เมืองทอง - ร้านแต่งรถซิ่งในไทยฮอต เศรษฐีลาว-เวียดนาม แห่ขับโตโยต้า วีออส ข้ามแดนโมดิฟายใหม่ทั้งคัน แค่ เปลี่ยนล้อแม็กซ์-ยาง, พวงมาลัย, เกียร์, เครื่องเสียง ก็ปาเข้าไปกว่า 60% ของ มูลค่าตลาดรวม 50,000 ล้าน กระทรวง อุตฯ-พาณิชย์ สบช่องปั้นร้านแต่งรถ เอสเอ็มอี บุกตลาดอาเซียนรับ AEC
ตลาดแต่งรถยนต์มีเงินหมุนเวียน ไม่ต่ำกว่าปีละ 50,000 ล้านบาทดังกล่าว แต่ที่ผ่านมาการทำตลาดยังอยู่ในกลุ่มเฉพาะ ธุรกิจเอสเอ็มอีเท่านั้น ล่าสุดสถาบันยานยนต์และกระทรวงอุตสากรรมจึงได้ร่วมกันผลักดันให้ธุรกิจแต่งรถในไทยก้าวสู่ระดับอาเซียน โดยใช้เวทีโชว์รถนอก อุปกรณ์แต่งรถที่รวมกว่า 100 แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นและยุโรปในชื่อ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้ ซาลอน 2012 ( BANGKOK INTERNATIONAL AUTO SALON 2012 ) เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน- 1 กรกฏาคมนี้ ที่ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
ในเรื่องนี้ ดร.ปฎิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการ สถาบันยานยนต์ เปิดเผย ว่า จากการสำรวจมูลค่าตลาดรวมธุรกิจตกแต่งรถยนต์ของไทยในแต่ละปีพบว่ามีเงินหมุนเวียนไม่ตำกว่า 50,000 ล้านบาท โดยมีร้านแต่งรถประเภทเอสเอ็มอี อยู่ประมาณ 1,000 ร้านค้า ซึ่งร้านเหล่านี้ได้รับความนิยมในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่น ลาว เห็นได้จากปัจจุบันคนลาวนำรถยนต์เข้ามาตกแต่งในประเทศไทย โดยเฉพาะ โตโยต้า รุ่นวีออส มีเข้ามาจำนวนเยอะมากกว่าครึ่ง นิยมนำมาแต่ง ล้อแม็กและยาง เฉพาะ 2 ประเภทนี้มูลค่าไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท และยังมีการแต่งพวงมาลัย ,เกียร์ ,ระบบเครื่องเสียง ประเภทนี้มีมูลค่าประมาณ 60 %ของมูลค่ารถยนต์ทั้งคัน
ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจนี้ก้าวสู่เวทีสากล รับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 กระทรวงอุตสาหกรรมได้หมอบหมายให้ สถาบันยานยนต์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการส่งเสริมการส่งออก ร่วมกันผลักดันให้ความรู้ในการส่งออกสินค้าประดับยนต์ ปั้นธุรกิจตกแต่งรถยนต์สู่อาเซียน กับผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอี
โดยในงาน บางกอกฯ ออโตซาลอน 2012 ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของไทย ที่ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานีนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมโดยสถาบันยานยนต์เป็นเจ้าภาพ จัดเสวนาเรื่อง ปั้นธุรกิจตกแต่งรถยนต์สู่อาเซียน เพราะการศึกษาแล้วพบว่าในประเทศไทยมีภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการตกแต่งประดับยนต์อยู่เป็นจำนวนมากตั้งแต่ระดับเล็กแบบ ห้องแถวตึกเดียวไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เช่นเครื่องเสียง และอื่นๆ ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้ สามารถที่จะพัฒนาต่อยอดขึ้นมาสู่การทำธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยที่จะต้องขยายตัวออกสู่ตลาดอาเซียน
การสัมมนาในวันที่ 26-27 มิถุนายนนี้ จะเป็นการชี้แนวทางการเปิดตลาด ,การลงทุนธุรกิจ ,การขยายกิจการ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมมีหน่วยงานในเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ สถาบัน SMEs และธนาคาร SMEs รวมทั้ง BOI และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย จะได้แลกเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจกับบริษัทรถรายใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศที่เข้ามาร่วมงานนี้ ไม่ว่าจะเป็น ผู้จำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งจากญี่ปุ่น ยุโรป สำนักแต่งรนถชื่อดังทั่วโลกเป็นต้น
ดร.ปฏิมา กล่าวว่า งานนี้จะเป็นเวทีกลางที่จะนำพาตัวแทนจากต่างประเทศ เช่นญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมยานยนต์ในทวีป มาพบกับผู้ผลิตชาวไทย และเชิญผู้จำหน่ายในประเทศรอบบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม, พม่า ,มาเลเซีย ,กัมพูชา ที่กำลังเติบโตด้านยานยนต์ เข้ามาเป็นคู่ค้าของไทย
|
|