หน้าแรก
> ข่าวปก >
ข่าวปก
[ ฉบับที่ 1319 ประจำวันที่ 21-7-2012 ถึง 24-7-2012 ]
|
พ่อค้าพลอยระทม!อียูเลิกออเดอร์วอนรัฐเยียวยา/หันจำนำแบงก์กว่า100ล้าน
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
ส.อัญมณี/กรมเจรจาการค้าฯ - ธุรกิจอัญมณีสุดระทม เจอพ่อค้าอียู เล่นบทตุกติก ยกเลิกออเดอร์โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ต้องนำพลอยเข้า โครงการจำนำกับแบงก์รัฐ ยอดทะลุกว่า 100 ล้านบาท แฉ! ยังมีอีกมากอยากจำนำ แต่ติดปัญหาไม่มีคนค้ำประกัน ด้านนักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกฟันธง ส่งออกไทยโตเต็มที่ 10% ขณะที่ สิ่งทอั ก็บักโกรกพอกัน
นายพรชัย ชื่นชมลดา อดีตนายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ และประธานกรรมการบริษัท พรชัยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผย ็สยามธุรกิจิ ว่า ปัจจุบันยอดขายอัญมณีและเครื่องประดับของบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ไปสหภาพยุโรป หรือ อียู หายไปอย่างน้อย 50% เช่นก่อนหน้านี้ลูกค้าตกลงซื้อสินค้า 100 ชิ้น แต่พอถึงวันทำสัญญาขอลดลงเหลือ 50 ชิ้น บางรายโดนยกเลิกออเดอร์ไปเลยก็มี ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก เนื่องจากผู้ส่งออกไทยไปสั่งซื้อวัตถุดิบไว้แล้ว ทำให้เกิดปัญหาทุนจม
นายพรชัยยังกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธวพ.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์มีโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ด้วยการให้ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับนำสินค้าไปจำนำกับแบงก์ได้ แต่มีเงื่อนไขว่า ผู้ส่งออกต้องหาคนมาค้ำประกันสินค้าดังกล่าว ทำให้มีคนผ่านเงื่อนไขน้อย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท จากงบประมาณที่รัฐบาลสนับสนุน 2,000 ล้านบาท
หลายรายตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่านเกณฑ์การประเมินเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ติดเงื่อนไขหาผู้มาค้ำประกันไม่ได้ ซึ่งโครงการนี้เดินหน้าไปแล้ว การจะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเป็นเรื่องยุ่งยาก และถ้าเปลี่ยนเงื่อนไขตอนนี้ก็จะไม่ยุติธรรมกับผู้ที่เข้าโครงการรับจำนำก่อนหน้านี้ิ นายพรชัย กล่าว
นายพรชัยกล่าวต่อไปว่า อยากให้ธนาคารของรัฐอีกแห่งหนึ่งคือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ เอ็กซิมแบงก์ ออกมาตรการรับจำนำแบบเดียวกับเอสเอ็มอีแบงก์ เพียงแต่ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน เอาสินค้าเป็นตัวค้ำประกันแทน เหมือนโรงรับจำนำทั่วไป เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากผู้ส่งออกโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี เป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอีอย่างตรงกับความต้องการ
"ตอนนี้เอ็กซิมแบงก์ก็ออกมาตรการต่างๆมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ถ้าจะช่วยเหลือผู้ประกอบการจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีอัญมณีและเครื่องประดับ น่าจะออกมาตรการรับจำสินค้าที่เหลือจากการส่งออก หรือ ไม่สามารถส่งออกได้ โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน" นายพรชัยกล่าวปิดท้าย
สำหรับโครงการรับจำนำอัญมณีจากผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ของธนาคารเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดตัวตั้งแต่ปี 2553 โดยให้ผู้ผลิตอัญมณีที่ผลิตสินค้าแล้วแต่ไม่สามารถหาผู้ซื้อได้ และมีปัญหาขาดสภาพคล่องในระยะสั้น โดยเอสเอ็มอีแบงก์จะเข้าไปปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้ขั้นตอนการขอสินเชื่อจำนำอัญมณี ผู้ขอสินเชื่อต้องนำอัญมณีส่งให้สมาคมอัญมณีไทยตรวจพิสูจน์เพื่อรับรองว่าเป็นของจริง จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการประเมินราคา และปล่อยสินเชื่อในอัตราครึ่งหนึ่งของราคาประเมิน คิดอัตราดอกเบี้ย 7% ระยะเวลา 3 เดือน โดยต้องมีผู้มาค้ำประกัน หากเกิน 3 เดือนไม่มาไถ่ถอน ผู้ค้ำประกันจะต้องซื้ออัญมณีดังกล่าวไป โดยสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 10 ล้านบาท และเน้นรับจำนำพลอยซึ่งถือว่ามีสัดส่วนเป็นตลาดใหญ่สุดของประเทศ
ด้าน ดร.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส (ประจำประเทศไทย) ธนาคารโลก กล่าวในงานสัมมนา ็กูรูมองไทย มองโลกเศรษฐกิจครึ่งหลังปี 2555ิ จัดโดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ว่า สถานการณ์ในอียูยังซึมอย่างนี้ไปอีก 1-2 ปี คงไม่ฟื้นตัวเร็วเหมือนเศรฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ เนื่องจากกระทบกับหลายประเทศ การส่งออกไปอียูปีนี้น่าจะติดลบประมาณ 5% ทำให้การส่งออกโดยรวมของไทยปีนี้น่าจะโตเต็มที่ประมาณ 10%
ขณะที่ ดร.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตลาดอียูคือธุรกิจสิ่งทอกับธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งส่งออกไปตลาดดังกล่าวค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นจึงได้รับผลกระทบมากกว่าสินค้าประเภทอื่น เป็นเรื่องที่รัฐต้องหามาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
นายคนิสร์ สุคนธมาน กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) เปิดเผยว่า ธสน.พร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการกรณีที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรป ได้แก่ 1) พิจารณาผ่อนปรนดอกเบี้ยผิดนัด กรณีผู้ส่งออกชำระหนี้ไม่ทันตามกำหนดอันเนื่องมาจากผู้ซื้อชำระเงินค่าสินค้าล่าช้า 2) ผ่อนปรนอัตราดอกเบี้ยรับซื้อลดเอกสารการส่งออก เนื่องจากผู้ซื้อชำระหนี้ล่าช้า 3) บริการประกันการส่งออก เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้า และ 4) บริการประเมินความเสี่ยงผู้ซื้อในต่างประเทศ เพื่อจะได้ทราบสถานะความน่าเชื่อถือของผู้ซื้อในต่างประเทศ ตลอดจนสามารถเสนอเงื่อนไขการชำระเงินที่เหมาะสมให้แก่ผู้ซื้อในต่างประเทศได้
|
|
|