หน้าแรก
> การเมือง >
ข่าวการเมือง
[ ฉบับที่ 1322 ประจำวันที่ 1-8-2012 ถึง 3-8-2012 ]
|
ไขปมตลาดนัดจตุจักร (1)ฟังชัจจ์ สางปัญหา ทำไมต้องร.ฟ.ท.!
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
สยามธุรกิจ ยังคงเกาะติดเรื่องราวความเคลื่อนไหวตลาดนัดสวนจตุจักร หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยนำเสนอเรื่องราวต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเตรียมยกเลิกสัญญาเช่ากับผู้ค้าจำนวน 64 ราย หรือจะเป็นกรณีที่ผู้ค้ายื่นฟ้องร้องร.ฟ.ท. ต่อศาลปกครอง ตามที่นำเสนอไปในฉบับที่แล้ว ฉบับนี้เราได้รับเกียรติจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ในฐานะกำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย มาเปิดใจถึงความคืบหน้าล่าสุดถึงทิศทางในการบริหารงานตลาดนัดจตุจักร และอนาคตของตลาดนัดแห่งนี้ว่าในท้ายที่สุดจะลงเอยกันอย่างไร
> ความคืบหน้าของตลาดนัดจตุจักร
ต้องเรียนว่าตลาดนัดจตุจักรยังคงมีปัญหาในเรื่องการจัดเก็บรายได้ และปัญหาเรื่องของการเมืองที่เข้ามาแทรกแซง การพยายามปลุกม็อบขึ้นมาต่อต้านการบริหารงาน ด้วยการ พยายามชักชวนไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าจ่ายค่าเช่าให้ทางการรถไฟฯ เดือนละ 3,157 บาท วันนี้ทางร.ฟ.ท. พยายามจะใช้มาตรการที่เด็ดขาด คือถ้าคุณไม่จ่ายค่าเช่าเราจะยกเลิกสัญญาการเช่า ซึ่งจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนเพราะว่าร.ฟ.ท.จะต้องทำตามระเบียบ และคณะกรรมการบริหารการรถไฟฯ เห็นว่าควรจะดำเนินการกับกลุ่มที่เป็นปรปักษ์เจตนาไม่จ่ายค่าเช่ามิฉะนั้นอาจลุกลามจนยากจะนำไปสู่การบริหารจัดการที่เป็นระบบ
> กรณีการตั้งบริษัทลูกเข้ามาดูแล
เรื่องการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อจะเข้าไปบริหารในส่วนนี้ อยากเรียนว่าได้มีการหารือในที่ประชุมบอร์ดการรถไฟฯ ก็ได้ข้อสรุปว่าคงจะไม่จำเป็นที่จะต้องมีการตั้งบริษัทลูกขึ้นมา แต่จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมบริหารดูแลตลาดนัดขึ้นมาแทนซึ่งจะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับผู้บริหารของร.ฟ.ท. ผู้ชำนาญการจากภายนอกและการว่าจ้างบริษัทในการบริหารจัดการ การเก็บค่าเช่า การทำ ความสะอาด ด้านการรักษาความปลอด ภัย และด้านการพัฒนาตลาด
> ข้อพิพาทระหว่างร.ฟ.ท. กับกทม.มีความคิดเห็นอย่างไร
เนื่องจากตลาดนัดจตุจักรตั้งอยู่บนพื้นที่ของร.ฟ.ท. ตามพระราชบัญญัติกิจการรถไฟระบุไว้ว่าพื้นที่ของร.ฟ.ท.ใช้เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำนุบำรุงร.ฟ.ท. ดังนั้นพื้นที่สวนจตุจักรจำนวน 68 ไร่เศษ ซึ่งได้ให้ทางกทม.เช่าเพื่อทำตลาดนัด โดยมีระดับเกณฑ์การเช่าตั้งแต่เริ่มแรกที่คือประมาณเดือนละ 400,000 บาท และมีระเบียบการเช่าว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนค่าเช่าทุกๆ 5 ปี กระทั่งในสัญญาปีสุดท้ายร.ฟ.ท.จะได้รับรายได้จากกทม. 24 ล้านบาท คือเฉลี่ยเดือนละ 2 ล้านบาท เมื่อร.ฟ.ท. ทำการว่าจ้างบริษัทมาสำรวจทรัพย์สินและประเมินทรัพย์สินพบว่า ตลาดนัดจตุจักรมีมูลค่าการตลาดที่สูงกว่าราคาเช่าในปัจจุบันมาก จึงต้องมีการกำหนดราคาอัตราค่าเช่าใหม่ในการต่อสัญญาครั้งใหม่เมื่อครบสัญญา นั่นก็คือประมาณ 420-480 ล้านบาทต่อปี ตลอดระยะเวลาทางร.ฟ.ท.ได้แจ้งให้กทม.ทราบตลอด โดยทางกทม.ยืนยันราคาที่พร้อมจ่ายประมาณ 79 ล้านบาท ซึ่งร.ฟ.ท. มอง ว่าเป็นราคาที่ต่างกันมาก หากปล่อยให้มีการทำสัญญาผู้ที่ให้ทำก็จะผิดกฎหมายรถไฟคือ ให้เช่าในราคาต่ำกว่าความเป็นจริงอาจถูกดำเนินคดีอาญาเมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ต้องยกเลิกสัญญา
> มองการบริหารตลาดนัดของ ร.ฟ.ท. ยังไงบ้าง
เมื่อมีการยกเลิกสัญญา ทางร.ฟ.ท.ก็มีความจำเป็นที่จะต้องถือตลาดนัดไว้ในมือเพราะไม่รู้ว่าจะให้ใครบริหาร ขณะเดียวกันในพ.ร.บ.รถไฟก็ไม่มี ระเบียบว่าด้วยการบริหารตลาดนัด แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการรถไฟฯ ก็สามารถทำการได้ เพราะกฎหมายบอกว่าบรรดาที่ดินทรัพย์สินของการรถไฟให้นำไปหาผลประโยชน์และเอารายได้มาบำรุงการรถไฟฯ ซึ่งถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนที่ พ.ร.บ.รถไฟได้กำหนดเอาไว้
> มีเสียงสะท้อนว่า ณ ขณะนี้มูลค่าราคา แผงค้าลดลง
เท่าที่ผมรู้เมื่อก่อนมีการเซ้งแผงค้ากันในราคาหลักแสน หลักล้าน มาถึงวันนี้ราคาแผงค้าเริ่มลดลง เหตุที่ทำให้ราคาลดลงเพราะว่าเราให้ทำสัญญาแค่ 2 ปี เท่า กับว่าผู้ค้าไม่รู้อนาคต ต่อไปหากมีการเปลี่ยนรัฐบาลเปลี่ยนหน้าคนเข้ามาดูแล สัญญาเช่า 2 ปีนี้อาจสูญ แผงไม่มีราคา แต่หากผมอนุมัติต่อสัญญาเช่าให้เป็น 10 ปี 20 ปี ราคาแผงก็จะขยับสูงขึ้นทันที ซึ่งผมยังไม่ตัดสินใจเพราะพวกเจ้าของแผงค้าที่มีแผงค้าอยู่ในมือก็เตรียมปล่อยแผงค้าไปแล้ว พอได้เงินมาแล้วก็เอาเงินมาสู้กับฝ่ายบริหารตลาดของร.ฟ.ท. คือพวกเล่นการเมืองจะทำป่วนหนักขึ้นไปอีก แต่ถ้ากลุ่มเหล่านี้เงียบจะทำให้ตลาดนิ่ง เมื่อนิ่งแล้วเราก็พร้อมจะให้ได้ ผมต้องการให้ตลาดนิ่งแล้วรายได้ก็จะมีความแน่นอน จะมีเงินเข้ามาปรับปรุงตลาดได้ ทุกวันนี้ที่คาดหวังไว้ปีละ 200 ล้านบาท แต่เมื่อมีปัญหาเข้ามารายได้ก็ไม่ตรงตามเป้าแล้ว เมื่อคิดถึงการจะนำเงินมาลงทุนปรับปรุงตลาดอย่างน้อยประมาณ 150 ล้านบาท หากลงทุนไปก็อาจจะขาดทุนอีก ก็จะกลายเป็นว่าไปเข้าทางคำครหาที่ว่าการรถไฟฯ ทำอะไรก็ขาดทุน
> ท่านมองราคาค่าเช่าแผงค้าที่แพงเกินจริง
พูดได้เลยว่ากรณีที่มีปัญหากับผู้ค้าที่ระบุว่าค่าเช่าสูงเกินไปมีเรื่องของการเมืองเข้ามาแทรก แต่สำหรับผู้ค้าที่เป็นผู้ค้าจริงๆ ไม่ค่อยมีการร้องคัดค้านหรือแย้งเท่าไร ผู้ค้าจริงๆ มีการแอบมาเช่าช่วงกันกับผู้ที่ให้เช่าด้วยราคาที่สูงกว่าก็ยังกัดฟันทนอยู่มีอยู่มากมายในตลาดเป็นพันแผง ผู้ค้าบางรายทำตัวเป็นปรปักษ์ออกมาบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงินกับรถไฟเพราะจะมีการฟ้องศาลปกครอง ทางการสืบสวนของเราผู้ค้าที่เดือดร้อนจริงๆ คือเจ้าของแผงที่มีแผงค้าคนหลายสิบแผงค้า ออกมาบอกว่าผู้เช่ายากจน แต่ ผมดูคนที่ออกมาประท้วงไม่ได้ยากจนเลย ข้อสำคัญนอกจากออกมาร้องศาลปกครองแล้วยังไปศาลร้องอดีตนายกฯทักษิณ ถึงดูไบ ผมก็มีโอกาสได้คุยกับท่าน ท่านก็บอกว่าคนจนเดือดร้อน ผมก็ต้องนึกแก้ไขปัญหาขึ้นมา
นี่คือบางส่วนบางตอนของบทสนทนากับ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ฉบับหน้ายังมีเรื่องราวที่น่าสนใจให้ติดตามกันต่อเมื่อ รมช.คมนาคม จะมาแจงถึงแนว ทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับราคาค่าเช่าแผงค้า พร้อมเปิดใจกับโอกาสที่กทม. อาจจะได้รับสิทธิ์ในการเข้ามาบริหารตลาดนัดจตุจักรแห่งนี้อีกครั้ง |
|
|