หน้าแรก
> การเงิน-ลงทุน >
กระแสดวงกระแสจิต
[ ฉบับที่ 1316 ประจำวันที่ 11-7-2012 ถึง 13-7-2012 ]
|
กองทุนบำนาญโลกทางเลือกการลงทุน
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
จากกรณีที่ธนาคารโลก ออกโรง เตือนประเทศในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ให้เตรียมรับมือความผันผวน หลังจากเกิดวิกฤติหนี้สาธารณะในประเทศกลุ่มยูโรโซนที่กำลังลุกลามอย่างหนัก ซึ่งจากความวิตกกังวลดังกล่าว ทำให้ ในระยะเวลาแค่เพียง 4 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดหุ้นในประเทศที่กำลังพัฒนา และพัฒนาแล้ว ปรับตัวลดลงถึง 7%
ความผันผวนที่เกิดขึ้นนี้ อาจกลายเป็นเรื่องปกติของตลาดที่นักลงทุนพบเจอได้บ่อยขึ้นแทบทุกวัน และไม่มีทีท่าว่าความผันผวนของตลาดจะลดน้อยลง ในเมื่อปัจจัยรอบด้านที่มีผลต่อการลงทุนยังไม่นิ่ง และไร้ซึ่งความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์หนี้ในกลุ่มประเทศผู้ใช้เงินยูโร การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ การเติบโตของเศรษฐกิจจีน รวมทั้งราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูงทะลุ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายของเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือความท้าทายที่กองทุนบำนาญและนักลงทุนกำลังเผชิญอยู่
ปัจจุบัน กองทุนบำนาญและนักลงทุนสถาบัน เริ่มตระหนักแล้วว่า การแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย หากยังจำกัดกรอบการลงทุนไว้ในสินทรัพย์ดั้งเดิม อาทิ หุ้น หรือตราสารหนี้เท่านั้น
ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปี่ที่ผ่านมา การลงทุนทางเลือก (Alternative Investment) จึงกลายเป็นเป้าหมายที่บรรดานักลงทุนสถาบัน และกองทุนบำนาญในแถบประเทศพัฒนาแล้วให้ความสนใจ จากข้อมูลของ Towers Watson บริษัทที่ปรึกษาทางการเงินรายใหญ่ของโลก ระบุว่า สัดส่วนการลงทุนทางเลือกโดยเฉลี่ยของกองทุนบำนาญเพิ่มจากประมาณ 5% ของพอร์ตลงทุนในปี 2538 เป็น 29% ของพอร์ตการลงทุนในปัจจุบัน
กองทุนบำนาญที่มีปริมาณการลงทุนทางเลือกมากเป็นลำดับต้นๆ คือ กองทุนบำนาญข้าราชการครูของแคนาดา (Ontario Teachers Pension Plan : OTPP) มีสัดส่วนการลงทุนทางเลือก 32% ของพอร์ตลงทุนรวม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการแห่งมลรัฐแคลิฟอร์เนีย (CalPERS) มีสัดส่วนการลงทุนทางเลือก 24% ของพอร์ตลงทุนรวม เป็นต้น
อะไรที่ทำให้กองทุนบำนาญหันมาลงทุนทางเลือกเพิ่มขึ้นเช่นนี้ เพราะผลตอบแทนผันผวนน้อยกว่าหุ้น และดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ ที่สำคัญยังชนะอัตราเงินเฟ้ออย่างนั้นหรือ
ด้วยลักษณะเฉพาะของการลงทุนทางเลือกคือ มูลค่าตลาดมีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นหรือตราสารหนี้ต่ำ (Correlation) จึงช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้ สินทรัพย์การลงทุนทางเลือกทั่วไปที่รู้จักกันดีในตลาด เช่น ไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity) อสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ เหล่านี้จะเคลื่อนไหวไม่ค่อยจะสัมพันธ์กับราคาหุ้นมากนัก หรือบางครั้งอาจเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้าม ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตลาดหุ้นหรือตราสารหนี้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง มูลค่าสินทรัพย์ทางเลือกจะไม่ได้ปรับตัวลดลงตามอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลตอบแทนโดยรวมในพอร์ตที่มีการลงทุนทางเลือกจะมีความเสถียรมากกว่าพอร์ตที่มีการลงทุนเฉพาะในหุ้นและตราสารหนี้เท่านั้น
อีกจุดเด่นที่น่าสนใจคือ การลงทุนทางเลือกสามารถสร้างผลตอบแทนที่เอาชนะเงินเฟ้อได้ อย่างเช่น สินค้าโภคภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือสินค้าเกษตรที่ราคาตลาดจะปรับตัวไปในทิศทางเดียวกับภาวะเงินเฟ้อ รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่จัดหารายได้จากค่าเช่าหรือค่าบริการที่สามารถปรับขึ้นได้ตามอัตราเงินเฟ้อ ดังนั้น การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก จึงช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อได้
ด้วยลักษณะเฉพาะเช่นนี้เอง ความนิยมในการลงทุนทางเลือกจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะนักลงทุนสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงได้ อีกทั้งยังสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและต่อเนื่อง
จากข้อมูลของ Preqin บริษัทวิจัยและวิเคราะห์การลงทุน พบว่า ผลตอบแทนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ 6.5% ซึ่งถือว่าตอบโจทย์กองทุนบำนาญที่เน้นการลงทุนระยะยาวและมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เพื่อรักษาอำนาจซื้อในอนาคตนั่นเอง
|
|
|