะพริบตา เงินทุนจำนวนมาก พร้อม ไหลบ่าเข้ามา รับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขึ้นอยู่กับว่าจะลงในจุดไหน
แต่ ณ วันนี้ลงทุนที่ไหนก็ไม่ต่างกัน เพราะสามารถนำเข้าวัตถุดิบจากกลุ่มอาเซียนได้โดยไม่เสียภาษี
แต่ละประเทศจึงแข่งกัน โรดโชว์ สร้างความเชื่อมั่น เพื่อดึงเงินลงทุนเข้าไปยังประเทศของตัวเอง รวมถึงประเทศไทย
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกโรงลุยเอง
ล่าสุด เดินทางไปชักจูงการลงทุนใน 2 เมืองใหญ่ ณ กรุงเบอร์ลินและกรุงปารีส
เน้นการเข้าพบกับบริษัทชั้นนำของเยอรมนีและฝรั่งเศส แบบรายตัว เพื่อเชิญชวนมาลงทุนในไทย ซึ่งซีอีโอหลายรายก็บอกว่าสนใจจะเข้ามาลงทุนในไทย
อาทิ บริษัทซีเมนส์ ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ของเยอรมนี ได้แสดงความสนใจที่จะจัดหาตู้รถและระบบขนส่ง สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของไทยในอนาคต เช่น ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน โครงการแอร์พอร์ตเรลลิงค์ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง เป็นต้น
บริษัท ไบเออร์ ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมเคมี ซึ่งเป็นบริษัทเยอรมนีที่มีเงินลงทุนสูงสุดในประเทศไทยสนใจมีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะที่นักธุรกิจชั้นนำของฝรั่งเศสในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้แก่ บริษัทมิชลิน ผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำของโลก ซึ่งมีธุรกิจอย่างครบวงจรในประเทศไทย ไม่ว่าจะ เป็นฐานการผลิต สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคและศูนย์วิจัยพัฒนา ได้มีการหารือเรื่องการขยายการลงทุนในอนาคตกับนายกรัฐมนตรี
บริษัท MPO ซึ่งได้ลงทุนผลิตซีดี และ ดีวีดี ในประเทศไทยอยู่แล้ว มีความสนใจที่จะขยายการลงทุนเพื่อสนับสนุนตลาดอุตสาหกรรมบันเทิงในเอเชีย และขยายธุรกิจไปในสาขาพลังงานทดแทน
ส่วนการหารือกับบริษัทซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ผู้ผลิตวัคซีนชั้นนำของโลก มีแผนจะผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่ระดับต้นน้ำร่วมกับบริษัท องค์การเภสัชกรรม - เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด (GPO-MBP)
นอกจากนี้ ยังได้หารือกับบริษัท Perstorp ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำของโลกซึ่งสนใจที่จะลงทุนในเอเชียผ่านบริษัท Vencorex ร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เพื่อผลิตสารตั้งต้น สำหรับโพลียูรีเทนซึ่งใช้ในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น เบาะรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ประเภทฉนวนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน
หากโครงการเหล่านี้เข้ามาลงทุนจริง คาดว่าจะใช้เงินลงทุนสูงกว่า 10,000 ล้านบาท
ยังไม่นับนักลงทุนเยอรมนีอีกประมาณ 50 ราย ที่สอบถามนโยบายและโอกาสในการลงทุนในไทย
ซึ่งต้องยอมรับว่าอานิสงส์เหล่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากการรวมตัวเป็นเออีซี
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2546-2555 : มิถุนายน 2555) มีการขอรับส่งเสริมการลงทุนจากนักลงทุนเยอรมนี จำนวน 250 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 82,700 ล้านบาท ขณะที่โครงการลงทุนจากฝรั่งเศสมีจำนวน 137 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท
ถือว่าทริปนี้ได้ผลเกินคาด ถ้าไม่เป็นเพียงยาหอม!!!
|
|
|