หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก   
  [ ฉบับที่ 1309 ประจำวันที่ 16-6-2012  ถึง 19-6-2012 ]

พม่าดึงคนกลับลุยท่าเรือทวายรถไฟฟ้า10สายป่วน!ขาดแรงงาน

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
ก.คมนาคม - พบแล้ว! “ตัวการ” ทำคนกรุงฝันค้าง จำต้องทนกับปัญหารถติดต่อไปหลังโครงการรถไฟฟ้า10 สายอืด ล่าช้ากว่าแผน เหตุผู้รับเหมารายเดียวประมูลได้หลายสัญญา ทำให้เกิดปัญหาขาด แคลนคนงานก่อสร้าง โดยเฉพาะสายสีม่วงคืบหน้าเพียง 44% กว่า จะได้ใช้ต้องรอปี 58 ขณะที่วงการ ก่อสร้างระบุสาเหตุสำคัญที่ทำ ให้ขาดแคลนแรงงาน เพราะพม่าเปิดโครงการนิคมอุตสาหกรรมท่าเรือทวาย ส่งผลแรงโสร่งพากันกลับประเทศ

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “สยามธุรกิจ” ถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทาง ว่า ขณะนี้การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าหลายสายมีความล่าช้ากว่าแผนมาก ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะผู้รับเหมาอ้างว่าขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากว่าผู้รับเหมารายเดียวได้รับชัยชนะในการประมูลรถไฟฟ้าหลายสายทาง และทุกสายเริ่มก่อสร้างในเวลาพร้อมๆ กัน เรื่องนี้ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้มีการประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับหนึ่งแล้ว

ทั้งนี้รถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมี 3 สายทาง ประกอบด้วย สายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ความคืบหน้า 44% มีกำหนดเปิดบริการปี 2558 จากเดิมที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2557 สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ มีความคืบหน้า 13% กำหนดเปิดให้บริการปี 2559 สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ได้ผู้รับเหมาในวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมและดำเนินการสำรวจพื้นที่เพื่อวางแผนรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค

ส่วนอีก 5 โครงการที่คาดว่าจะเริ่มลงนามในสัญญาและลงมือก่อสร้างได้ภายในปี 2555 นี้ ประกอบด้วย 1.รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ขณะนี้อยู่ระหว่างที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กลับไปทบทวนรูปแบบการใช้พื้นที่ วัดพระศรีมหาธาตุสร้างสถานี ซึ่งเดิมได้ออกแบบใช้พื้นที่เกาะกลางถนนพหลโยธินบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่ไว้ แต่หลังจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณา แล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม ควรที่จะกลับไปใช้พื้นที่สำนักงานเขตบางเขน ตามเดิมที่มีการออกแบบไว้ก่อนหน้านี้นั้นคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน 2.สายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 27 กิโลเมตร มูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดเบา (โมโน เรล) ทาง รฟม.เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้ว คาดว่าจะได้ผู้รับเหมาต้นปี 2556 ตั้งเป้าหมายก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการในปี 2560 3.สายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี ได้ลงนามว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเอ็มเอเอฯ แล้วเพื่อศึกษาทบทวนรายละเอียดต่างๆ 4.สายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และ5.สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประกวดราคาหาผู้รับเหมา หากได้ผู้ชนะก็สามารถเริ่มการก่อสร้างได้ทันที

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) คือ สายสีแดงช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ขณะนี้ ร.ฟ.ท.จะรับมอบงานโยธาแล้วพร้อมเปิดใช้โครงสร้างเดินรถไฟภายในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโครงการดังกล่าวถูกออกแบบไว้รองรับระบบรถไฟฟ้า แต่ระยะแรก ร.ฟ.ท.จะนำรถไฟธรรมดาวิ่งให้บริการก่อน เนื่องจากระบบอาณัติสัญญาณสำหรับรถไฟฟ้าจะติดตั้งและเปิดให้บริการเดินรถพร้อมกับส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ-รังสิต คาดว่าจะใช้เวลาอีก 4 ปี จึงจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการระบบรถไฟฟ้าได้สมบูรณ์ และสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กม. ร.ฟ.ท.จะเสนอให้บอร์ดพิจารณาปรับเพิ่มกรอบวงเงิน 80,373 ล้านบาท จากเดิม 75,548 ล้านบาท และจะเสนอให้ ครม.พิจารณาต่อไป

ทั้งนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ล่าช้ามากว่า 1 ปี เนื่องจากการเปิดซองราคาสัญญาที่ 1 หรืองานก่อสร้างงานโยธา สถานีกลางบางซื่อและศูนย์ซ่อมบำรุง พบว่ากลุ่มกิจการร่วมค้า SU ประกอบด้วย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้เสนอราคาต่ำสุดเสนอราคาที่ต่อรองแล้วเหลือ 31,170 ล้านบาท ขณะที่กรอบวงเงินของ ร.ฟ.ท.อยู่ที่ 27,344 ล้านบาท ซึ่งตามระเบียบการประกวดราคาของไทยไม่สามารถดำเนินการได้

แหล่งข่าวในวงการก่อสร้าง เปิดเผยว่า ขณะนี้ไม่เฉพาะโครงการรถไฟฟ้าที่ต้องการแรงงาน ในภาคอสังหาฯก็ต้องการแรงงานเช่นกัน และหลายโครงการที่ต้องล่าช้าออกไป อย่างไรก็ตามปัญหาขาดแคลนแรงงานส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงงานพม่ากลับประเทศเป็นจำนวนมาก หลังจากที่มีโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมทวายและท่าเรือทวาย ซึ่งโครงการนี้มีความต้องการแรงงานมากถึง 50,000 คน นอกจากนี้ปัจจุบันค่าแรงในประเทศพม่าก็สูงขึ้นไม่ต่างจากไทยมากนัก ดังนั้นจากนี้ไปเชื่อว่า แรงงานพม่าอาจจะลดลงและปัญหาการขาดแคลนแรงงานก็จะรุนแรงมากขึ้น
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com