นับตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 3 ก.ค. 2555 เจ้าหน้าที่ทหารชุด เฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรีที่ประจำพื้นที่ชายแดนอยู่ที่บริเวณบ้านในกรัง ม.9 ตำบล จปร. ได้รับแจ้งว่ามีคนไทยจำนวน 3 คนได้หลบหนีออกมาจากพื้นที่ บ้านอินทนินขวาง อ.เกาะสอง ประเทศพม่า
โดยข้ามผ่านคลองกระนัย ซึ่งเป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับพม่า จึงได้รายงานให้ พ.อ.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังบังคับการชุดเฉพาะกิจกรมทหาราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี จากนั้นเชิญตัวประชาชนชุดแรกที่เดินทางออกมาทำการสอบสวน
จากการสอบสวนได้ทราบเรื่องราวว่าในพื้นที่บ้านอินทนินขวาง มีทหารพม่าพร้อมอาวุธครบมือจำนวนมาก เข้าควบคุมตัวคนไทยที่เข้าไปทำสวนยางพาราไว้เป็นจำนวนมาก และมีอีกจำนวนมากที่ยังหลบหนี อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวกำลังหาทางออกเพื่อข้ามมายังฝั่งไทย ซึ่งต่อมามีคนไทยถูกทหารพม่าจับกุมตัวไป 92 คน เพราะบุกรุกพื้นที่ ซึ่งอยู่ระหว่างการตัดสินของศาล
สำหรับการบุกรุกพื้นที่ของประเทศพม่านั้น เริ่มจากมีนายหน้าจำนวน 3 กลุ่ม ซึ่งนายเกรียงไร เป็น 1 ใน3 ที่ไปหลอกขายพื้นที่ในราคาถูก ๆ โดยเน้นขายคนตามต่างจังหวัด เนื่องจากไม่ทราบข้อมูลข้อเท็จจริง มีการสร้างหลักฐานเท็จไปหลอกคนซื้อ จนมีการพูดกันปากต่อปากและเข้ามาซื้อที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวคนในพื้นที่หรือคนระนองจะทราบดีว่าเป็นพื้นที่ของประเทศพม่า จึงไม่มีใครเข้าไปครอบครองที่ดินหรือเข้าไปบุกรุกในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มนายหน้าที่หลอกขายที่ดิน เพื่อปลูกพืชกัญชาและมีอาวุธสงครามมี 3 กลุ่มเครือข่ายของนายเกรียงไกร กลุ่มของนายจง และกลุ่มของนายชาญ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จับผู้ร่วมเครือข่ายนายเกรียงไกรเพิ่มขึ้น การสอบสวนคืบหน้าไปมาก แม้ว่านายเกรียงไรจะให้การปฎิเสธอยู่ตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธสงคราหรือการหลอกขายที่ดิน ก็ตาม
ทั้งนี้ พื้นที่จุดที่มีปัญหาที่มีการหลอกขายที่ดิน มาจากคนดั้งเดิมยึดแนวสายใหญ่คือ คลองกระบุรี เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างไทยกับพม่า แต่ไม่ได้ดูว่าเส้นแบ่งเขตจริง ๆ คือคลองสายเล็ก ชื่อคลองกระนัย จึงเข้าไปจับจองที่ดิน เมื่อคนที่เคยอยู่ดั้งเดิมทราบว่า เป็นพื้นที่ของประเทศพม่า จึงบอกขายต่อกันในราคาถูกๆ จนข่าวแพร่กระจายมาถึงกลุ่มนายหน้าหลอกขายที่ดินเมื่อประมาณปี 2548 นายหน้าทั้งเข้ามาซื้อที่ดิน และบุกรุกต่อไปเรื่อย ๆ และสร้างกระแสข่าวในเรื่องที่ดินว่า เป็นของฝั่งไทยเขตอุทยานแห่งชาติ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความสนใจแล้วบอกขายกันในราคาถูก จนกระทั้งมีประชาชนหลายรายยอมขายพื้นที่บ้านของตนเองเพื่อจะเข้าไปซื้อจับจองที่ดินดังกล่าว
ปัญหาการหลอกขายที่ดินเริ่มจะมาระบาดอย่างหนักในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา เนื่องจากข่าวได้แพร่กระจายออกไปนอกพื้นที่ตามต่างจังหวัดว่า มีที่ดินขายในราคาถูกๆ ในแผ่นดินของไทย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกที่คนต่างจังหวัดยอมขายที่ดินของตนเอง บางคนไปหยิบยืมเงินเพื่อจะมาซื้อที่ดินในพื้นที่ของประเทศพม่า
จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่า มีการทำป้ายปลอมขึ้นมาปกบอกว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของไทย มีการกล่าวอ้างถึงหลักเขตหมุดต่างๆว่า มีการปักปันเขตแดนเรียบร้อย โดยพื้นที่ดังกล่าวมีการนำป้ายปลอมป่าเป็นที่เขตป่าอนุรักษ์ ซึ่งในความเป็นจริงถ้าเป็นเขตป่าอนุรักษ์ หากมีการเข้าไปบุกรุกก็ถือว่าผิดกฎหมาย
กลุ่มบุคคลนายหน้าทั้ง 3 กลุ่ม มีการกล่าวอ้างเรื่องการแบ่งเขตพื้นที่ประเทศโดยใช้คลองกระบุรี ซึ่งเป็นคลองขนาดใหญ่มาหลอกให้ผู้เสียหายทราบว่า พื้นที่ที่อยู่ตรงกันข้ามที่เข้าไปบุกรุกนั้น เป็นพื้นที่ของไทย
นอกจากนี้ กลุ่มนายหน้าเองมีการลงทุน นำรถไถ รถตักและเครื่องจักกลหนักเข้าไปปรับสภาพพื้นที่ ทั้งการตัดถนน การบุกป่า ทำให้มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งนอกจากหลอกชาวบ้านจากพื้นที่จังหวัดระนองให้มาซื้อแล้ว ยังมีการหลอกไปถึงเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลในพื้นที่ด้วย โดยกล่าวอ้างว่าตนเองเป็นทหารจากกรมแผนที่ ยศร้อยโท เข้ามาสำรวจแนวเขตแดนไทยพม่า เพื่อสะดวกในการขนย้ายเครื่องกลหนักเข้าพื้นที่ การขนย้ายอาวุธสงครามและยาเสพติด
สยามธุรกิจ ได้ตรวจสอบไปยังชาวบ้าน หมู่ 6 จปร. พบว่า ขบวนการนายหน้าขายที่ดินมีพฤติกรรมหลอกลวงผู้ที่สนใจซื้อที่ดินอย่างชัดเจน โดยนำไปดูที่ดินเวลากลางคืน และเสนอราคาขายที่ดินขนาดหน้ากว้าง 4 เมตร ลากยาวเข้าไปไม่มีกำหนด ราคาเพียง 60,000 บาท หรือไร่ละประมาณ 2,000 บาท และหากเป็นพื้นที่สวยจะมีราคาไร่ละ 3,000 บาท อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีชาวบ้านได้เข้าไปอยู่แล้วประมาณ 100 ราย จากจำนวยที่จับจองพื้นที่ทั้งหมด 200 ราย โดยชาวบ้านที่เข้าไปจับจองพื้นที่ดังกล่าวมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ มากที่สุด ซึ่งบางรายยอมขายที่ดินตัวเองเพื่อเข้าไปเสี่ยงดวงเอาข้างหน้า
นอกจากนี้ ยังมีนักการเมืองท้องถิ่น และนักการเมืองระดับชาติจากจังหวัดสุราษฎร์ฯ เข้าไปจับจองที่ดินมากถึงรายละ 400-500 ไร่ เพื่อนำไปปลูกสวนยางพารา และปาร์มน้ำมัน รวมพื้นที่ทั้งหมดที่มีการซื้อขายของกลุ่มนักการเมืองดังกล่าวจำนวนประมาณ 3,000 ไร่ จากที่มีการบุกรุกทั้งหมด 4,000 ไร่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่า ถ้าไม่มีเหตุการณ์พม่าจับกุมคนไทยครั้งนี้ จะมีการจับจองพื้นที่มากถึง 6,000 ไร่ |
|