สถานการณ์ น้ำท่วม ฉับพลัน ในพื้นที่ 9 จังหวัด อันประกอบไปด้วย ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา นครศรีธรรมราช สุโขทัย พิษณุโลกและปราจีนบุรี ทำเอาคนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ต่างตกอยู่ในอาการหวาดผวาไปตามๆ กัน โดยเฉพาะผู้ประสบภัย น้ำท่วมบ้านเรือน เสียหายยับเยินเพิ่งผ่านไปหมาดๆ ก็นั่งไม่ติด คิดไม่ตกเอาไงดีบ้านยังซ่อมไม่เสร็จ แต่น้ำกำลังจะมาอีกระลอกแล้ว..!!
ประชาชนที่อาศัยบริเวณที่ราบต่ำริมทางน้ำไหลผ่าน ที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ชายฝั่งทะเล และพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัด ต้องระมัดระวังอันตราย นี่เป็นเสียงเข้มๆ ของนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เตือนให้ประชาชนรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่มาเร็วเกินคาด
สำทับด้วยด้วยข้อมูลจาก อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) ได้ระบุว่า เมื่อเปรีบเทียบจากปีก่อนน้ำมวลใหญ่จะมาช่วงเดือนกันยายนถึงกันยายน แต่น้ำท่วมจังหวัดภาคเหนือ เช่น แพร่ สุโขทัย เกิดจากฝนต้นฤดูที่ตำหนักจึงเกิดน้ำนองฉับพลัน ไม่ใช่น้ำท่วมใหญ่ จึงขอให้ท้องถิ่นเร่งบริหารจัดการน้ำท่วมฉับพลัน โดยให้ อบต. จัดทำแผนที่พื้นที่ปลูกข้าว ทำสวน ทำไร่ รวมถึงเกษตรกรควรจะถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน โดยเพาะพื้นที่ที่อยู่ในเขตชลประทาน แก้มลิง เพื่อไว้ยื่นไว้เป็นหลักฐานขอรับเงินเยียวยาชดเชยจากรัฐบาล
และน่าเป็นห่วงเมื่อมีบางโครงการต่าที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำไม่มีความคืบหน้า ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเมื่อถึงเวลาน้ำมวลใหญ่มาจะเอาไม่อยู่เหมือนปีที่ผ่านมา
เป็นข้อกังวลที่บางโครงการยังไม่ได้รับการเบิกจ่าย มีบางโครงการมีการเบิกจ่ายน้อยมาก ก็ไม่ทราบว่าเกิดจากปัญหาเรื่องอะไรดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ตั้งข้อสังเกต
ก็หวังว่าภายหลังนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ปลายน้ำ กลางน้ำ และต้นน้ำ 2 จะเป็นการขันน็อตการบริหารจัดน้ำแบบบูรณาการได้ทันท่วงทีก่อนจะฤดูน้ำมวลใหญ่ไหลเข้าเมืองกรุง
โดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ได้ออกมาฟันธงแสดงความมั่นใจว่าน้ำจะไม่ล้นตลิ่งและไม่เอ่อล้มท่วมกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้
ทีมข่าว สยามธุรกิจ ได้ลงพื้นที่อำเภอลูกกาสังเกตการณ์การรับเงินชดเชยของผู้ประสบอุทกภัยที่วัดบางชัน และได้สอบถามถึงความมั่นใจต่อรัฐบาลกรณีแก้ไขปัญหาน้ำท่วมปีนี้ โดยนายปัญญา พวงประจง อาศัยอยู่หมู่บ้านเปียนนท์ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ตอนนี้เกิดน้ำท่วมใหญ่แถวจังหวัดภาคเหนือแล้ว ตนเป็นห่วงว่าน้ำจะไหลมาลงมาท่วมจังหวัดอยุธยาตนอีก ถ้าเป็นอย่างนี้จังหวัดปทุมธานีไม่รอดแน่ๆ รับรองน้ำท่วมกลายเป็นแก้มลิงเหมือนปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
ตอนนี้ก็ต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อน มีการก่อกำแพงและเทปูนรอบๆ บ้านรับมือน้ำท่วมไว้หมดแล้ว ถ้าปีนี้น้ำท่วมอีกและให้ลำลูกกาเป็นแก้มลิงอีกชาวบ้านคงไม่ยอม โดยเฉพาะการจ่ายเงินชดเชยจะต้องมีหลักประกันแน่นอนที่เป็นธรรม เพราะมีเวลาเพียงพอในการบริหารจัดการ เพื่อแลกกับไม่ให้น้ำไหลเข้าไปท่วมกรุงเทพฯ แต่ปีที่แล้วรัฐบาลเพิ่มบริหารได้ 3 เดือนก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ ถือว่ายังไม่มีเวลาบริหารจัดการ ผมได้รับเงินชดเชย 20,000 กว่าบาท ก็พอรับได้
เช่นเดีวกับทาง คุณยายปั้ค วรการณ์ อายุ 61 ปี อาศัยอยู่หมู่บ้านพฤกษา 17 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา กล่าวว่า ตนจะไม่ยอมให้พื้นที่ลำลูกกาเป็นแก้มลิงรับน้ำเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะไม่คุ้มค่าที่ได้รับเงินชดเชยเพียง 13,600 บาท แต่บางคนได้รับ 30,000-50,000 บาท ก็ไม่รู้ว่ายึดหลักเกณฑ์อะไร ทั้งที่ตอนแจ้งความเสียหายไปทางการแจ้งว่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท
แต่ถ้าไม่มีทางเลือกอื่น จำเป็นต้องให้ลำลูกกาเป็นพื้นที่แก้มลิงรองรับน้ำแทนคนกรุงเทพฯ พจน์ ไตรรัตนกุล ประธานคณะกรรมการหมู่บ้านวรินทร (ชั่วคราว) ต.ลาดสวา อ.ลำลูกกา ทิ้งทายไว้สั้นๆ แต่ได้ใจความว่า รัฐบาลควรแจ้งประชาชนในพื้นที่แต่เนิ่นๆ ว่าจะเกิดน้ำท่วม จะได้มีเวลาขนของหนีน้ำได้ทัน ที่สำคัญการจ่ายเงินชดเชยต้องมีมาตรฐานและเป็นธรรม เพื่อไม่ให้คนในหมู่บ้านเดียวกันต้องมาทะเลาะกันเองอย่างที่เกิดขึ้นทุกวันนี้
|
|