สหพันธ์ผู้บริโภค - กสทช.เอาจริงลงแส้ค่ายมือถือหัวใสตัดเงินในโทรศัพท์ระบบ เติมเงิน โดนหนักกันถ้วนหน้า เอไอเอส-ดีแทค-ทรูมูฟ-ทีโอที-กสท ปรับวันละ 1.8 แสนบาททุกราย ด้านองค์กรผู้บริโภคหนุนกสทช. ระบุควรทำ นานแล้ว เผยที่ผ่านมามีคนใช้มือถือแบบ เติมเงิน 64 ล้านเลขหมายแค่ค่ายมือถือยึดเงินแค่เลขหมายละบาทก็ฟันไป 64 ล้านบาท แนะปรับวันละแสนน้อยไป
จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช.ลงโทษ 5 ค่ายมือถือ หลังได้รับร้องเรียนตัดวัน โทรศัพท์แบบเติมเงิน พรีเพด-ไม่บันทึกข้อมูลผู้ใช้บริการ ด้วยการปรับวันละ 1.8 แสนบาท โดย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.แถลงข่าวว่าได้สั่งปรับเงิน โอเปอร์เรเตอร์ หรือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 ราย ได้แก่ เอไอเอส, ดีแทค, ทรูมูฟ, ทีโอที และ กสท. โทรคมนาคม วันละ 1 แสนบาท กรณีตัดเงินคงเหลือในระบบเติมเงิน หรือ พรีเพด ของผู้ใช้บริการ ที่กระทำผิด ตามประกาศ กสทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญากาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ได้กำหนดให้บริการพรีเพดไม่มีวันหมดอายุ แต่ผู้ให้บริการไม่ได้ปฏิบัติตาม
ล่าสุดประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ออกมาแถลงจุดยืนที่ กสทช.ปรับบริษัทมือถือวันละ 1 แสนบาทว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยเกินไป พร้อมฝากคำถามจะปรับถึงเมื่อไร หากบริษัทไม่ปฏิบัติตาม กม.จะมีมาตรการอย่างไรต่อไป
โดยน.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นสิ่งที่กสทช.ควรจะดำเนินการมานานแล้ว เนื่องจาก โอเปอร์เรเตอร์ทั้ง 5 ราย ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและประกาศ กสทช.เรื่องมาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ข้อ 11 ระบุว่าการให้บริการโทรคมมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่า บริการเป็นการล่วงหน้าจะต้องไม่มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ผู้ให้บริการจะได้รับความเห็นจากคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้า
ส่วนเหตุผลที่โอเปอร์เรเตอร์ไม่ดำเนินการเรื่องนี้เป็นเพราะเม็ดเงินในระบบมือถือแบบเติมเงินนั้นมีเงินหมุนเวียนมหาศาล ยกตัวอย่างง่ายๆ ปัจจุบันบ้านเรามีคนใช้โทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินถึง 64 ล้านเลขหมาย เพียงแค่บริษัทมือถือยึดเลขหมายเพียงเลขหมายละ 1 บาท ก็ได้ถึง 64 ล้านบาท แต่ถ้า 1 เลขหมายมีเงินค้างอยู่ 20 บาท 50 บาท 200 บาท รวมกันแล้วจะเป็นวันละหลายล้านบาท หากมีการสั่งห้ามไม่ให้โอเปอร์เรเตอร์ยึดเงินที่ผู้ใช้มือถือพรีเพดใช้งานยังไม่หมด จะทำให้เปอร์เรเตอร์เสียรายได้ปีละเป็นจำนวนมหาศาล
นอกจากนี้ สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ยังเห็นว่าจำนวนเงินค่าปรับเพียงแค่ วันละ 100,000 บาท เป็นจำนวนเงินที่น้อยเกินไป จึงอยากให้เลขาฯ กสทช. จริงใจกับผู้บริโภคมากกว่านี้ ถึงแม้จะมีการปรับเกิดขึ้นจริงแต่ถ้าผู้บริโภคยังถูดตัด ถูกยึดเงินอย่างนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวเสริมต่อกรณีที่เปิดโอกาสให้ทางค่ายมือถือมีสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 15 วัน หรืออาจร้องฟ้องต่อศาลปกครองก็ได้ว่ากฎหมายมีบัญญัติไว้ตั้งแต่ปี 2549 แล้วแต่ไม่บังคับใช้ กม.เพราะให้เหตุผลว่า บริษัทยื่นฟ้อง กสทช. ซึ่งเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาออกมา ประกาศก็ยังบังคับใช้ได้เหมือนเดิม แต่กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมา 7 ปี หากมาครั้งนี้บริษัทมีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทรณ์ หรือฟ้องศาลได้ก็จริง แต่ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาออกมา กสทช.ก็ไม่ควรชะลอการบังคับใช้กฎหมายตามประกาศ |
|