หน้าแรก > การตลาด > ข่าวการตลาด   
  [ ฉบับที่ 1320 ประจำวันที่ 25-7-2012  ถึง 27-7-2012 ]

การโฆษณาแอร์พานาโซนิค รุ่น โอทูพลัส

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้ตรวจพบการโฆษณาเครื่องปรับ อากาศยี่ห้อพานาโซนิค รุ่น โอทูพลัส ของบริษัท พานาโซนิค เอ.พี.เซลส์ (ประเทศ ไทย) จำกัด ทางสื่อหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ โดยใช้ข้อความว่า “...โฮทูชาวเวอร์ เพิ่มออกซิเจนด้วยแผ่นโพลิเมอร์ให้อยู่ที่ระดับประมาณ 21% หรือมากกว่านั้น ซึ่งเท่ากับธรรมชาติ ให้คุณสดชื่นเย็นสบาย...” “...ยับยั้งการทำงานของสารก่อภูมิแพ้ เช่น ฝุ่นละอองเกสร ฯลฯ ยับยั้งการทำงานของไวรัส ทำลายแบคทีเรีย...” “...โอทูชาวเวอร์ ผู้นำด้านการผลิตออกซิเจน ให้คุณสดชื่นไปกับออกซิเจนบริสุทธิ์ ทุกเวลาที่คุณต้องการ...” “...ซูเปอร์อัลเลอร์รู-บัสเตอร์ แผ่นฟอกอากาศที่รวม 3 คุณสมบัติในหนึ่งเดียว ยับยั้งสารก่อภูมิแพ้ เชื้อไวรัสและแบคทีเรียเพื่ออากาศ ที่สะอาดยิ่งขึ้น...” “...ซูเปอร์อัลเลอร์รู - บัสเตอร์ ยับยั้งสารก่อภูมิแพ้ได้ 99%...”

คณะอนุกรรมการติดตามสอดส่องและวินิจฉัยการโฆษณาได้พิจารณาโฆษณา ดังกล่าว โดยเชิญผู้บริหารบริษัท เข้าชี้แจงและตอบข้อซักถามต่อคณะอนุกรรมการฯ และผู้ทรงคุณวุฒิผู้รับมอบอำนาจจากผู้บริหาร บริษัท พานาโซนิค เอ.พี.เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ชี้แจงสรุปได้ว่า ปริมาณออกซิเจนที่มีอยู่ในธรรมชาติประมาณ 20.94% ของบรรยากาศทั้งหมด 100% ที่เหลือเป็นก๊าชไนโตรเจน 78.09% นอกจากนั้น เป็นส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ก๊าชเฉื่อย ก๊าชอาร์กอน 0.93% ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ 0.03% และก๊าชอื่นๆ 0.01% การเพิ่มออกซิเจนทำได้ด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าชุดเพิ่มออกซิเจนอันประกอบไปด้วยแผ่นโพลิเมอร์ ที่จะกลั่นกรองอากาศจากภายนอกห้องให้เข้ามามีความเข้มข้นประมาณ 30% จากนั้นจึงปล่อยเข้าสู่ห้องทำ ให้มีปริมาณความเข้มข้นในระดับเดียวกับธรรมชาติหรือมากกว่า โดยชุดที่เพิ่มออกซิเจนนี้จะไม่มีช่องใดๆ ดังนั้นจึงช่วยป้องกันฝุ่นละอองหรือแบคทีเรียต่างๆ ไม่ให้เข้ามาในห้อง ทำให้หายใจเข้าไปเป็นอากาศที่สดชื่นเต็มไปด้วยออกซิเจน การทำ งานของแผ่นเพิ่มออกซิเจน และปั๊มสุญญากาศเป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยระบบการ ทำงาน โดยแผ่นเพิ่มออกซิเจน และปั๊มสุญญากาศเป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วยระบบ การทำงาน โดยแผ่นเพิ่มออกซิเจนสามารถจ่ายออกซิเจนที่เข้มข้นได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นใจในคุณภาพซึ่งใช้งานได้นานและยังคงทนโดยไม่ต้องรักษาเครื่อง แม้ว่าสถานการณ์รอบเครื่องจะมีการเปลี่ยนแปลง จากการนำระบบออกซิเจนที่กล่าว มานี้ ช่วยทำให้อารมณ์คนในห้องสบายมากขึ้นและยังมีผลดีต่อประสิทธิภาพในการ ทำงานของคนในห้องคือสมองได้ทำงานคล่องมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการวัดคลื่นสมอง ของคนในห้อง และบริษัทชี้แจงเพิ่มเติม ว่าสารก่อภูมิแพ้ เป็นสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ เช่น ไรฝุ่น ซากไรฝุ่น ละอองเกสร ฝุ่นละออง เป็นต้น ซึ่ง เมื่อสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดอาการแพ้ต่อสารดังกล่าวแต่ละ คนจะแสดงอาการแพ้ต่างกัน เช่น ไอหรือจาม น้ำมูกไหล หรืออาจเกิดผื่นคันตามผิวหนัง ตามข้อพับต่างๆ ซูเปอร์อัลเลอร์รู-บัสเตอร์ ประกอบไปด้วยสารที่มีฤทธิ์เป็นกรด Acidic phenolic polymer ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มของสาร phenolic hydroxyl ในแผ่นฟอกอากาศ มีผลในการต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ละอองเกสร และซากไรฝุ่น

คณะอนุกรรมการติดตามสอดส่องและวินิจฉัยการโฆษณา ได้พิจารณาเอกสาร การโฆษณาประกอบคำชี้แจงของบริษัท พานาโซนิค เอ.พี.เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด แล้วเห็นว่าเครื่องปรับอากาศของบริษัทใช้ระบบนำอากาศไหลผ่านแผ่นโพลี เมอร์ ซึ่งจะช่วยกลั่นกรองอากาศได้ระดับหนึ่ง แล้วปล่อยเข้าสู่ห้อง มิได้มีระบบนำ ก๊าชออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าสู่ห้องแต่อย่างใด ส่วนข้อความโฆษณาที่ว่า “...ซูเปอร์ อัลเลอร์รู-บัสเตอร์ ยับยั้งสารก่อภูมิแพ้ได้ 99%...” และข้อความว่า ยับยั้งสาร ก่อภูมิแพ้ เชื้อไวรัสและแบคทีเรีย...” นั้น อนุกรรมการฯ เห็นว่าบริษัททำการทด สอบชิ้นส่วนอุปกรณ์แผ่นฟอกอากาศกับเชื้อไวรัสที่อยู่ในทางเดินอาหาร ส่วนการ ทดสอบกับเชื้อแบคทีเรีย Staphylococus aureus ชนิดเดียว คงไม่สามารถอ้างว่าครอบคลุมเชื้อทุกชนิดได้ นอกจากนี้ ผลการทดสอบของบริษัทปรากฏว่ายับยั้งสารก่อภูมิแพ้ได้เพียงระดับหนึ่ง ไม่ใช่ 99% ตามที่โฆษณา

นอกจากนี้ เอกสารที่บริษัทนำมาประกอบคำชี้แจงเพื่อพิสูจน์แสดงความจริง ก็มีข้อบกพร่องและผิดพลาดหลายประเด็น รวมทั้งมีเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับข้อความโฆษณา ดังนั้น คณะอนุกรรมการฯจึงเห็นว่าข้อความโฆษณาของบริษัท เป็นข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการตามมาตรา 22 วรรค (2) พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และจากข้อเท็จจริงเห็นว่า บริษัทมีเจตนาใช้ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจ ผิดเช่นว่านั้น จึงเห็นควรดำเนินคดีอาญากับบริษัท และคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาได้พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการติดตามสอดส่องและวินิจฉัยการโฆษณาเสนอ
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com