สยามธุรกิจ - พิษน้ำท่วม หลอนนักลงทุนไม่หาย แถม โออีซีดี ทำ ผวาหลังออกรายงานเตือนกรุงเทพฯมีลุ้นเจอน้ำอีกรอบ ทำหลายฝ่าย ตื่นตัวเตรียมมาตรการรับมือหลังฤดูฝนมาเยือนทั้งเสริมถนน-ทำเขื่อนกั้นน้ำ กนอ. ยันเขื่อนกั้นน้ำถาวรเสร็จทันเดดไลน์ ด้าน เมืองทอง ทุ่ม 200 ล้านยกระดับถนนสูง 2.3 เมตร ส่วนค่ายประกันเตรียมออฟฟิศสำรองรับมือเหตุฉุกเฉิน ขณะที่ฟิวเจอร์พาร์ค วอนรัฐบาลแจ้งข้อมูลถูกต้องรวดเร็ว
หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้หลายๆ ฝ่ายเร่งหามาตรการเพื่อเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งล่าสุดองค์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการพัฒนา(โออีซีดี) ได้รายงานว่ากรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในสิบเมืองใหญ่ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกมากที่สุด และหากยังไม่มีการบริหารจัดการที่ดีก็มีความเสี่ยงตามรายงานว่าจะเกิดขึ้นภายใน 10 ปีนี้ได้
ทั้งนี้ในส่วนของภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนหลายแสนล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและในระยะยาว ขณะที่ภาคเอกชนท่างเผชิญกับวิกฤติน้ำท่วมต่างเตรียมแผนพร้อมรับมือ
กนอ.โวเขื่อนกั้นน้ำถาวรเสร็จทันกำหนด
นายวีรพงษ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. เผยถึงความคืบหน้าการสร้างเขื่อนกั้นน้ำถาวรในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่เคยถูกน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา 6 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมฯบ้านหว้า(ไฮเทค) สวนอุตสาหกรรมบางกะดี สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร เฉลี่ยแล้วมีความคืบหน้าร้อยละ 80 โดยพบว่า นิคมอุตฯบางปะอินมีความคืบหน้าช้าที่สุด ที่ร้อยละ 45 แต่ในภาพรวมทั้งหมด กนอ. มั่นใจว่าการสร้างเขื่อนกั้นน้ำถาวรทั้งหมดจะแล้วเสร็จตามกำหนดภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
ส่วนนิคมอุตฯสหรัตนนครนั้น เมื่อวันที่ 4 ก.ค.55ที่ผ่านมา ศาลล้มละลายได้เห็นชอบเปลี่ยนสถานะผู้บริหารจากเจ้าหนี้เป็นลูกหนี้ ซึ่ง กนอ.ได้ให้ความช่วยเหลือด้านการออกแบบแผนก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ,แผนสำรองฉุกเฉินการป้องกันน้ำท่วม,รวมทั้งการจัดเตรียมสเปกอุปกรณ์ฉุกเฉินป้องกันน้ำท่วมให้แล้ว
ในขณะที่นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในกำกับของ กนอ. ที่ไม่ถูกน้ำท่วม เบื้องต้น กนอ. ได้เสนอต่อที่ประชุมครม.เพื่อขอความเห็นชอบสร้างเขื่อนถาวรป้องกันน้ำท่วมเช่นเดียวกับนิคมอุตฯของเอกชน โดยได้เสนอใน 3 ประเด็น คือ การของบลงทุนเพิ่มเติม,จัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยผ่อนปรนหรือ soft loan จากธนาคารออมสินระยะ 15 ปี ในอัตราร้อยละ 0.01 และให้ กนอ. สำรองจ่ายค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเขื่อนถาวร โดยให้หักจากรายได้ในการนำส่งรัฐในแต่ละปีแทน
ประกันเตรียมออฟฟิศสำรองเผื่อฉุกเฉิน
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด(มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยสยามธุรกิจ ว่า การรับมือกับน้ำท่วมในแง่ของธุรกิจประกันภัยคงเป็นช่วงที่ต้องเร่งขายกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติและประกันภัยธรรมชาติ เพราะประชาชนจะให้ความสนใจมากกว่าช่วงอื่นเนื่องจากมองเห็นถึงความเสี่ยงและมีประสบการณ์จากน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทประกันภัยต่างๆได้ซื้อสัญญาประกันภัยต่อเพิ่มวง
เงินคุ้มครองมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมารองรับไว้อยู่แล้ว
ยังมีเรื่องออฟฟิศสำรองที่ต้องเตรียมไว้เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างของเราก็มีที่ฝั่งธนบุรี เทสต์ระบบทุกไตรมาสทั้งระบบไฟฟ้า ประปา การส่งข้อมูล
นายเรืองเดช ดุษฏีสุรพจน์ ปธ.กก.บห.และกก.ผจก.สินมั่นคงประกันภัย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า น้ำท่วมเป็นความเสี่ยงที่กังวลมากที่สุดในช่วงครึ่งปีหลัง ในแง่การรับประกันภัยได้ซื้อประกันภัยต่อวงเงินสูงกว่าปีที่ผ่านมารองรับไว้แล้วควบคู่ไปกับการคัดเลือกพื้นที่เพื่อควบคุมความเสี่ยงและส่งความเสี่ยงประกันภัยพิบัติส่วนหนึ่งเข้ากองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติขณะเดียวกันเตรียมออฟฟิศสำรองไว้ที่จ.ชลบุรีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นางดวงเดือน คงคาสวัสดิ์ ผอ.ฝ่าย กลุ่มสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้ได้เตรียมสำนักงานชั่วคราวที่สาขารัตนาธิเบศร์และพัทยาเพื่อเป็นออฟฟิศสำรองแทนสำนักงานใหญ่ โดยได้วางระบบรองรับไว้แล้วไม่ว่าจะเป็นการรับประกัน การจ่ายสินไหมหรือการบริการผู้เอาประกัน ซึ่งเชื่อว่าหากเกิดอุทกภัยจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กก.ผจก.บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด เผยกับสยามธุรกิจว่า บริษัทได้วางแผนรองรับระบบงานสำคัญเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องและพร้อมให้บริการทางธุรกรรมแก่ลูกค้าได้
ตามปกติ โดยจัดทำระบบฉุกเฉินและกำหนดศูนย์ปฎิบัติงานสำรองฉุกเฉิน กรณีสำนักงานสาขาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการต่างสาขาโดยมีบุคลากรเพื่อให้บริการข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง
ดึง ฮอลแลนด์โมเดล รับมือน้ำท่วมฝั่งต.อ.
ขณะที่ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทัง้รัฐและเอกชนก็เตรียมรับมือกับภัยน้ำท่วมเช่นกัน โดยการเคหะแห่งชาติ ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ระดมความเห็นผู้เชี่ยวชาญด้านอุทกภัย เพื่อวางแผนป้องกัน ช่วยเหลือสนับสนุนและแก้ไขปัญหาของพื้นที่กรุงเทพฯฝั่งตะวันออก โดยให้แต่ละชุมชนสร้างแนวป้องกันของตนเองด้วยการนำแนวคิดการแก้ปัญหาจากเนเธอร์แลนด์มาเป็นต้นแบบผนวกกับการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล
ด้านนายปีเตอร์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.บางกอก แลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ใช้งบ 200 ล้านบาทเตรียมการรับมือน้ำท่วมด้วยการยกระดับถนนทางเข้า-ออก เมืองทองธานีให้สูง 2.3 ม.และ ขยายเป็น 6 เลน ความยาว 5 ก.ม.เชื่อมเส้นทางแจ้งวัฒนะ-ติวานนท์ พร้อมขุดคูน้ำลึก 3ม. โดยใช้ระบบน้ำล้นช่วยในการรองรับและขจัดปัญหาน้ำไหลไม่สะดวกจากพื้นซีเมนต์ ขณะนี้ก่อสร้างในช่วงเฟสแรกเสร็จแล้วประมาณ 99%แล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดประ
มาณเดือนตุลาคมปีนี้
นอกจากนี้ในเมืองทองมีทะเลสาบขนาด 380 ไร่ ที่สามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 1 ล้านลบ.ม.และสามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ในปริมาณ 350,000 ลบ.ม.ต่อวัน และได้เตรียมแผนสอง ด้วยการสั่งนำเข้าเครื่องสูบน้ำจากประเทศสวีเดน จำนวน 6 ตัว เพิ่มกำลังในการสูบน้ำได้เร็วขึ้น และระบายน้ำลงสู่คลองบางพูด ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยการติดตั้งจะแล้วเสร็จสมบูรณ์อย่างช้าภายในเดือนกันยายนนี้
ฟิวเจอร์พาร์คทุ่ม30ล.สร้างกำแพงสู้น้ำ
ด้านนางสาวพิมพ์ผกา หวั่งหลี กก.ผจก.ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค เปิดเผยว่า สถานการณ์น่ำท่วมในปีที่ผ่านมาฟิวเจอร์พาร์คได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท โดยได้รับเงินชดเชยจากบริษัทประกัน 100 ล้านบาท ส่วนปีนี้ได้มีแผนการเตรียมรับน้ำท่วมโดยทำแนวกำแพงกั้นน้ำถาวรบนพื้นที่โดยรอบบริเวณด้านถนนพหลโยธินและด้านถนนรังสิต- นครนายก รวมความยาว 3 ก.ม.ประกอบด้วยคันดินบดอัด และกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กซึ่งมีความสูงกว่าระดับน้ำที่ท่วมในปี 54 ประมาณ 30 ซ.ม.โดยปีที่ผ่านมาน้ำท่วมอยู่ที่ 1.5 ม.จากพื้นถนน พร้อมเสริมผนังรางระบายน้ำสูง 80 ซ.ม.- 1 ม. ซึ่งจะแล้วในเสร็จต้นเดือนก.ย.นี้ โดยใช้งบฯ 30 ล้านบาท นอกจากนั้นได้ปรับปรุงระบบการจอดรถ พร้อมเพิ่มที่จอดรถอีก 600 คัน
อย่างไรก็ตาม ศูนย์ฯยังคงติดตามการทำงานของรัฐบาลว่าจะสามารถบริหารจัดการน้ำเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งร้ายแรงอีกหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือคือข้อมูลที่รวดเร็วและถูกต้องเมื่อเกิดเหตุการณ์ ทั้งนี้ปัญหาน้ำท่วมถือเป็นปัจจัยหลักที่สร้างผลกระทบต่อยอดขายในครึ่งปีหลังและส่งผลต่อแผนขยายพื้นที่ศูนย์อีก 80,000 ต.ร.ม. ซึ่งเดิมจะเริ่มสร้างในเดือนธ.ค.54 ขณะที่ปีนี้ยังคงรอดูสถานการณ์เพื่อนำแผนเดิมกลับมาทบทวนอีกครั้งโดยปีนี้ยังคงตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 15% หากไม่มีน้ำท่วม |
|