หน้าแรก
> ข่าวปก >
ข่าวปก
[ ฉบับที่ 1307 ประจำวันที่ 9-6-2012 ถึง 12-6-2012 ]
|
ล่าล้านชื่อถอดตุลาการศาล รธน. พูดดี ทำได้ ไล่ไม่สำเร็จเพื่อไทย-นปช.เดินหน้าชน
|
| +
อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้ |
|
|
|
|
|
| |
|
ความเห็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) ผ่านมันสมองห่อเหี่ยวของ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาล รธน. เป็นไประนาบเดียวกับ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์อย่างยิ่ง นายวสันต์ กล่าวว่า ...ถ้าบอกว่าจะไม่แตะสถาบัน แต่ทำไมถึงไม่ยกเว้นในหมวด 1 หมวด 2 ไว้...มีการ ซ่อนรูปแบบการปกครองอย่างอื่นเอาไว้หรือไม่... ราวกับเป็นท่วงทำนองไม่แตกต่างจากการต่อต้านร่างแก้ไข รธน. มาตรา 291 ของพรรคประชาธิปัตย์ที่โจมตีพรรคการเมืองบางพรรคต้องการ เปลี่ยนระบอบปกครอง ล้มสถาบัน
เมื่อประสานกับคำร้องหนึ่งในห้าที่ศาลรัฐธรรมนูญรับไว้พิจารณามีชื่อ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งใช้เหตุผลยื่นคำร้องว่า ...การจัดทำร่าง รธน.มีผลทำให้การยกเลิก รธน.แห่งราชอาณา จักรไทย ปี 2550 อันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข...สิ่งสำคัญคือ คำร้องจาก ส.ส. ประชาธิปัตย์ เจือปนประเด็นทางการเมือง ดังนั้น จึงไม่แปลกกับเหตุผลรับคำร้องของศาล รธน.จึงมีส่วนผสมทาง การเมืองดุจเดียวกัน
การถามหา ความชัดเจนและข้อสัญญา ของศาล รธน.จึงสะท้อนถึงการต่อต้านร่างแก้ไข รธน.มาตรา 291 ไปด้วย ทั้งๆ ที่ระหว่างพิจารณาร่างแก้ไข รธน.วาระ 2 นานถึง 15 วัน มีคำมั่นสัญญาเป็นมั่นเหมาะถึงการ ไม่แตะ หรือไม่แก้ไขหมวด 2 ว่าด้วย หมวดพระมหากษัตริย์ โดยความชัดเจนนี้ถูกบันทึกไว้ในห้องประชุมสภา และศาล รธน.แทบไม่ต้องสงสัยอีกเลย
ดังนั้น การกล่าวหาศาล รธน.เป็น เครื่องมือทางการเมือง มากกว่ายืนหยัดบนแนวทางกระบวนการยุติธรรมอย่างเที่ยงธรรม จึงน่าใส่ใจอย่างยิ่งอย่าลืมว่า การกล่าวหาศาลรธน. เป็น พวก กับพรรคประชาธิปัตย์ มิใช่เพิ่งเกิดขึ้นและอาการ ตาสว่าง ของคนหมู่มากย่อมมีมาก่อนแล้วเช่นกัน
กรณีอันเหลือเชื่อและยากจะลืมเหตุผลจาก พจนานุกรม มาวินิจฉัยลงโทษนายสมัคร สุนทรเวช จนพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีสั่งยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ด้วยอาการเร่งรีบ จนนายบรรหาร ศิลปอาชา หลั่งน้ำตาหน้าบัลลังก์ศาล รธน. มาแล้ว ถึงวันนี้น้ำตานายบรรหารคงเปียก แฉะกลางใจ กรณี ยกคำร้อง ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยข้ออ้างพ้นช่วงเวลาการยื่นคำร้อง 15 วัน ยังค้างคาใจกันอยู่ จนยาก จะทำใจให้หยวนๆ กันไปได้ แล้วมาถึงเหตุการณ์ฉับพลันล่าสุด เกิดขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาล รัฐธรรมนูญพิจารณารับ 5 คำร้องจาก กลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ว่า เข้าข่าย รธน. มาตรา 68 จนเกิดเสียงวิพากษ์ของนักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนอย่างหนักว่า ขัด รธน.
ซ้ำร้าย ยังถลำลึกลงไปอีก ด้วยการออกคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการลงมติร่างแก้ไขรธน. มาตรา 291 ในวาระ 3 ไว้ก่อน... รอจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาล รธน.ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำถามมีว่า มีทางใดมายุติการใช้อำนาจขัดรธน.และไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น คำตอบใช้แนวทางการเมือง พรรคเพื่อไทย กับสภา ต้องกล้ายืนยันการประชุม ลงมติวาระ 3 โดยทันทีและเร่งด่วนเท่านั้น
หนทางยุติปัญหาคำสั่งของศาลรธน. ตามมาตรา 68 ช่างตีบตัน มีช่องทางให้เหลือได้น้อยเหลือเกิน แต่ทุกช่องทางนั้น ล้วนมีจุดเริ่มต้นง่ายๆ อยู่ที่ ใช้สำนึกประชาธิปไตยอย่างกล้าหาญ เท่านั้น จึงจะเอาอยู่หากประเมินกันว่า คำสั่งศาล รธน. ไม่ชอบธรรม รวมทั้งเจือปนด้วยปัญหาทาง การเมืองแล้ว พรรคเพื่อไทยกุมเสียง ส.ส. ข้างมากในสภา และมี ส.ส.เป็น ประธานรัฐสภา ควรกล้าท้าทาย ด้วยการประชุมรัฐสภาลงมติวาระ 3 เพื่อยืนยันความถูกต้องของอำนาจนิติบัญญัติไม่ให้ถูกก้าวล่วง หรือพยายามครอบงำจากองค์กรอื่น
แต่พรรคเพื่อไทย รวมทั้ง ส.ส.ในสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ยังมีอาการกล้าๆ กลัวๆ กระเดียด ไปทาง ไม่สู้ มากกว่ายังมีอีกช่องทางคือ ใช้เสียงประชาชนจำนวน 20,000 คน ตามมาตรา 271 วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา 164 แนว ทางนี้นายจตุพร พรหมพันธุ์ และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) เริ่มดำเนินการอยู่
ทุกช่องทางนั้น ไม่ว่าต้นทางการยื่นถอดถอนมาจากที่ใดก็ตาม ล้วน ต้องส่งตรงไปที่ประธานวุฒิสภา แล้วย้อนกลับมารวมศูนย์ที่ คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ทำการไต่สวนตามมาตรา 272 จากนั้นนำไปสู่การประชุม วุฒิสภาลงมติถอดถอน ตามมาตรา 274 โดยใช้เสียงจำนวน 3 ใน 5 หรืออย่าง น้อย 90 คนจากจำนวนทั้งหมด 150 คน จึงจะลุล่วง
แต่ความจริงมีว่า วุฒิฝ่ายค้านการถอดถอนมีอยู่แล้ว 40 คน ดังนั้นจำนวนเสียงถอดถอน 90 เสียงจาก 110 คน จึงเป็นงานที่ยากเอาการกับผลสำเร็จที่ต้องการไล่เรียงช่องทางแล้วตีบตันหมด สิ้นกับการถอดถอนตุลาการศาล รธน. หากต้องการแนวทางถอดถอนง่ายๆ คือ นปช.ควรเสนอพรรคเพื่อไทย ให้ใช้ช่องทางให้ ส.ส.จำนวน 125 คนลงชื่อถอดถอนยื่นต่อประธานวุฒิสภาก็จบ มันเร็ว ไม่ยุ่งยากกระบวนการตรวจสอบรายชื่อและที่สำคัญพรรคเพื่อไทย ได้ทางการเมืองเต็มๆ คิดแล้วปวดตับเหลือเกิน งานง่ายๆ ใช้เวลาน้อยไม่ทำคือเดินหน้าประชุมสภาลงมติวาระ 3 แต่กลับไปเล่นเกมถอดถอนด้วยการระดมคนเสื้อ แดงเป็นล้านทำไมจึงรบกวนเวลาทำนาคนเสื้อแดงกันนัก ไม่มีเหตุผลอื่น นอก จากการ ยื้อเวลา เพราะไม่กล้าท้าทายศาล รธน.จึงต้องเล่นละครลิงขู่ศาลรธน.ราวกับเล่นเกมสองหน้า ไม่แตกต่างกับการยื่นร่างกฎหมายปรองดองเอาเสียเลยไม่มีอะไรลึกลับ ซับซ้อนเลย เสียงคุยโตของพรรคเพื่อไทยและ นปช. เป็นอาการกลบความไม่กล้าท้าทาย ไม่กล้าสู้ ไม่กล้าเป็นกองหน้า นำขบวนประชาธิปไตยเพื่อประชาชนตามที่ประกาศไว้นั่นเอง
|
|
|