ตรัง/หาดใหญ่/นครศรีธรรมราช - พิษเศรษฐกิจยุโรปกระทบราคายางตกต่ำลามโรง รับจำนำท้องถิ่นภาคใต้ถังแตก เหตุชาวบ้าน-เกษตรกรแห่ใช้บริการ ขนทองคำ-เครื่องไฟฟ้า ไปจำนำอื้อ เผยที่นครศรีธรรมราช ปล่อยเงินแล้ว 270 ล้านบาท ไม่พอหมุนเวียน เตรียมกู้กับแบงก์อีก 50 ล้าน บาท ขณะที่จังหวัดตรังมียอด จำนำเฉลี่ยเดือนละ 3 พันราย เล็งขอกู้เพิ่มจากธนาคารกรุง ไทย-ออมสิน
ผลพวงจากสภาพเศรษฐกิจยุโรปส่งผลให้สถานการณ์ราคาของยางพาราปรับตัว ลดลงอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่การชุมนุมประท้วงของเกษตรกรเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล ดำเนินมาตรการช่วยเหลือ ขณะที่เกษตรกร วันนี้ รายได้ที่ลดลงจากราคาที่ถดถอยตั้งแต่ต้นปี ทำให้พวกเขาต้องหันพึ่งโรงรับจำนำ หรือ สถานธนานุบาล ทั้งของเอกชนและภาครัฐ ในการนำทรัพย์สินไปเปลี่ยนเป็นเงินสด เพื่อ นำมาใช้จ่ายในครอบครัวในยามที่รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลังและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทั้งจาก ราคาน้ำมัน และปัจจัยการผลิตการเกษตร ที่ขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าครองชีพ
นางสาวณัฐริกา นุรักษ์ ผู้จัดการสถาน ธนานุบาลอำเภอเมืองสงขลา จ.สงขลา กล่าว ว่า บรรยากาศของผู้มาใช้บริการโรงรับจำนำ ช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มาจากหลายพื้นที่ รวมถึงเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอก ไม่ว่าจะเป็นอำเภอจะนะ, นาทวี, สะทิงพระ และ อ.ระโนด ซึ่ง พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตเกษตรกรรมและ กสิกรรม หรือพื้นที่ทางการเกษตรที่สำคัญของ จังหวัด โดยในเดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้ มียอดการใช้เงินเพื่อรับจำนำทรัพย์สินของผู้ใช้บริการไปแล้วประมาณ 190 ล้านบาท ซึ่งเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา พบว่า อยู่ ในระดับใกล้เคียงกัน
สัญญาณเกี่ยวกับเรื่องของภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ขยับราคารวมถึงเรื่องของราคายางพาราที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การ ใช้บริการของลูกค้า โรงจำนำสงขลามีมาอย่าง ต่อเนื่อง ทั้งนี้ อาจต้องรอประเมินสถานการณ์ในช่วงนับจากนี้ไปอีกระยะหนึ่งน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น นางสาวณัฐริกา กล่าว
นางภูวนาฎ สวนสวัสดิ์ ผู้จัดการสถาน ธนานุบาล เทศบาลนครนครศรีธรรมราช เปิด เผยว่าเป็นที่แปลกใจที่ยอดการนำทรัพย์สินของประชาชนเข้าจำนำพุ่งสูงขึ้นมาก ตามปกตินั้นการจำนำจะมีมากในช่วงเปิดเทอม แต่ กลับพบว่ามาจนถึงวันนี้ยอดการนำสิ่งของเข้า มาจำนำกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้สถานธนานุบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ปล่อยเงินออกไปแล้วเกือบ 270 ล้านบาทและกำลังยื่นกู้เพื่อนำวงเงินมาเป็นทุนจำนำอีก 50 ล้านบาท เนื่องจากเงินมีไม่พอจ่าย
เป็นไปได้ว่าเกิดจากสภาพราคายางที่ ตกต่ำลง ผู้ที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็น คนที่มาจากรอบนอกของตัวเมืองทรัพย์สินที่นำ มาส่วนใหญ่จะเป็นทองรูปพรรณ ส่วนทรัพย์สินอื่นๆเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้ามีน้อยมาก สอบถาม ไปยังโรงรับจำนำรอบนอกเช่น อ.ทุ่งสง และ อ.ฉวาง อยู่ในลักษณะเดียวกันคือยอดจำนำพุ่งสูงต้องขอกู้เงินจากธนาคารเข้า มาเป็นทุนสำรองทุกที่เช่นเดียวกัน ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครนครศรีธรรมราช กล่าว
ด้านนายประภาส รัตนศรี ผู้จัดการสถานธนานุบาล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มองว่า การมาใช้บริการของประชาชนในตัวนี้มีตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา โดยมียอดเงินที่ใช้ในการรับจำนำทรัพย์สินของผู้มาใช้บริการสูงถึง 72 ล้านบาท ทั้งที่ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 52 ล้านบาทเท่านั้น โดยขณะนี้ตัวเลข จำนวนเงินก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าเป็นเพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจ กอปรกับสถานการณ์ในเรื่องของราคายางพาราที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ ทำให้โรงรับจำนำกลายเป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชนที่มีความต้องการใช้เงินในระยะนี้ โดยเฉพาะ เดือนที่ผ่านมาถึงขณะนี้มีตัวเลขการให้บริการ รับจำนำแล้วถึง 49 ล้านบาท ถือว่าค่อนข้าง สูงเมื่อเทียบกับช่วงที่สินค้าเกษตรในภาคใต้ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ราคาดี แต่ขณะ นี้พืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ราคาตกต่ำทำให้เกษตรกร ได้รับผลกระทบจากปัญหาค่า ใช้จ่ายและเงินหมุนเวียนภายในครอบครัว
ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการจะเป็น กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดเล็กในพื้นที่หาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแผงจำหน่ายผลไม้ แผงจำหน่ายอาหารทะเล เกษตรกรชาวสวน รวมถึงประชาชนทั่วไป โดยข้อดีที่มีผู้มาใช้บริการมากขึ้นนั่นคือการได้รับเงินที่รวดเร็ว และดอกเบี้ยต่ำ คือ วงเงินไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 50 สตางค์ หากวงเงิน เกิน 5,000 บาท อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1 บาท ดังนั้น ทำให้ช่วงนี้บรรยากาศที่โรงรับจำนำ จึงมีความคึกคักอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้
ด้านนายสุรชาติ เล็กขาว ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่า สถิติการจำนำช่วงนี้สูงขึ้นกว่าทุกปี ไม่แน่ใจว่าเกิดจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำหรือไม่
ยอดเงินก็มีการหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท กู้จาก ธ.ก.ส. 60 ล้านบาท ตอนนี้หมดแล้ว ส่วนที่กู้จาก ธ.ออมสิน จำนวน 80 ล้านบาท ใช้หมดไปแล้วกว่า 50 ล้านบาท คิดว่าจะเพียงพอต่อการหมุนเวียนในช่วงนี้
นายอุดมศิลป์ สิวายะวิโรจน์ ผู้จัดการ สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง จ.ตรัง กล่าว ว่า ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ทางโรงรับจำนำ เทศบาลนครตรัง เปิดให้บริการประชาชนที่ขาดสภาพคล่องทางการเงินนำทรัพย์สินมาจำนำส่วนใหญ่จะเป็นทองคำรูปพรรณร้อยละ 99 เฉลี่ยเดือนละกว่า 3,000 ราย
นายอุดมศิลป์ กล่าวอีกว่า ปัญหาของ โรงรับจำนำในขณะนี้คือยังขาดสภาพคล่องเงินที่จะนำมาหมุนเวียน โดยทางโรงรับจำนำ ทำเรื่องขอกู้ไปยังธนาคารกรุงไทย จำนวน 80ล้านบาท แต่ต้องผ่านขั้นตอนได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อม ทั้งทำเรื่องขอกู้ไปยังธนาคารออมสินจำนวน 50 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการ จังหวัดตรังดำเนินการ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ |
|