หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก   
  [ ฉบับที่ 1303 ประจำวันที่ 26-5-2012  ถึง 29-5-2012 ]

หยุดปรองดองแต่..ไม่ยอมแพ้

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
ทันทีที่วิดีโอลิงค์ในคืนวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมาจบลง มวลชนเสื้อ แดงกว่า 4 หมื่นคนที่เบียดแน่นเต็มพื้นที่ถนนสี่แยกราชประสงค์ล้วนมึน งง กับคำพูดที่นานเกือบ 50 นาทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกทหารยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 จนต้องหลบภัยอยู่ต่างประเทศนานกว่า 6 ปี

มวลชนคนเสื้อแดงสับสน จับต้น ชนปลายไม่ถูกว่า เสียงพูดหว่านล้อมด้วยสารพัดเหตุผลของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น “ต้องการอะไรกันแน่” และอาการสับสนเช่นนี้จึงเป็นพื้นที่ให้บรรดา “ตระกูลเสี้ยม” ออกทำงาน “บ่างช่างยุ” ได้สะใจและสร้างอารมณ์คล้อยตามได้อย่างน่าทึ่ง

นักเสี้ยมฉวยโอกาสมึน งง ของคนเสื้อแดงมีหลายฝ่าย แต่ขมวดได้เป็นเพียง 2 กลุ่มคือ กลุ่มตรงข้ามที่ต่อ ต้านทักษิณอย่างเอาเป็นเอาตาย กับฝ่ายเสื้อแดงไม่เอาทักษิณ โดยคนเหล่า นี้ใช้คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กี่ประโยคมาขยายผลเพื่อโน้มน้าวไปสู่ข้อสรุปว่า “ทักษิณหลอกใช้คนเสื้อแดง เมื่อได้ประโยชน์สมปรารถนาก็ทอดทิ้ง ไม่ไยดี” อะไรประมาณนี้

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสาน งานกลุ่มกรีน อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พวกเสี้ยมมือฉมังได้ทำ งานถนัดของพวกเขาที่รอคอยแทรกจังหวะอารมณ์มาทุกการวิดีโอลิงค์ได้โปรดเถอะสมุนตระกูลเสี้ยมทั้ง หลาย โปรดอย่าเพลาปาก...เพราะยิ่งโหมเสี้ยม ก็ยิ่งทำให้คนเสื้อแดงได้หวนมาทบทวน ถอดรหัสคำพูดของ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่สื่อสารผ่านวิดีโอลิงค์มากขึ้นว่า ซ้อนความหมายอะไรไว้เบื้องหลังให้ครุ่นคิด

คำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในคืนวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ถ้าสังเกตดีๆ จะมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ประการ

ประการแรก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีสันยงสัญญา หรือประกาศว่า จะกลับประเทศไทยเมื่อใด เพราะทุกครั้งที่พูดวิดีโอลิงค์เขามักประกาศวันกลับสู่ประเทศไทยเสมอๆ

อีกประการคือ หลังพูดจบ มวลชน เสื้อแดงแทบตกอยู่ในอารมณ์ “เงียบ” ไร้เสียงโห่ร้อง กระโดดโลดเต้นด้วยพลังฮึกเหิมราวกับสนับสนุนคำพูดของ พ.ต.ท. ทักษิณ เหมือนเช่นทุกครั้งที่ได้ฟังวิดีโอลิงค์...แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม หรือคนเสื้อแดงเปลี่ยนไป !!!

ความผิดปกติตรงนี้จึงน่าสนใจเป็นเบื้องต้น จนนำไปสู่คำถามว่า ทำไมและเกิดอะไรขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าย้อนกลับไปพิจารณาวิดีโอลิงค์เก่าๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันมาเล่นสงกรานต์กับคนเสื้อแดงที่ประเทศเขมร เขาประกาศว่า จะกลับประเทศไทย อย่างมีศักดิ์ศรีในเวลาไม่นานนัก พร้อมกันนั้นเขาเอาแต่ร้องเพลงด้วยอารมณ์สนุกสนาน และแปลงเนื้อเพลง Let it be มาร้องราวกับเป็นการสื่อถึงความหมาย “การปรองดอง” ที่ถูกซ้อนปมเอาไว้

แน่ละ การปรองดองย่อมเป็นจิ๊กซอว์ที่ต่อเชื่อมกันได้สนิทแน่นกับ “การกลับประเทศไทยอย่างมีศักดิ์ศรี” แต่เมื่อเพลง Let it be ถูกแปลงเนื้อเป็น “ช่างหัวมัน” แล้วถูกนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) และ รมช.เกษตรฯ นำมาร้องรับลูกโดยเชื่อมกับคำว่า ปรองดอง ย่อมคลี่ปมได้ค่อนข้างแจ่มแจ้งถึง “อุปสรรคขัดขวาง”

สำหรับการวิดีโอลิงค์ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เอ่ยปากถึงการกลับประเทศไทยเลย เนื้อหาการพูดส่วนใหญ่มักลงรายละเอียดการปรองดองด้วย ชุ่มเสียงหว่านล้อมคนเสื้อแดงให้เห็นดีเห็น งามถึงอนาคตของสังคมไทยที่จะเกิดขึ้นในบรรยากาศการปรองดองและแล้วพ.ต.ท.ทักษิณ ได้กระชากเหตุผลอันดีงามทั้งหลายทั้งปวง ของการปรองดองไปลงที่ประโยค “การ กล่าวสปีดในต่างแดนครั้งนี้ คงจะเป็นครั้งสุดท้าย” ย่อมทำให้คนเสื้อแดง หลายหมื่นคนมึนงง จนเป็นจุดอ่อนให้คนตระกูลเสี้ยม แทรกเข้ามาตอกลิ่มถางความ แตกแยกขึ้น

หากนำสมการการเมืองที่ประกอบด้วยวาทะ “ช่างหัวมัน (Let it be) บวกไม่พูดถึงโอกาสกลับไทยแต่ขออยู่ต่างประเทศ บวกจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย” แล้ว เมื่อถอดรหัสสมการนี้ ย่อมเข้าใจความหมายการปรองดองที่ถูกซ้อนปมไว้อย่างน่าสนใจว่า หนทางการสร้างความปรองดองไม่ได้รับการสนองตอบจากกลุ่ม อำนาจระดับสูงในสังคมไทย

แน่นอน หนทางการปรองดองคือโอกาสอันสวยงามกับการได้กลับไทยอย่าง มีศักดิ์ศรีของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่การเจรจาการปรองดองที่มีมาเป็นระยะตลอด 6 ปีที่หลีกภัยการเมืองอยู่ต่างประเทศนั้น เขาคงถูกประเมินด้วยความเบื่อหน่ายว่า มันเป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ ที่หลอก ปั่นหัวให้งมงาย

นายณัฐวุฒิร้องเพลงท่อนหนึ่งรับลูก พ.ต.ท.ทักษิณว่า “ใครจะขวางการปรองดองก็ช่างหัวมัน” เพลงท่อนนี้เท่ากับเป็นกุญแจไข ไปสู่รหัสการสื่อสารผ่านวิดีโอลิงค์ของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ว่า “จะพูดเป็นครั้งสุด ท้าย”
คงเป็นรหัสการสื่อสารว่า “ยุติการปรองดอง” เพื่อส่งสัญญาณถึงกลุ่มอำนาจระดับสูงของสังคมไทยนั่นเอง

แต่สัญญาณยุติการปรองดอง และการพูดเป็นครั้งสุดท้ายนี้ ไม่ได้มีความหมายว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดง นั่นเท่ากับว่า ยังจะเดินหน้าต่อไปเพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรมตามความเข้าใจของเขาว่า ถูกยัดเยียดข้อกล่าวหาซึ่งเป็นเท็จ

เมื่อนำสมการที่ว่า “จะพูดเป็นครั้งสุดท้าย มาบวกกับคำพูดที่ว่า ยอมแพ้หรือ..ไม่มี!! ผมตายยังไม่รู้เลยว่าแพ้คืออะไร...เพราะการต่อสู้นั้น มันยังต้องต่อสู้กันไปอีกยาวนาน” นี่คือ รหัสการเคลื่อนไหวครั้งใหม่กำลังเปิดฉากขึ้นในอนาคต ในสถานการณ์การส่งสัญญาณ “ยุติการปรองดอง”

หากนำการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ไปเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ตื่นตัวครั้งใหญ่ กับความไม่พอใจกรณี “อากง” และการเคลื่อนไหวแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 แล้วผสมปนเปกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งผ่านสภาและจะลงมติวาระ 3 ในวันที่ 5 มิถุนายนนี้

เอาเป็นว่า การเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีการโฟน อินตรงมายังแกนนำ นปช.ตามเดิม ยัง แน่นปึ้กกับคนเสื้อแดงตามเดิม และยัง เป็นคนเดิมๆ ที่เขาต้องการสู้เพื่อสร้าง ประชาธิปไตยและความยุติธรรม ในอนาคต สังคมไทยอาจอยู่ในภาวะระทึกและคงยากต่อการคาดการณ์เพราะทุกอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นอย่างเหนือการคาดหมายทั้งสิ้น แม้แต่ “งูหลามสวบงูจงอาง” ไปครึ่งตัว ซึ่งปรากฏการณ์ธรรมชาติแทบไม่น่าเชื่อและเป็นไปได้ ก็ยัง เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น การเมืองในอนาคต จึงยากเกินกว่าการคาดหมาย
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com