หน้าแรก
> ข่าวปก >
ข่าวปก
[ ฉบับที่ 1320 ประจำวันที่ 25-7-2012 ถึง 27-7-2012 ]
|
เที่ยวไทยไร้ทิศขาดยุทธศาสตร์เฟ้นหาทีม AEC
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
ATTA - เอกชนจวกหนัก ท่องเที่ยวยังไร้ทิศทาง ขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ระบบขนส่ง ยังแย่ ด่านชายแดนยังโบราณ ลุยหนุนกองทุน 1 หมื่นล้าน ช่วย SMEs ไปอาเซียน เสนอตำแหน่งรองผู้ว่า ท.ท.ท.
ด้านเออีซีโดยเฉพาะ แนะตั้งแนวรบป้องไข่แดง เผยตัวเลขอาเซียนเที่ยวไทยปัจจุบันแค่ 2.5 ล้าน บุกอีกแค่ 2% ทะลุ10 ล้าน
นายเจริญ วังอนานนท์ เลขธิการสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจากในประเทศกลุ่มอาเซียนประมาณ 2.5 ล้านคนต่อปี ขณะที่ปริมาณประชากรในอาเซียนมีถึง 600 ล้านคน กล่าวได้ว่า ประเทศไทยยังมีโอกาสขยายจำนวนนักท่องได้อีกมาก หรือแค่เพิ่มเป็น 1% ก็เท่ากับว่าได้นักท่องเที่ยวถึง 6 ล้านคน หรือ 2% เท่ากับ 12 ล้านคน
สำหรับประเทศที่มีความน่าสนใจในการลงทุนด้านการท่องเที่ยวในอาเซียน คือ อินโดนีเซีย เนื่องจากมีลักษณะที่คล้ายไทย อีกทั้งมีประชากรจำนวนกว่า 200 ล้านคน จากการสำรวจแค่ 1 เมือง พบประชากรจีนที่อาศัยอยู่และเดินทางท่องเที่ยวสิงคโปร์อยู่แล้วประมาณ 500,000 คน ซึ่งหมายความว่า เป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะเข้าไปเจาะตลาด เพราะเชื่อว่าหากไปเที่ยวสิงคโปร์ได้ ต้องมาเมืองไทยได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องมีวางยุทธ์ศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว 10, 20 หรือ 30 ปี เพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจน และสร้างแนวทางในการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น โดยปัจุจบันหลายประเทศในอาเซียน เริ่มมีมาตรการปกป้องการเข้ามาลงทุนในหลายรูปแบบ อาทิ การกำหนดพื้นที่ในการลงทุนทางด้านแหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ ทั้งนี้ประเทศไทย ควรมีมาตรการในลักษณะนั้นเพื่อปกป้องตัวเอง
อาทิ การรักษาผลประโยชน์ในแหล่งท่องเที่ยวหลักที่เป็นไข่แดงของเมืองไทย อาทิ ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา สมุย หรือกรุงเทพฯ ซึ่งต้องพิจารณาว่า ปริมาณของบริการด้านท่องเที่ยวเพียงพอแล้วหรือไม่ อาทิ จำนวนของโรงแรม หรือ ตัวแทนทางด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ หรือ มีการกำหนดว่า การลงทุนในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักจะต้องมีค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงกว่าปกติ เหล่านี้ ถือเป็นเทคนิคในการปกป้องตนเอง
เมืองไทยมีความได้เปรียบทางด้านการท่องเที่ยว ทั้งด้านแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก และประสบการณ์ในการบุกตลาดท่องเที่ยวมานาน แต่ยังขาดยุทธ์ศาสตร์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในโอกาสของการรวมอาเซียนเป็นตลาดเดียว
นายเจริญ กล่าวว่า นอกจากแนวคิดการจัดตั้งรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับอาเซียนเพื่อดูแลเรื่องของเอเอีซีโดยเฉพาะแล้ว ยังมีข้อเสนอให้ตั้งรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ดูแลกลุ่มประเทศเออีซีโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่มาก
นอกจากนั้นยังคงผลักดันแนวคิดการตั้งกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอีด้านการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็น 85% ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปัจจุบัน โดย 20% มีความพร้อมในการบุกตลาด แต่ยังขาดเรื่องทุน ต่างจากรายใหญ่ทางด้านการท่องเที่ยวของไทย ที่มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่มีศักยภาพในด้านนี้
ดังนั้นจึงอยากรัฐบาลเข้ามาส่งเสริมการลงทุนทางด้านการท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน เปรียบเสมือนการทำงานของไจก้า ของญี่ปุ่น โดยเบื้องต้นเสนอกองทุน 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ต่อเนื่อง 5 ปี โดยถือเป็นการร่วมทุนจากรัฐกับภาคเอกชน 50:50 โดยกลุ่มลงทุนที่น่าสนใจ คือ ด้านโรงแรม บริษัทนำเที่ยว และรถเช่า
สำหรับเป้าหมายการท่องเที่ยว ที่ ททท. วางรายได้ไว้ที่ 2 ล้านล้านบาทในปี 2558 ถือว่ามีความเป็นไปได้สูง และมีอากาสมากกว่านั้น แต่ต้องปรับระบบรองรับอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นสนามบินสุวรรณภูมิที่ต้องพัฒนาให้ได้มาตรฐานสากลพร้อมรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และไทยต้องมีลักษณะของเมืองที่นำนักท่องเที่ยวเข้าและส่งต่อไปยังประเทศต่างๆ โดยทำความร่วมมือกับประเทศที่มีศักยภาพเช่น อินโดนีเซีย เป็นต้น
หรือการพัฒนาด่านชายแดน ทั้งด้านสภาพแวดล้อมที่สวยงาม มีมาตรฐานและระบบการเข้า-ออก ทั้งในลักษณะของบุคคลและหมู่คณะ รวมทั้งบริการครบวงจรและรวมเร็ว ถือเป็นการพลิกโฉมของด่านชายแดนครั้งใหญ่ เพื่อเป็นอีกช่องทางในการเปิดรับนักท่องเที่ยว หลังจากที่ด่านชายแดนเหล่านี้ ตกเป็นเครื่องมือหากินของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมานาน |
|
|