หน้าแรก > ต่างประเทศ > ธุรกิจสุจิปุลิ   
  [ ฉบับที่ 1322 ประจำวันที่ 1-8-2012  ถึง 3-8-2012 ]

ทางข้างหน้า พม่ากับไทย (4)

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)

สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวนั้น ดูจะเป็นความหวังที่สำคัญในการพัฒนาประเทศพม่า เนื่องเพราะมีภูมิประเทศที่สวยงาม และมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ แม่น้ำ หาดทราย และป่าที่อุดมสมบูรณ์

แต่ยังประสบปัญหาเรื่องการขาดโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะเข้ามาเป็นตัวสนับสนุนและรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เช่น ที่พัก การคมนาคมขนส่ง ระบบการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

ขณะนี้ประเทศพม่ามีนักท่องเที่ยวปีละไม่กี่แสนคน ในอนาคตรัฐบาลพม่าก็หวังจะดึงนักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทยที่มีปีละกว่า 15-20 ล้านคน ให้ไปเที่ยวที่พม่า

ในการประชุมเศรษฐกิจโลกที่ผ่านมานั้น นางอองซาน ซูจี ก็ได้เรียกร้องให้มีการลงทุนในส่วนของภาคการผลิตที่ช่วยสร้างงานให้คนพม่าให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

แต่ในขณะเดียวกันเธอก็ได้เรียกร้องว่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ควรจะไปก่อ เพิ่ม หรือซ้ำเติมปัญหาการทุจริตและความไม่เท่าเทียมกันในประเทศพม่า ซึ่งเป็นปัญหาหนักของประเทศของเธออยู่แล้ว

เธอย้ำว่าพม่าไม่ต้องการการลงทุนที่จะนำไปสู่การทำลาย และความไม่เท่าเทียมกัน และไม่ต้องการการลงทุนที่จะทำให้คนที่มีสิทธิพิเศษเหนือคนอื่นอยู่แล้วให้มีสิทธิพิเศษที่มากขึ้นไปอีก

คำขอของเธอ ดูเหมือนจะธรรมดา ไม่ได้ขออะไรมาก!

แต่สำหรับนักลงทุนที่ต่างต้องแข่งขันกันในระบบการค้าแบบทุนนิยมที่แสวงหากำไรสูงสุด นักลงทุนที่คุ้นชินกับสภาพวัฒนธรรมที่ต้องทำงานกับนักการเมืองหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

จ่ายมา เซ็นไป อะไรๆ ก็สั่งได้!!

อาจจะฟังไม่ค่อยเสนาะหูนัก!

การทำงานในสังคมที่คอร์รัปชั่นกลายเป็นวัฒนธรรมกัดกินความเจริญนั้น คำขอของเธอจึงเป็นเรื่องท้าทาย และเป็นเรื่องใหญ่นะคะ

เพราะทุกคนในชาติต้องร่วมมือกัน และเชื่อในสิ่งเดียวกันว่า เราไม่เอาคอร์รัปชั่น ซึ่งก็ต้องเริ่มจากปลูกฝังจิตสำนึกคนในชาติของเธอให้รังเกียจเชื้อโรคที่ชื่อคอร์รัปชั่นไปพร้อมๆ กับการกำจัดและรักษาตัวเองจากเชื้อโรคตัวนี้

เสร็จแล้วก็ต้องจำให้ได้ว่า ตอนป่วยตัวโรคนี้มันแย่ยังไง แล้วก็บอกตัวเองว่าไม่เอาอีกแล้ว และเรียนรู้ที่จะต้องป้องกันตัวเองจากเชื้อโรค ซึ่งที่พร้อมจะถูกปล่อยเพื่อทดสอบภูมิคุ้มกันของประเทศพม่า

(อ่านต่อฉบับหน้า)
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com