หน้าแรก
> ข่าวปก >
ข่าวปก
[ ฉบับที่ 1311 ประจำวันที่ 23-6-2012 ถึง 26-6-2012 ]
|
จิ๋ว-ตู่-วรเจตน์แตกต่าง แต่ยึดมั่นเป้าหมาย รอรุกเพื่อชนะ
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
ในสมรภูมิการเมืองยามนี้ ทุก ฝ่ายงัดกลยุทธ์มาสู้กันชนิด เอาเป็น เอาตาย กันไปข้างหนึ่ง แต่ทุกกลยุทธ์กลับมีแนวทางของผู้ชายเพียง 3 คนที่สามารถกุมทั้งสมองและจิตใจ ของมวลชนไว้ได้อย่างน่าสนใจคนแรกคือผู้อาวุโสทั้งทางการเมืองและการทหาร ชื่อ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คนทั่วบ้านทั่วเมืองเรียกชื่ออย่างกันเองว่า พ่อใหญ่จิ๋ว อดีตเขาเป็นนายทหารนักประชาธิปไตยแล้วมาเอาดีทางการเมืองในปัจจุบัน
อีกคนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคน จตุพร พรหมพันธุ์ หรือ ตู่ นักต่อสู้ภาคประชาชนผู้ห้าวหาญ มีมวลชนคนเสื้อแดงเดินตามหลังอย่างหนา แน่น และมีปริมาณมากกว่าขบวนการ ใดๆ ในอดีตผู้ชายคนสุดท้ายเป็นนักวิชาการ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ด้านกฎหมายมหาชนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เป็นแกนนำคนสำคัญของ กลุ่มนิติราษฎร์
ผู้ชายทั้ง 3 คนมีความโดดเด่นใน ขบวนการต่อสู้ทางการเมืองอย่างยิ่งพวกเขามีแนวทาง แตกต่าง กัน แต่มี เป้าหมายสังคม สอดคล้อง เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน เหนืออื่นใด การต่อสู้ด้วยคนละ แนวทางและแตกต่างกันตามวิถีชีวิตนั้นกลับ เติมเต็ม ให้กันและกันได้อย่างลงตัว จนทำให้พลังมวลชนฮึก เหิมมีคุณภาพอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในขบวนการภาคประชาชนของไทย ไม่ว่าในยุคสมัยใด กล่าวง่ายๆ กลยุทธ์ที่ไม่เคยนัดหมายกันไว้กลับเต็มไปด้วยท่วงทำนอง แยกกันเดิน ร่วมกันตี เพื่อมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมาย สร้างสังคมใหม่ ให้เกิดขึ้นเป็นจริงในอนาคต
เป้าหมายร่วมของพวกเขา คือ ประชาธิปไตยของประชาชนที่มีแก่นกลางอยู่ที่ยึดมั่น ความเท่าเทียมกัน ของคนที่แตกต่างกันหลากหลายและเต็มไปด้วยช่วงชั้นมากบารมีของผู้คน ในสังคม พล.อ.ชวลิต ยึดมั่นในแนวทาง ทหารประชาธิปไตย มาตั้งแต่เริ่มติดยศ พลตรี ดูเหมือนแนวทางเช่นนี้มีลักษณะ แปลกแยก หรือเป็น ทหารนอกคอกอำนาจกองทัพ เขามุ่งมั่นต้องการสร้างให้ทหารมีความคิดทาง การเมืองเป็นประชาธิปไตย โดยเคารพการตัดสินใจของประชาชน
แนวคิดของเขาเท่ากับเป็นการปฏิรูประบบคิดของกองทัพครั้งใหญ่ไม่ให้ใช้กำลังทหารแบกปืน เคลื่อนรถถังออกมาทำการ รัฐประหาร อย่างง่ายๆ ด้วยสาเหตุเพียงแค่ รำคาญนักการเมือง แต่พล.อ.ชวลิตไม่เคยโน้มน้าวให้ ทหารเป็นนักประชาธิปไตยได้สำเร็จสักครั้งการยึดอำนาจและทำรัฐประหารยัง เกิดขึ้นในทุกช่วงโอกาสอำนวยเสมอมา
จุดอ่อนพ่อใหญ่จิ๋วอยู่ที่การเป็นนักคิดทางสังคมเพราะถูกบ่มเพาะจาก ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร เจ้าแห่งทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงสังคม ด้วยเหตุนี้ พล.อ. ชวลิตจึงถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่า พูด ไม่รู้เรื่องหรือฟังไม่เข้าใจ นั่นคงเป็นเพราะคำพูดของเขาเต็มไปด้วยภาษาวิชาการและมีศัพท์แสงทฤษฎีทางการเมืองที่คนพื้นๆ ไม่คุ้นเคย จึงยากกับการปะติดปะต่อเรื่องราวได้
ในเบื้องต้น แนวคิดของพล.อ.ชวลิต ต้องการให้ทหารเป็นนักประชาธิปไตย อยากลบภาพ เผด็จการอำนาจนิยม ออกจากกองทัพ เขายึดมั่นให้ทหารมีแบบ อย่าง มืออาชีพ ในการพิทักษ์สังคมและรูปแบบประชาธิปไตยของประชาชน ทหาร ต้องปฏิบัติตามกรอบนโยบายการ เมือง มากกว่าคอยแทรกแซง สั่งการให้นักการเมือง ทำตามอย่างที่เคยทำมาตลอด 50 กว่าปี
ถึงปี 2555 กลุ่มประชาชนที่โดดเด่น และเติบโตไปทั่วประเทศที่ชื่อ แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปช. ยังมีภารกิจหลักในการต่อต้าน ทหาร มาแทรกแซงการเมือง กลุ่ม นปช. ภายใต้การนำของ จตุพร มีความเข้มแข็งมากกว่ากลุ่มภาคประชาชนใดๆ ก็ว่า ได้ รวมทั้งการเติบโตนั้นยังมีคุณภาพในการ ต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตยจากการรุกรานของกลุ่มอำนาจนิยมอื่นอีกด้วย
จตุพร แกนนำ นปช.คนสำคัญมีแนวคิดชัดเจนยิ่งในการต่อต้านทหารทำรัฐประหาร เขาประกาศหลายครั้งว่า จะยืนเคียงข้างประชาชน..เป็นที่ชัดเจนอย่างยิ่ง เมื่อกลุ่ม นปช.เข้มแข็งในวันนี้ส่วนสำคัญมาจากการออกแรงขับเคลื่อน ของ จตุพร เป็นหลัก และมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขัดขวางไม่ให้ทหารได้แสดงอำนาจบาตรใหญ่อย่างเคยตัวเหมือนที่เคยชินมาแต่ก่อน
เมื่อรูปแบบการใช้ทหารยึดอำนาจ ทำได้ลำบากขึ้นเพราะมีมวลชน คอยต่อต้าน แต่กลุ่มอำนาจนิยมในสังคมไทยกลับใช้พลังอำนาจจากส่วนอื่นเข้ามาเล่น เกมบั่นทอนอำนาจนักการเมือง การแทรกแซงของอำนาจนิยมครั้งใหม่สะท้อน ผ่านทางใช้ ระบบยุติธรรม มาเป็นเครื่องมือ ด้วยเหตุนี้ จตุพร แกนนำ นปช. คนอื่นจึงร้องตะโกน โค่นอำมาตย์ ควบคู่ไปกับการต่อต้านทหารยึดอำนาจ
ยิ่งแนวทางโค่นอำมาตย์ได้รับการขยายให้เป็นรูปธรรมด้วยองค์ความรู้จาก ดร.วรเจตน์ และอาจารย์ในกลุ่มนิติราษฎร์ ยิ่งทำให้ความคิดความอ่านของกลุ่มประชาชนตกผลึกไปมากขึ้น ประชาชนเข้าใจ ตาสว่างชัดเจนว่า สังคมไทยมีปัญหา และปัญหาทั้งมวลนั้นมาจากกลุ่มใดสร้างและพยายามปกป้องตัวเองให้มีอำนาจ
สภาพสังคมในภาคของประชาชนในขณะนี้ แนวคิดของผู้ชาย 3 คน คือ จิ๋ว-ตู่-วรเจตน์ ได้มาผนึกร่วมกันอย่างไม่ได้นัดหมายเลย พวกเขาล้วนทำงานไปตามถนัดของตนเองไม่ เคยมีการวางแผนร่วมกัน แต่ทุกแนว คิดของทั้ง 3 คนกลับคอยส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้มแข็งขึ้นอย่างมีคุณภาพ จนยากจะทำลายได้ง่ายๆ อีกแล้ว
จิ๋ว เน้นบทบาทนายทหารที่มากบารมีมาสร้างแนวทางทหารประชาธิปไตยเพื่อลบภาพทหารเผด็จการ คอยยุ่งการเมือง ตู่ สร้างพลังมวลชนคอยปกป้องประชาธิปไตยให้เข้มแข็งและเติบโตมีพลังพร้อมสู้อยู่ทั่วประเทศ วรเจตน์ ใช้องค์ความรู้คอยอธิบายและหักล้างการโฆษณา ชวนเชื่อของฝ่ายที่ไม่นิยมประชาธิปไตย
แนวทางของทั้ง 3 คน ต่างกัน แต่มีเป้าหมายในการสร้างประชาธิปไตยของสังคม ของประชาชนให้มั่น คงจนยากจะทำลายได้บนเส้นทางประชาธิปไตย มีแก่นสำคัญอยู่ที่ การรอคอยให้ประชาชนพร้อมเพื่อรุกไล่นำชัยชนะมาให้สังคมนั่นเอง
|
|
|