หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก   
  [ ฉบับที่ 1306 ประจำวันที่ 6-6-2012  ถึง 8-6-2012 ]

กสทช.ตื่น!ปรับค่ายมือถือตัดเงินลูกค้าโทร.‘เติมเงิน’

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
สหพันธ์ผู้บริโภค - กสทช.เอาจริงลงแส้ค่ายมือถือหัวใสตัดเงินในโทรศัพท์ระบบ “เติมเงิน” โดนหนักกันถ้วนหน้า “เอไอเอส-ดีแทค-ทรูมูฟ-ทีโอที-กสท” ปรับวันละ 1.8 แสนบาททุกราย ด้านองค์กรผู้บริโภคหนุนกสทช. ระบุควรทำ นานแล้ว เผยที่ผ่านมามีคนใช้มือถือแบบ เติมเงิน 64 ล้านเลขหมายแค่ค่ายมือถือยึดเงินแค่เลขหมายละบาทก็ฟันไป 64 ล้านบาท แนะปรับวันละแสนน้อยไป

จากกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช.ลงโทษ 5 ค่ายมือถือ หลังได้รับร้องเรียนตัดวัน โทรศัพท์แบบเติมเงิน “พรีเพด”-“ไม่บันทึกข้อมูลผู้ใช้บริการ” ด้วยการปรับวันละ 1.8 แสนบาท โดย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.แถลงข่าวว่าได้สั่งปรับเงิน “โอเปอร์เรเตอร์” หรือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 ราย ได้แก่ เอไอเอส, ดีแทค, ทรูมูฟ, ทีโอที และ กสท. โทรคมนาคม วันละ 1 แสนบาท กรณีตัดเงินคงเหลือในระบบเติมเงิน หรือ พรีเพด ของผู้ใช้บริการ ที่กระทำผิด ตามประกาศ กสทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญากาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ.2549 ได้กำหนดให้บริการพรีเพดไม่มีวันหมดอายุ แต่ผู้ให้บริการไม่ได้ปฏิบัติตาม

ล่าสุดประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ออกมาแถลงจุดยืนที่ กสทช.ปรับบริษัทมือถือวันละ 1 แสนบาทว่าเป็นจำนวนเงินที่น้อยเกินไป พร้อมฝากคำถามจะปรับถึงเมื่อไร หากบริษัทไม่ปฏิบัติตาม กม.จะมีมาตรการอย่างไรต่อไป

โดยน.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นสิ่งที่กสทช.ควรจะดำเนินการมานานแล้ว เนื่องจาก โอเปอร์เรเตอร์ทั้ง 5 ราย ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและประกาศ กสทช.เรื่องมาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ข้อ 11 ระบุว่าการให้บริการโทรคมมนาคมในลักษณะที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่า บริการเป็นการล่วงหน้าจะต้องไม่มีข้อกำหนดอันมีลักษณะเป็นการบังคับให้ผู้ ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่ผู้ให้บริการจะได้รับความเห็นจากคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้า

ส่วนเหตุผลที่โอเปอร์เรเตอร์ไม่ดำเนินการเรื่องนี้เป็นเพราะเม็ดเงินในระบบมือถือแบบเติมเงินนั้นมีเงินหมุนเวียนมหาศาล ยกตัวอย่างง่ายๆ ปัจจุบันบ้านเรามีคนใช้โทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินถึง 64 ล้านเลขหมาย เพียงแค่บริษัทมือถือยึดเลขหมายเพียงเลขหมายละ 1 บาท ก็ได้ถึง 64 ล้านบาท แต่ถ้า 1 เลขหมายมีเงินค้างอยู่ 20 บาท 50 บาท 200 บาท รวมกันแล้วจะเป็นวันละหลายล้านบาท หากมีการสั่งห้ามไม่ให้โอเปอร์เรเตอร์ยึดเงินที่ผู้ใช้มือถือพรีเพดใช้งานยังไม่หมด จะทำให้เปอร์เรเตอร์เสียรายได้ปีละเป็นจำนวนมหาศาล

นอกจากนี้ สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ยังเห็นว่าจำนวนเงินค่าปรับเพียงแค่ วันละ 100,000 บาท เป็นจำนวนเงินที่น้อยเกินไป จึงอยากให้เลขาฯ กสทช. จริงใจกับผู้บริโภคมากกว่านี้ ถึงแม้จะมีการปรับเกิดขึ้นจริงแต่ถ้าผู้บริโภคยังถูดตัด ถูกยึดเงินอย่างนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค กล่าวเสริมต่อกรณีที่เปิดโอกาสให้ทางค่ายมือถือมีสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 15 วัน หรืออาจร้องฟ้องต่อศาลปกครองก็ได้ว่ากฎหมายมีบัญญัติไว้ตั้งแต่ปี 2549 แล้วแต่ไม่บังคับใช้ กม.เพราะให้เหตุผลว่า บริษัทยื่นฟ้อง กสทช. ซึ่งเมื่อยังไม่มีคำพิพากษาออกมา ประกาศก็ยังบังคับใช้ได้เหมือนเดิม แต่กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมา 7 ปี หากมาครั้งนี้บริษัทมีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทรณ์ หรือฟ้องศาลได้ก็จริง แต่ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาออกมา กสทช.ก็ไม่ควรชะลอการบังคับใช้กฎหมายตามประกาศ
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com