หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก   
  [ ฉบับที่ 1306 ประจำวันที่ 6-6-2012  ถึง 8-6-2012 ]

ภารกิจแสนล้านในอุ้งมือคมนาคม

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
กระทรวงคมนาคมเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ถูกจับตามองอย่างมากกับภารกิจรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูง โครงการสร้างรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ โครงการพัฒนาระบบรถเมล์ หรือแม้กระทั่งปรับเปลี่ยนกรรมการผู้อำนวยการการบินไทย

“จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดอก ให้สัมภาษณ์พิเศษ “สยามธุรกิจ” แบบคำต่อคำ

>> แผนงานคมนาคมแห่งชาติวันนี้มีอะไรคืบหน้าบ้าง?

วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนอยากได้งบประมาณไปสร้างถนนให้ประชาชนในพื้นที่ ใครที่มีถนนสองเลนก็อยากขยายเป็นสี่เลน ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล กิโลเมตร หนึ่งตกประมาณ 25-30 ล้านบาท ผมก็ต้องดูโครงการที่มีความจำเป็นจริงๆ แต่ที่ต้องทำแน่ๆ คือโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางคู่ เฉพาะสองโครงการนี้ก็ใช้งบประมาณกว่า 1.6 ล้านล้านบาท ถามว่าทำไมต้องทำ เพราะเรากำลังจะเป็นเออีซี ถ้าระบบการขนส่งของเราไม่พร้อม เรา ก็เป็นศูนย์กลางอาเซียนไม่ได้

>> ทุกวันนี้ระบบขนส่งสินค้าบ้านเราเป็นยังไง?

การขนส่งจำนวนมากยังอาศัยรถบรรทุกเป็นหลัก ในขณะที่การขนส่งทางราง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ขนสินค้าได้มากที่สุด แต่กลับมีการใช้งานไม่ถึง 5% เพราะระบบรางของเรายังไม่สมบูรณ์ แม้กระทั่งท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุด ซึ่งเป็นแหล่งขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่ รถไฟยังเข้าไปไม่ถึง สร้างไปสิ้นสุดห่างจากท่าเรือแค่หนึ่งกิโลเมตร ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่สร้างไปให้ถึงท่าเรือ ต้องเสียเวลาขนสินค้าขึ้นรถบรรทุกไปส่งที่ท่าเรือ เช่นเดียวกับการขนส่งทางน้ำที่ยังมีปริมาณน้อยมาก ไม่ถึง 1% หลายจังหวัดมีทะเล แต่กลับ ไม่มีท่าเรือน้ำลึก ก็ต้องมาดูว่าจะสร้างท่าเรือเพิ่มได้หรือเปล่า หรือถ้าจำเป็นเราอาจจะสร้างสนามบินมาบตาพุด สนามบินแหลมฉบัง เพื่อให้การขนส่งทางอากาศนำสินค้าไปลงได้เลย

>> รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ 1.6 ล้านล้านบาท จะเอาเงินจากที่ไหนมาสร้าง?

หากใช้งบประมาณของเราก็คงต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างเสร็จ ตอนนี้รัฐบาลจีนก็เสนอตัวขอเข้ามาลงทุน กำลังศึกษาว่าจะเข้ามาลงทุนใน ลักษณะไหน ผลประโยชน์เป็นยังไง ซึ่ง ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของกฎหมายไทย

>> ทำไมต้องปลดดีดีการบินไทย?

ผมว่าเรื่องนี้ทุกคนรู้ว่าเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม ไม่ใช่เกมการเมือง หรือ ความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งผลประกอบการ ในการบินไทยก็เป็นตัวชี้วัดอยู่แล้ว เอา เป็นว่าผมไปที่การบินไทยวันนี้จะพบว่า พนักงานหลายคนยกมือไหว้ผมเพิ่ม ขึ้นเยอะ

>> แล้วความขัดแย้งกรณีรถไฟฟ้าบีทีเอสกับ กทม.?

เรื่องนี้กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า การที่ กทม.จะต่อสัญญาเดินรถไฟบีทีเอส ให้กับภาคเอกชน จะทำได้ก็ต่อเมื่อสัญญาสัมปทานเดินรถเหลือไม่เกิน 5 ปี แต่บีทีเอสยังมีระยะเวลาสัมปทานเหลือ อีกตั้ง 17 ปี การต่อสัญญาออกไปอีก 30 ปีก็ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว

>> รถเมล์เอ็นจีวีปีนี้จะได้ใช้หรือไม่?

เราคงค่อยทยอยผลิตออกมา โดยล็อตแรกจะเอาออกมาก่อน 1,800 คัน เป็นรถเมล์นำเข้าจากประเทศจีน ผมเองก็ใจร้อนอยากให้คนกรุงเทพฯ ใช้ รถเมล์ปรับอากาศทั้งหมด แต่ก็ต้อง ให้ผู้ประกอบการรถร่วมเขามีเวลาปรับ ตัวด้วย เพราะตอนที่เราเริ่มทำระบบขนส่งมวลชน ไม่มีใครมาลงทุน ก็ขอร้อง ให้เขามาลงทุน พอถึงวันนี้จะหักเขาทันควันก็คงไม่ค่อยยุติธรรม

>> แนวทางการบริหารรถไฟไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร?

ยอมรับว่าระบบรถไฟบ้านเราพัฒนาช้ามาก ส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการภายใน เรื่องนี้คงต้องสังคายนากันครั้งใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะรถไฟ รัฐวิสาหกิจหลายแห่งก็มีปัญหาเหมือนๆ กัน ทำแล้วขาดทุนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ทั้งที่เอกชนบริหาร ธุรกิจแบบเดียวกันมีกำไรมากมาย อาจ เป็นเพราะเราไม่มีประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน หรือซีเอฟโอ มืออาชีพเหมือนเอกชน ถ้าจำเป็นเราอาจต้องจ้างซีเอฟโอมาบริหารงานให้กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อบริหารรายรับรายจ่ายไม่ให้รั่วไหล
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com