หน้าแรก
> ข่าวปก >
ข่าวปก
[ ฉบับที่ 1311 ประจำวันที่ 23-6-2012 ถึง 26-6-2012 ]
|
ไทยเบฟฯสยายปีกแดนมังกรฮุบโรงเหล้า/ดันเบียร์ช้างเสิร์ฟคอทองแดง
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
รร.มิราเคิล แกรนด์ฯ - ไทยเบฟฯ บุกตลาดจีนเทกโอเวอร์โรง งานสุราที่คุนหมิงใช้แบรนด์ จิน ลิงฉวน เจาะกลุ่มลูกค้าคอทอง แดง คิวต่อไปเตรียมต่อยอดนำ เบียร์ช้าง-ชาเขียวโออิชิ ให้ อาตี๋ อาหมวยได้ลิ้มรสชาติ สวัสดิ์ ชี้เปิด AEC โอกาสทองนำเข้าวัตถุดิบป้องธุรกิจแอลกอฮอล์ แนะผู้ประกอบการ SMEs เรียนภาษาประเทศเพื่อนบ้านเป็นช่องทางบุกอาเซียน เปิด 10 ประเทศ เศรษฐกิจใหม่ลงทุนสดใส
หนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจ ร่วมมือกับสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน (สพส.) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร SMEs Roadmap :เปิดแนวรุกบุก AEC ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน ที่ผ่านมา เพื่อให้ความรู้ผู้ประกอบการ SMEs ด้วยการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ซึ่งปรากฎว่ามี SMEs ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
ภายในงานดังกล่าวมีการเสวนาหัวข้อ SMEs กับภาคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยมีวิทยากรให้ความรู้ ประกอบด้วย ดร.สวัสดิ์ โสภะ กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเวฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายพิษณุ เหรียญมหาสาร ที่ปรึกษาสถาบันปัญญาภิวัฒน์ อดีตรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายบัณฑูร วงศ์สีลโชติ รองประธานคณะกรรมการ AEC Prompt สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายชวินทร์ ศรีโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท V.S. Tire จำกัด และนายจักรพรรณ คงธนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี ที เอ็ม กรุ๊ป เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
ดร.สวัสดิ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟฯ มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจ SMEs เป็นการทำธุรกิจแบบซื้อมาขายไป แต่ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่มีการพัฒนาสินค้า บุคลากร เพื่อรองรับการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิด AEC อย่างสมบูรณ์แบบในปี 2558 ไทยเบฟฯ ก็ให้ความสนใจตลาด AEC เช่นเดียวกัน โดยมีการตั้งบริษัท ไทย เบฟเวอเรจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อเตรียมตัวขยายการผลิต การตลาด ไปยัง AEC รวมถึงประเทศที่ศักยภาพไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน รวมถึงทางยุโรป และสหรัฐอเมรกา ก็จะมีการเจาะตลาดอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน
สำหรับที่ประเทศจีนทางไทยเบฟฯได้มองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้าไปเจาะตลาด เพราะว่าจีนเป็นตลาดใหญ่มาก แต่ละมณฑลมีประชากรเท่ากับประเทศไทย ซึ่งมณฑลแรกที่ไทยเบฟฯเข้าไปคือ คุณหมิง มณฑลยูนนาน โดยได้เข้าไปเทกโอเวอร์โรงงานสุราที่คุนหมิง ที่มีอยู่ชื่อยี่ห้อ จินลิงฉวน เพื่อขยายการผลิตที่มีอยู่แล้ว จากนั้นค่อยต่อยอดไปสู่ธุรกิจเบียร์ และเครื่องนัน แอลกอฮอล์ อย่างเช่น ชาเขียวโออิชิ
อย่างไรก็ตาม ไทยเบฟฯ มีการต่อยอดธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเจริญเติบโตให้กับองค์กร ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเข้าไปร่วมทุนกับ 5 บริษัท ที่สก็อตแลนด์ เพื่อนำเข้าหัวเชื้อสุราเข้ามาผลิตในไทย เพื่อป้องกันสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาด ทำให้สามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้
ทั้งนี้ ไทยเบฟฯ ได้แนะ SMEs ให้ความสนใจตลาดเศรษฐกิจใหม่ 10 ประเทศที่มีอนาคตสดใสใน 10 ข้างหน้า ได้แก่ 1. ฟิลิปปินส์ 2.ยูเครน 3.เปรู 4.อินเดีย 5.บังคลาเทศ 6.มาเลเซีย 7.เวียดนาม 8.อียิปต์ 9.จีน 10.แอลจีเรีย
แนะ SMEs เรียนภาษาอาเซียน
ดร.สวัสดิ์ กล่าวว่า สำหรับ SMEs ของไทยเพิ่งเริ่มช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาถือว่ายังไม่เข้มแข็งมากนัก การเปิด AEC ถือว่าเป็นโอกาสที่มีการเปิดให้ตลาดกว้างขึ้น ทั้งด้านการขาย สินค้าและการระดมทุน แต่เนื่องจาก SMEs ของไทยยังมีจุดอ่อนทางด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาของประเทศแถบชายแดน เช่น สปป.ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย แต่ประเทศเพื่อนบ้านกลับมีจุดแข็งสามารถพูดภาษาไทยได้ ทำให้ได้เปรียบในการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
ผมแนะนำให้ผู้ประกอบการ SMEs ไปต่อยอดเรียนภาษาของประเทศเพื่อนบ้านถึงจะยึดตลาด AEC ได้ และใช้ช่องทางตลาดชายแดนเข้าไปบุกตลาดอาเซียนได้ทันที เพราะไทยมีพื้นที่ชายแดนติดกับหลายประเทศที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็น สปป.ลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งประเทศเหล่านี้อยู่ในกลุ่มที่ต้องการสินค้าไทยอยู่แล้ว อีกทั้งการขนส่งก็สะดวกสบาย นอกจากนี้ จะต้องมีการศึกษาความต้องการของตลาด ซึ่งจุดแข็งของสินค้าไทยจะเป็นสินค้าประเภท Hand Made ที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก
เปิดตำราเจาะตลาด AEC นายพิษณุ กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ในภูมิศาสตร์ได้เปรียบ เพราะอยู่ทุกเหลี่ยมเศรษฐกิจการค้า อีกทั้งสินค้าที่ผลิตในไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาดสูง และผู้บริโภคในตลาดอาเซียนมองว่าคุณภาพดีกว่าสินค้าที่ผลิตในจีน โดยกลุ่มสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ ได้แก่ 1.สินค้าอาหาร 2.ชิ้นส่วนยานยนต์ 3.กลุ่มแฟชั่น แม้ว่าก่อนหน้านี้ฮ่องกงจะเป็นผู้นำตลาด แต่หลังจากย้ายฐานการผลิตไปจีนเพื่อลดต้นทุนทางด้านแรงาน ทำให้เกรดสินค้าในสายตาผู้บริโภคไม่ดีนักเมื่อเทียบกับสินค้าติดแบรนด์ไทย 4.สินค้าของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ 5.เครื่องมือแพทย์ 6.เครื่องสำอาง สมุนไพร และ 7.กลุ่มสินค้าบริการ โดยเฉพาะด้านโลจิสติกส์ ที่ไทยมีศักยภาพด้านภูมิศาสตร์เหนือกว่าสิงคโปร์ ซึ่งในอนาคตจะมีรถไฟความเร็วสูงวิ่งเชื่อมจากจีนผ่านไทยไปสู่อาเซียน ในอนาคตอาจจะเชื่อมต่ออินเดีย และตะวันออกกลางด้วย ถ้าหากได้รับการพัฒนาด้านซัพลายเชนอย่างต่อเนื่องจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มสินค้าของไทยที่เสียเปรียบในตลาด ได้แก่ อีเลคทรอนิกส์ และบริการด้านการเงิน
นายบัณฑูร กล่าวแนะนำ SMEs ว่า ควรให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ และพัฒนาคุณภาพ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของตลาด และผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดจะทำให้สามารถแข่งขันใน AEC ได้ โดยตลาดที่น่าสนใจ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม
นายชวินทร์ ผู้ผลิตและส่งออกยางรถโฟล์คลิฟต์มากกว่า 17 ปี ว่า SMEs ต้องพัฒนาสินค้าเป็นตัวนำในการทำธุรกิจ ไม่ต้องไปเน้นราคาถูก เพราะสินค้าแบรนด์ไทยมีชื่อเสียงด้านคุณภาพ ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเน้นด้านคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีการออกแบบให้ตรงกับความต้องการของตลาดให้มากที่สุด แม้ว่าช่วงแรกอาจจะมีการพัฒนามาจากก็อปปี้ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ
ด้านนายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี ผู้อำนวยการ สพส. กล่าวว่า โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ SMEs เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางสพส.จะมีการจัดสัมมนา SMEs Roadmap : เปิดแนวรุกบุก AEC อย่างต่อเนื่องภายในปีนี้อีกว่า 70 ครั้งทั่วประเทศ ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมในรายสาขาต่างๆ โดยครั้งต่อไปจะจัดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีเกี่ยวกับสาขาโลจิสติกส์และแรงงาน ทั้งนี้ ก็เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนเตรียมความพร้อมของธุรกิจ (Roadmap) ทั้งเชิงรุกและเชิงรับให้สามารถกำกนดทิศทางและจัดทำแผนกลยุทธ์ที่สร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ เพื่อเตรียมรับมือการเปิด AEC ในปี 2558
|
|
|