หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก   
  [ ฉบับที่ 1322 ประจำวันที่ 1-8-2012  ถึง 3-8-2012 ]

ปั้นอสังหาฯขึ้นฮับอาเซียน ‘อังกฤษ-จีน-สิงคโปร์’ลงทุน/โรงแรม-คอนโดฯยอดฮิต

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
สยามธุรกิจ - กลุ่มนักลงทุนต่างชาติพาเหรดเข้าลงทุนอสังหาริมทรัพย์ มั่นใจอนาคตไทยจะเป็นศูนย์กลางอาเซียนหลังเปิด การค้าเสรี AEC ล่าสุด กลุ่มทุนจากประเทศอังกฤษรุกหาพันธมิตรในไทยผ่าน “ตู่ ติงลี่” เพื่อหาทำเลลงทุน ขณะที่ก่อนหน้านี้กลุ่มทุนจากจีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ดาหน้าเข้ามาร่วมทุน เปิดตัวไปแล้วหลายโครงการ ด้าน AREA ชี้ไทยเป็นเป้าหมาย ใหญ่ที่ประเทศเพื่อนบ้านจะกรีธาทัพเข้ามาลงทุน

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยในเวลา นี้ยังคงมีแนวโน้มที่ดีแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะไม่บูมมากนักเนื่องจากการเมืองไม่นิ่ง และปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ อย่างไรก็ตามมีสัญญาณว่านักลงทุนต่างชาติกำลังจะกลับมา โดยมีนักลงทุนต่างชาติเริ่มให้ความ สนใจมากขึ้น หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนหรือเออีซี

นายไทรมั่น ลัญจน์ดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด หนึ่งในผู้นำบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เผยถึงภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย ว่า ภาพรวมการลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ ถือว่า ยังไปได้ดี แต่ไม่ถึงกับแข็งแรงมาก นักลงทุน ส่วนใหญ่เป็นคนไทย ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศ ในภูมิภาคนี้ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง แล้วไทยจะมีนักลงทุนต่างชาติค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณว่านักลงทุนต่างชาติกำลังจะกลับมา โดยขณะนี้มีนักลงทุนจากสิงคโปร์ ฮ่องกง จีน เกาหลี และญี่ปุ่น เข้ามาศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอีกครั้ง อาทิ ฮ่องกง ให้ความสนใจด้านที่ดิน และโรงแรม ส่วน จีน กำลังจะลงทุนด้านที่อยู่อาศัยคอนโดมิเนียม โดยจะร่วมทุนนักธุรกิจไทย

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ดึงดูดความสนใจทุนต่างชาติมาจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกำลัง จะเริ่มขึ้น บวกกับการเปิดเสรีของประเทศพม่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมาก มีองค์กรธุรกิจชั้นนำหลายรายมองกรุงเทพฯเป็นศูนย์ธุรกิจประจำภูมิภาคนี้ (Sub Region) ประกอบด้วย พม่า ลาว กัมพูชา คิดว่าเป็นแนวโน้มที่ค่อนข้างดี

แหล่งข่าวในวงการพัฒนาที่ดินเปิดเผย “สยามธุรกิจ” ว่า จากกระแสการเปิดเสรีการ ค้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ทำ ให้นักทุนจากต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยมีศักยภาพการลงทุนมากกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งทำเลที่ ตั้งความชัดเจนในด้านกฎหมายที่สำคัญราคาที่ดินในประเทศไทยในย่านธุรกิจยังต่ำกว่า ประเทศเพื่อนบ้านอย่างฮ่องกง มาเลย์ สิงคโปร์

“ช่วงที่ผ่านมาก็มีกลุ่มทุนจากประเทศอังกฤษได้ติดต่อผ่านทางคุณตู่ ติงลี่ หรือ ร.อ. เมตตา เต็มชำนาญ เพื่อหาลู่ทางเข้ามาลงทุน ในไทย โดยกำลังมองหาชองทางลงทุนในหลายๆ ธุรกิจ รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย”

ขณะที่เมื่อเร็ว ๆ นี้กลุ่มทุนจากมาเลเซีย และอเมริกาที่ได้เข้ามาร่วมทุนกับไทยในนามบริษัท สยาม อมาโก้ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้กว้านซื้อที่ดินในหลายๆ ทำเล โดยมีแผนขยายการลงทุนโครงการพัฒนาที่ดินในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นนอกใน 4 มุมเมือง ตั้งแต่ โซนบางกะปิ ลาดพร้าว รามอินทรา แจ้งวัฒนะ ตลิ่งชัน ราชบูรณะ พระราม 9 และบางนา ภายใต้แบรนด์ “แฟมมิลี เฮ้าส์”

ก่อนหน้านี้ บริษัทพรินซิพเทค คอร์โพเรชั่น (PCB) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ขนาดใหญ่ที่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยมูลค่าสูงติด 1 ใน 5 ของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในประเทศมาเลเซีย ได้ เข้ามาลงทุนเปิดตัวโครงการแรกในไทยด้วยโครงการดีคิวบ์ พหลโยธิน-นวนคร มูลค่ากว่า 900 ล้านบาท และในปี 2556 มีแผนจะลงทุน เปิดโครงการ “Commercial Plus Living” เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่งอีก

บริษัทเทียนเฉิน อินเตอร์เนชั่นแนล พร็อพเพอร์ตี้ (ไทยแลนด์) เป็นบริษัทอีกบริษัท ที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท เทียนเฉิน ในประเทศจีน กับนายวรพงษ์ วิรัตน์มาลี ได้ลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท เปิดโครงการคอนโดฯ TC Green ย่านพระราม 9 ไปเมื่อเร็วๆ นี้เช่นกัน

โดยนายนายติง หลงเมา ผู้ร่วมทุนจากประเทศจีน กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของตลาดในประเทศไทยและการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจรวมถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมาถึงทำให้สนใจเข้ามา ลงทุน และเชื่อว่าอสังหาฯ ไทยยังจะมีการขยายตัวได้อีกมาก นอกจากนี้ ต้นทุนการพัฒนาในประเทศไทยยังต่ำกว่าจีน แม้ว่ากำไร จะต่ำไปด้วยแต่ดีมานด์ยังมีอีกมาก โดยบริษัท มีข้อได้เปรียบในด้านต้นทุนวัสดุตกแต่งที่นำเข้าจากจีนเกือบทั้งหมดทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่า และกำหนดราคาขายได้ดีกว่าคู่แข่ง

นายสุรเชษฐ์ กองชีพ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนักลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาให้บริษัทเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือในทำเลที่มีคนจีนอาศัยอยู่จำนวนมาก เช่น รัชดาฯ ลาดพร้าว ทั้งนี้ โครงการที่สนใจลงทุนมากที่สุดคือ คอนโดมิเนียม ระดับ B+ ขึ้นไป ย่านรอบนอกเมือง โครงการละประมาณ 1,000 ยูนิต หรือมูลค่า การลงทุนประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งพอร์ตการลงทุนระดับดังกล่าวนักลงทุนเหล่านี้สามารถลงทุนโดยไม่ต้องขอสินเชื่อ

สำหรับสาเหตุที่นักลงทุนเหล่านี้สนใจลงทุนอสังหาฯ ในไทย นอกจากภาวะตลาด และโอกาสการลงทุนที่ดีแล้ว ยังมาจากสาเหตุที่รัฐบาลจีนออกข้อบังคับที่เข้มงวดด้านการลงทุนอสังหาฯ ของผู้ประกอบการ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะฟองสบู่ นอกจากนี้ ราคาอสังหาฯ ในจีนยังปรับขึ้น-ลงแรงทำให้มีความเสี่ยงด้านการลงทุนสูง

ด้านดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมิน ค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) กล่าวว่าจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วม ประชุมสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งอาเซียน ณ ประเทศบรูไน ในช่วงต้นเดือนก.ค. 2555 ประเทศไทยจะเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ที่สุด แห่งหนึ่งที่ประเทศเพื่อนบ้านจะกรีธาทัพเข้า มาทำธุรกิจในประเทศไทย ทั้งนี้โดยพิจารณา จากว่ากรุงเทพมหานครมีจำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับกรุงจาการ์ตา กรุงพนมเปญ กรุงมะนิลา และ นครโฮจิมินห์ นอกจากนั้นในพื้นที่ตากอากาศเช่น พัทยา สมุย ภูเก็ตและหัวหิน ก็มีต่างชาติ สนใจมาลงทุนเป็นจำนวนมากเช่นกัน
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com