หน้าแรก > คมนาคม/ลอจิสติกส์ > ข่าวคมนาคม-ลอจิสติกส์   
  [ ฉบับที่ 1306 ประจำวันที่ 6-6-2012  ถึง 8-6-2012 ]

อย่ายอมเป็นเหยื่อแท็กซี่เลว!

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
“สุนทรีย์” เห็นข่าวคนขับแท็กซี่ “ข่มขืน” หรือ “ชิงทรัพย์” ผู้โดยสารทีไร รู้สึก “เลือดขึ้นหน้าทุกที” ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะแตกต่างจากความรู้สึกของคนทั่วไปแน่นอน

หากจะพูดกันจริงๆแล้ว รถแท็กซี่นั้นเป็นรถสาธารณะก็ควรที่จะปลอดภัยกว่านี้ ไม่ใช่ว่า “ใครอยากจะขับก็ได้”

ที่สำคัญตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา “เจ้าของอู่” ไม่เคยนำประวัติคนที่มาขอขับรถแท็กซี่ ไปตรวจสอบแฟ้มประวัติกับตำรวจเลย เนื่องจากเห็นว่าเสียเวลา “ทำมาหากิน”

จึงเป็นเหตุให้พวก “เดนคุก” ที่เคยใช้อาชีพขับแท็กซี่ก่อคดี หวนกลับมาใช้อาชีพเดิม คือ ขับแท็กซี่ก่อคดีซ้ำอีก โดยวิธีการก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่เปลี่ยนอู่ขับก็ไม่มีปัญหาการเช่ารถแล้ว

ส่วนคนที่ “ซวย” ก็คือประชาชนคนตาดำๆที่ไม่รู้ “อิโหน่อิเหน่” ว่า คนขับแท็กซี่เลวคนนี้เคยมีประวัติอัน “ชั่วร้าย” มาก่อน ที่สำคัญคนขับที่ดี ๆ ก็พลอยซวยโดนสังคมพ่วงหางเลขไปด้วย ดังสำนวนไทยที่ว่า “ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งข้อง”

จากการสอบถามผู้คนในจำนวน 100 คน ส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะประหารทิ้ง ถ้าคนขับแท็กซี่ก่อคดี “ฆ่าข่มขืน” อีกบางส่วนเห็นว่า ควรจับเข้าคุกตลอดชีวิต และห้ามมีการลดหย่อนผ่อนโทษ

แต่มีอีกบางส่วนเห็นว่า ควรฉีดยาให้ไข่ฝ่อ กับผู้กระทำผิดในข้อหา “ข่มขืน” เพื่อลดความต้องการทางเพศ และป้องกันไม่ให้ก่อเหตุข่มขืน “เด็ก” และ “สตรี” ซ้ำอีก เหมือนดังประเทศเกาหลีใต้ ที่อยู่ระหว่างเริ่มใช้วิธีนี้

เมื่อกลับมามองบทลงโทษของกฎหมายไทยแล้ว ก็เป็นอย่างที่ทราบ คือ กฎหมายบ้านเมืองเรามีบทลงโทษไม่รุนแรงพอที่จะทำให้ผู้ถูกลงโทษรู้สึกหวาดกลัว เข็ดหลาบ และไม่กล้าทำในครั้งต่อไป อีกทั้งยังมีการขออภัยโทษกับบุคคลที่กระทำการร้ายแรงเช่นนี้

อย่างไรก็ดี กรมการขนส่งทางบก ได้ “เขียนเสือให้วัวกลัว” แล้ว โดยการแจ้งให้รถแท็กซี่ทั้ง 101,718 คัน ทราบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการจับกุมคนขับแท็กซี่ที่ไม่มีใบอนญาตขับขี่รถสาธารณะทันที โดยไม่มีการผ่อนผัน เพราะที่ผ่านมาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องจากแท็กซี่มีหลายคดีที่การไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จึงถือว่าเป็นอุปสรรคในการทำคดีเนื่องจากไม่มีประวัติบันทึกไว้ จึงต้องดำเนินการจับกุมอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ กรณีไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ หรือหากมีแต่ไม่แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อถูกร้องขอมีโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท และหากเจ้าของอู่รถแท็กซี่ยินยอมให้คนขับรถไม่มีใบขับขี่มีโทษปรับไม่เกิน 2 พันบาท

สุดท้ายผลที่ออกมาโทษก็ยัง “น่ารัก” เหมือนเดิม

“สุนทรีย์” อยากบอกกับประชาชนคนใช้บริการรถแท็กซี่ให้ทราบทั่วกันว่า ทุกวันนี้การแก้ไขปัญหาอยู่ที่ปลายเหตุทั้งนั้น เราควรแก้ที่ต้นเหตุดีกว่า ซึ่งต้นเหตุนั้น ควรมองมาที่ตัวเราก่อนดีที่สุด

วิธีการแก้ก็ไม่ยาก เช่น หากกลับบ้านคนเดียว ก็ควรโทร.บอกพ่อ-แม่ หรือคนรู้จักแบบดังๆ ว่า “กำลังขึ้นแท็กซี่ และเตรียมออกมารอรับด้วย อีกประมาณ 10-15 นาที ก็ถึงแล้ว และตอนนี้นั่งรถแท็กซี่สีนี้ ทะเบียนรถนี้” แค่นี้ก็สามารถอุ่นใจได้แล้ว

อีกกรณีสำหรับคนที่ไม่ค่อยกล้าพูด แต่เก่งในการ “แชต” ผ่านมือถือ ก็อาจจะถ่ายรูปอัพขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์กให้เพื่อนได้รู้ว่า ขึ้นรถแท็กซี่คันนี้ ทะเบียนนี้ ซึ่งทุกคันจะมีติดไว้ข้างประตู และหน้ารถ หรืออาจจะ whatsapp ให้เพื่อนรู้ว่าขึ้นรถคันนี้

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเอง....
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com