หน้าแรก > การเมือง > ข่าวการเมือง   
  [ ฉบับที่ 1302 ประจำวันที่ 23-5-2012  ถึง 25-5-2012 ]

ส.ก.วิสูตร สางปมบ่อขยะพิษฉลองกรุงชงปรับพื้นที่สร้างสวนสาธารณะ

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
ตามที่มีรายงานข่าวระบุถึงบ่อขยะเก่าของเอกชน ซึ่งเคยทำสัญญาร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ก่อมลพิษทางอากาศ กระทั่งส่งผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสน. ฉลองกรุง และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบต้องดำเนินการอพยพย้ายหนีภัยจากพื้นที่ดังกล่าว

ขณะที่ข้อมูลการตรวจสอบวัดคุณภาพอากาศของสำนักอนามัย กทม. พบว่าบริเวณบ่อขยะดังกล่าวมีค่าของสารไวนิลคลอไรด์ สารเบนซิน สารไตรคลอโรเอทธิลีน และสาร 1, 2 ไดคลอโรอีเทน เกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ หากได้รับปริมาณมากจะส่งผลกระทบทำให้รู้สึกคลื่นไส้อาเจียน ระคายเคืองระบบหายใจ หัวใจเต้นผิดปกติ และเป็นอันตรายต่อระบบประสาท

ล่าสุด “สยามธุรกิจ” ได้ลงพื้นที่ ทำการสำรวจถึงที่มาที่ไปของปัญหาดังกล่าว โดยได้รับความอนุเคราะห์เอื้อเฟื้อจากฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตลาดกระบังในการเดินทางเข้าไปสำรวจ โดยได้รับเกียรติจาก “วิสูตร สำเร็จวาณิชย์” สมาชิกสภากทม. (ส.ก.) เขตลาดกระบัง ในฐานะเจ้าของพื้นที่มาพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับการเสนอแนว ทางในการแก้ไขปัญหา

“บ่อขยะแห่งนี้เดิมเป็นพื้นที่ซึ่งมีนายวิบูลย์ สำเร็จวานิชย์ เป็นเจ้าของ ต่อมามีการขุดหน้าดินไปขาย มีระยะความลึก 30 ม. โดยให้บริษัทเอกชนเช่าเพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการฝังกลบขยะ ซึ่งจะเป็นการขนขยะเก่าจากอ่อนนุชมาทำการฝังกลบ โดยได้ขออนุญาตและเสนอกับกทม.เพื่อใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ทิ้งขยะในเนื้อที่ทั้งหมด 200 ไร่ราวๆ ปี 2535 บ่อแห่งนี้เป็นบ่อที่มีการขุดหน้าดินเพื่อไปถมที่อื่น ซึ่งกทม. ได้เห็นชอบและเข้าใจว่ากรมควบคุมมลพิษ ก็เห็นชอบด้วยเช่นกัน ขณะนั้นมีการใช้พื้นที่ไปประมาณ 160 ไร่ พื้นที่ที่เหลือมีการเสนอให้เป็นที่ฝังกลบแต่ยังไม่ทันได้ใช้ก็มีการขายที่ดินให้กับบริษัท ฮอนด้า จำกัด จนกระทั่งปี 2540 การฝังกลบในพื้นที่ตรงนี้ก็แล้วเสร็จมีการปิดบ่อ โดยในส่วนพื้นที่ริมบ่อได้ยกให้เป็นที่ตั้งของสน.ฉลองกรุง โดยการบริจาคพื้นที่ดินให้ ”

ส.ก.วิสูตร กล่าวถึงความเป็นมาก่อนจะได้สาธยายต่อว่าตามแผนในการดำเนินงานการฝังกลบเป็นไปตามหลักการที่ กทม.กำหนดนั่นคือ จะมีการฝังดินทับเป็นชั้นๆ คือการขุดหลุมลึก 2 ม. ฝังขยะแล้วเอาดินกลบ 1 ม. แต่ปัญหาที่เกิด ขึ้นในช่วงต้นก็คือการส่งกลิ่นเหม็นของขยะ ซึ่งมีวิธีการควบคุมโดยการใช้สาร EM ฉีดพ่นทั่วพื้นที่เพื่อลดปัญหาเรื่องกลิ่น

“หลักการควบคุมตามข้อตกลงคือใช้เป็นที่ฝังกลบขยะเก่าแต่กลับกลายเป็นว่ามีขยะใหม่ปะปนมาด้วย ก็เป็นเรื่องที่น่าหนักใจ การดำเนินงานก็ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่วางไว้ ผมเองเข้ามาเป็นสมาชิก สภากรุงเทพมหานครเมื่อปี 2537 ก็ได้รับการติติงจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก แต่ก็พยายามเข้าไปควบคุมอย่างเข้มงวดให้มีการควบคุมการดำเนินงานถูกต้องให้เป็นไปตามระบบ ให้มีการฉีดสารเพื่อป้อง กันกลิ่น แมลง แต่ก็มีการละเมิดกันอยู่บ่อยๆ เป็นเช่นนั้นเรื่อยมา ความจริงแล้ว ชาวบ้านไม่เคยมีความพึงพอใจกับการเกิด บ่อขยะแห่งนี้เลย ผมเรียนว่าตั้งแต่ปี 2536 -2537 เป็นต้นมา จนมาถึงปี 2541-2542 มีปัญหากันค่อนข้างเยอะ ผมเองได้ลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่า ถึงแม้เจ้าของบ่อขยะที่ให้เช่าจะเป็นพี่ผมเอง ผมก็ไม่ยินยอมที่จะให้ทำโดยความ ไม่ถูกต้อง หรือละเลยต่อมาตรการที่ได้กำหนดไว้ เราจะต้องมีการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด ผมก็ลงไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน”

นั่นคือเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นกับบ่อขยะแห่งนี้ แต่ยังไม่จบเพราะยังมีเรื่องวุ่นๆ ชวนให้ปวดหัวอีกในเวลาต่อมาเมื่อมีการปิดบ่อหลังทำการฝังกลบไปแล้วช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์ไฟลุกไหม้ของบ่อขยะเก่าดังกล่าว เนื่องจากการสะสมตัวของแก๊สมีเทนในบ่อเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดประกายไฟจาก การเผาหญ้าหรือขยะที่มีผู้ลักลอบนำมาทิ้งจึงก่อให้เกิดมลพิษตามที่เป็นข่าวครึกโครมอยู่ในขณะนี้ตามที่ ส.ก.เขตลาดกระบังเล่าว่า

“จริงๆ แล้วพื้นที่ตรงนี้ควรต้องปิดล้อมเมื่อไม่มีการปิดล้อมก็เกิดปัญหา สิ่งที่ตามมาก็คือมีคนเข้าไปขนของเหลือใช้ในนิคมฯ ลาดกระบังมาทิ้งเอาไว้ ก็กลายเป็นมากองสุมในพื้นที่นี้เข้าไปอีก จากการ สำรวจพื้นที่ดังกล่าวก็พบว่าในช่วงแล้งเกิดการลุกไหม้ของขยะในพื้นที่เนื่องจากแก๊สมีเทนที่สะสมอยู่ในกองขยะเกิดการรุกไหม้อยู่หลายครั้งพอสมควร ผมก็พยายามประสานหน่วยงานเข้าไปแก้ไข ที่ผ่านมาความกระตือร้นในการแก้ปัญหายังน้อยไป จนกระทั่งมาเกิดกรณีของการย้าย สน. มีผลกระทบค่อนข้างสูง บริษัทฮอนด้า ก็มีความจำเป็นต้องปิดโรงงานเนื่องจากได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ กรณีของสน.ฉลองกรุง ที่ผมเข้า ไปสัมผัส ก็พบว่าบุคลากรของสน.ก็ได้รับ ผลกระทบ ผลกระทบในละแวกใกล้เคียงก็ ค่อนข้างเยอะ เรื่องของกลิ่นและควัน มันมีต่อเนื่องหลายวัน ปัญหาเรื่องของลมพัดเปลี่ยนทิศทางก็มีส่วน ด้านตะวันตก และด้านทิศใต้ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงงาน ผลกระทบก็จะถ่ายทอดไปทางชุมชนวัดพุทธาวาส ทางบึงบัว ฝั่งตะวันตก ชุมชนเหล่านี้รายรอบอยู่รอบนิคมฯ ลาดกระบัง เป็นผลกระทบบางส่วนที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับบริษัท ฮอนด้า จำกัด ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรง”

แน่นอนว่านอกจากปัญหามลพิษในอากาศแล้ว ปัญหาเรื่องของการรั่วซึมสู่แหล่งน้ำก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งส.ก.วิสูตร มองว่าปัญหาดังกล่าวมีผลกระทบบ้างแต่ไม่ถึงขั้นรุนแรง “เรื่องปัญหาการรั่วซึมสู่ทางน้ำใต้ดินถือว่าไม่ค่อยน่าเป็นห่วง เนื่องจากข้อจำกัดจากกรมทรัพยากรน้ำ เรื่องการไม่ให้มีการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ อย่างไรก็ตามเราก็พยายามจะไม่ให้มันมีผลกระทบ เราเคยวัดระดับคุณภาพน้ำ วัดเป็นระบบ BOD ในคลอง ลำประไพ ก็ถือว่ามีคุณภาพต่ำกว่าในคลองลำประทิว แต่ก็ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเกิดมาจากบ่อขยะตรงนี้ ก็ได้ประสานกับฝ่ายสิ่งแวดล้อม ของสำนักงานเขตให้ไปตรวจสอบค่า BOD ในคลอง ลำประไพอีกครั้ง และให้นิคมฯ ลาดกระบังไปพิสูจน์ ด้วยเช่นกัน เพราะอย่าลืมว่าในนิคมฯ ก็มีการใช้น้ำอยู่พอสมควร”

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหา ส.ก.วิสูตร ได้แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจไว้เช่นกัน นั่นก็คือการปรับสภาพพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นสวนสาธารณะเพื่อเพิ่มพื้นที่ปอดให้คนกรุงเทพฯ “แนวทางในการแก้ปัญหาสำหรับตนมองว่า เมื่อมีการฝังกลบก็จะเกิดการหมักบ่มทำให้เกิดแก๊ส หากให้มีการ ดำเนินการปรับแก้พื้นที่ให้เกิดสิ่งปลูกสร้างต่างๆ คงเป็นไปไม่ได้ นั่นหมายความว่า สิ่งหนึ่งที่น่าจะเป็นได้ก็คือการทำเป็นสวนสาธารณะ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างน้อยสุดต้องมีวิธีที่จะนำแก๊สขึ้นมาใช้ เพื่อเป็นการผ่อนคลายและลดการปะทุ อาจมีการจัดตั้งโรงผลิตแก๊สขึ้นมา เอาพลังงาน มาใช้ภายในสวนสาธารณะเอง หรือสถานที่ ใกล้เคียง ขั้นแรกควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสภาพจริงเพื่อหาแนวทางแก้ไข อาจจะเป็นหลักการว่าหากไม่มีการปรับเปลี่ยนสภาพสถานที่นี้ก็ควรจะมีมาตรการควบคุมอย่างชัดเจนคือ 1.สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน หากกลายเป็นสวนสาธารณะก็จะปรับสภาพเป็นที่พักผ่อน เมื่อเป็นที่พักผ่อนแล้วก็จะเกิดสุข ไม่เกิดปัญหาตามมา ซึ่งกทม. สามารถจัดการเองได้ หากมองในระยะยาวถือว่าคุ้มค่ากว่าการปล่อยทิ้งไว้ ซึ่งรังแต่จะก่อให้เกิดความเสียหาย”

เรื่องราวของปัญหาที่เกิดขึ้นการฝังกลบขยะกรณีของบ่อขยะลาดกระบัง ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่จะเพิ่งเกิดขึ้น เพราะหากมองย้อนกลับไปแต่หนหลัง ประมาณปี 2546 กรณีเหตุการณ์ปัญหามลพิษที่ส่งผลกระทบกับชาวบ้านเคยเกิดขึ้นมาแล้วจากบริเวณบ่อขยะ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี ในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เรียกว่าไม่ใกล้ไม่ไกลกับพื้นที่ที่เกิดเหตุในปัจจุบัน ครั้งนั้นเป็นกรณีพิพาทระหว่างชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเดือดร้อนจากปัญหาของกองขยะที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น จนกลายเป็นกรณีพิพาทในชั้นศาลปกครอง โดยผู้ว่าฯ กทม.ในขณะนั้นถือเป็น 1 ในผู้ที่ถูก ฟ้องดำเนินคดี กระทั่งเรื่องราวได้ลุกลามบานปลายถึงขั้นรุนแรงเมื่อแกนนำชาวบ้านรายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต เมื่อหันกลับมามองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ก็ได้แต่หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า ทางออกในการแก้ปัญหาอาจไม่ต้องแลกมาด้วยชีวิตและน้ำตาเฉกเช่นเหตุการณ์ครั้งกระนั้น
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com