หน้าแรก
> ข่าวปก >
ข่าวปก
[ ฉบับที่ 1307 ประจำวันที่ 9-6-2012 ถึง 12-6-2012 ]
|
คุณภาพนำราคาเพื่อคนไทยใช้ของดีราคาถูก
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
ด้วยการบริหารงานแบบ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค นึกถึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก พร้อมด้วยปรัชญา สวย ใส ด้วย .. มารี ชองตาล หัวใจ .. คือ ความสะอาด เพื่อให้คนไทยได้ใช้ของคุณภาพสูง ในราคายุติธรรม และผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ มารี ชองตาล ได้รับการพิสูจน์แล้วถึงประสิทธิภาพที่ใช้แล้วได้ผลจากผู้บริโภค ไม่มีการใช้สารเคมีในการผลิต ไม่ทำให้ผู้ใช้เกิดอาการแพ้ จึงไม่ทำลายผิวด้วยสารเคมีเมื่อหยุดใช้ และส่งผลต่อร่างกายในระยะยาว
สยามธุรกิจ ร่วมรู้จักอดีตนายทหารผู้ผันตัวเองมาบริหารงานธุรกิจ กับ พลโท หญิง ดร.สุรภี เหมวนิช ประธานบริษัท มารี ชองตาล จำกัด
>> กำเนิด มารี ชองตาล
ที่มาของเครื่องสำอาง มารี ชองตาล นั้น กล่าวคือ ด้วยประสบการณ์จากชีวิตจริง ที่ตนเองเป็น ผู้แพ้แสงแดด อย่างมากจนเป็นฝ้า ทุกครั้งที่กระทบแดดแม้เพียงเล็กน้อย เลยพยายามหาทางรักษาทุกวิถีทางมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งพบแนวทางการรักษาด้วยวิธีการใช้เครื่องสำอาง ที่ไม่ใช่การ Make up แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ดูแล รักษาฝ้าได้ พร้อมๆ ไปกับการบำรุงผิวพรรณให้สดชื่น ไร้ริ้ว รอยแห่งวัย
จึงเป็นการจุดประกายให้เกิดธุรกิจการดูแลผิวพรรณ Skin Care โดยการศึกษาจากผลิตภัณฑ์ของฝรั่งเศส และ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากญี่ปุ่น เพราะเชื่อว่า น่าจะสามารถปรับให้เหมาะสมกับผิวพรรณของชาวเอเชีย โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งคนไทย จนปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณมากกว่า 20 รายการ
>> บทบาทหน้าที่หลัก
ส่วนตัวบริหารงานโดยคำนึงถึงลูกค้า ความพึงพอใจของลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เราเน้นกับทุกส่วนของเราว่า เป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้า ทั้งในเรื่องที่ว่าด้วยคุณภาพของสินค้าและการบริการ เพราะแน่นอนเมื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เขาใช้แล้วดี มันจะเกิดการตลาดแบบปากต่อปาก ซึ่งเป็นการทำตลาดที่ดีที่สุด เรามีโรงงานเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นในเรื่องของคุณภาพเราสามารถคอนโทรลได้
จากการเป็นทหารก้าวสู่การบริหารงานธุรกิจแบบเต็ม ตัวนับว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก ถึงตอนนี้อยู่ในตำแหน่ง CEO บริหารงานที่ มารี ชองตาล มาเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว หน้าที่หลักจะเป็นการดูแลแนวนโยบายโดยรวม ซึ่งทางกลุ่ม มารี ชองตาล ประกอบไปด้วย 4 บริษัท คือ 1.บริษัท มารี ชองตาล จำกัด ก่อตั้งปี 2541 ผลิตและจัดจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวเป็น
หลัก แบรนด์ มารี ชองตาล 2.บริษัท ลาซาน่า จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2549 จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลเส้นผมและสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ ลาซาน่า 3.สถาบันมารี ชองตาล เปิดเมื่อปี 2552 เปิดสอนหลักสูตรความรู้ด้านความงามให้กับผู้สนใจ อาทิ สอนสักคิ้ว 3 มิติ แต่งหน้า ฯลฯ 4.บริษัท เคเอเอฟ จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี 2547 เป็นโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่มีคุณภาพมาตรฐาน GMP จาก กระทรวงสาธารณสุข
>> ความประทับใจ
มารี ชองตาล ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในด้านที่ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ของเรา หรือที่เรียกว่า Brand Loyalty ในผู้ใช้สินค้า โดยไม่ต้องมีการโฆษณา แต่เกิดจากความประทับใจในคุณภาพและผลลัพธ์จากการใช้สินค้า จึงมีการซื้อซ้ำ และซื้ออย่างต่อเนื่อง กลายเป็นลูกค้าประจำ โดยเริ่มจาก ผลิตภัณฑ์ยุทธศาสตร์โดดเด่นที่สุดที่ชนะใจผู้บริโภค 4 ตัว ในการเจาะตลาดเข้าสู่กลุ่มเป้าหมาย คือ แป้งทูเวย์ ออลอินวัน, ครีมกันแดด ทู อิน วัน SPF50/PA++, คอลลาเจน Q10 Gold+ และ สแคลพ์ ฟาวเดชั่น หรือครีมปิดผมขาว รูปแบบครีมบรรจุตลับ พกพาสะดวกครั้งแรกในวงการ เนื่องจากสามารถ ตอบสนองผู้ใช้ได้อย่างตรงจุด และเห็นผลอย่างชัดเจน
เราดีใจที่เราเป็นที่รู้จัก จากการที่เรามีสินค้าที่มีคุณภาพดีในทุกตัว แต่เราก็มีข้อเสียตรงที่เรามีจุดที่ลูกค้าจะไปหาซื้อสินค้าน้อยเกินไป เพราะฉะนั้นในโอกาสที่เราครบรอบ 15 ปี เราจะได้เริ่มขยายทั้งในเรื่องของจุดขายและตัวแทนจำหน่าย เน้นการสร้างแบรนด์ให้รู้จักแบรนด์ของ มารี ชองตาล เพิ่มมากขึ้น ลูกค้ากลุ่มใหญ่เราไปขายตามโรงพยาบาล ต่อไปจะขยายไปตามสถาบันการศึกษา เน้นนักศึกษาที่กำลังจะจบ เพื่อนำเขาเข้าอบรมด้านบุคลิกภาพ การแต่งหน้า โดยใช้แบรนด์ ของเรา เพื่อเป็นการมอบความรู้และใส่ความคิดให้เขาตั้งแต่ยังไม่จบ เพื่ออนาคตจะได้เป็นทางเลือกหนึ่งที่เขาจะสามารถนำ มาประกอบอาชีพได้ พร้อมกันนี้ก็จะได้ขยายตลาดไปสู่ในส่วนของราชการ เราจะเดินเข้าไปหาลูกค้ามากขึ้น
>> วิสัยทัศน์
เราจะพยายามทำโปรดักต์ของเราให้มีนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ทันกับมาตรฐานสากล ยกตัวอย่างเช่น สินค้าปกติอย่างตัวคอลลาเจน จากเคยเป็นแต่ คอลลาเจน Q10 ปกติ เมื่อในตลาดสากลเริ่มอินเทรนด์เรื่องทอง เราก็ได้จับทองเข้ามาใส่ใน ผลิตภัณท์ของเรา เป็น คอลลาเจน Q10 Gold+ หากต่อไปนิยมเป็นเพชรเราก็จะเอาในส่วนของเพชรมาใส่เช่นกัน
มารี ชองตาล เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานสากลในราคาที่ย่อมเยา นอกจากการขายในประเทศแล้ว เรายังต้องการที่จะขยายไปยังต่าง ประเทศด้วย อย่างประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง อย่างสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม ซึ่งเป็น ประเทศเพื่อนบ้านกับเรา
>> จุดด้อยจุดแข็ง
จุดแข็งของเราคือ เรามีโรงงานรองรับ เพราะฉะนั้นเราจะคุมเรื่องวัตถุดิบได้ ในเรื่องคุณภาพของการผลิต ก็จะเป็นจุดแข็งหนึ่งด้วย โรงงานเรามีมาตรฐาน GMP ซึ่งโดยทั่วไปจุดแข็งก็จะเป็นเรื่องคุณภาพ ที่เรามั่นใจว่าสินค้าของเรามีมาตรฐานระดับ สากล พร้อมกันนี้เรายังมีเรื่องของการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ ที่มีนวัตกรรม อย่างเช่นการเพิ่มส่วนผสมของทองเข้าไปในตัวสินค้า เรามีทีมงานวิจัยคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ของเราเอง เรามีที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ในส่วนของการพัฒนา ผลิตภัณฑ์จำนวนมาก
ในปัจจุบันผู้บริโภคมีความรู้ความฉลาดที่จะเลือกซื้อสินค้าใดๆ มีการพูดบอกผ่านปากต่อปากว่าสินค้าตัวไหนดีไม่ดี เราอยู่ได้ด้วยคุณภาพ เราสามารถที่จะอยู่ในราคาที่ไม่แพง เราเน้นเรื่องคุณภาพ นำราคา สินค้าต้องไฮเอนด์ แต่ราคาต้องสามารถหยิบจับได้ |
|
|