หน้าแรก > ธุรกิจประกัน > ข่าวประกัน   
  [ ฉบับที่ 1290 ประจำวันที่ 7-4-2012 ถึง 10-4-2012 ]

2 เดือนประกันชีวิตพุ่งแรง โต 19% คนแห่ซื้อกับตัวแทนถึง 3.3 แสนกธ.

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
นายสุทธิ รจิตรังสรรค์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2555 ธุรกิจประกันชีวิตมีการเติบโตของเบี้ยรับรวมสูงมากถึง 19% ด้วยจำนวน 56,985.7 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากการเติบโตของเบี้ยใหม่ (New Business Premium) ที่สูงถึง 26% ด้วยจำนวนเบี้ย 16,593.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยปีแรก (FYP) เติบโตได้ 28% ด้วยจำนวน 11,895 ล้านบาท และเบี้ยชำระครั้งเดียว หรือซิงเกิล พรีเมี่ยม (Single Premium) เติบโตได้ 22% ด้วยจำนวน 4,698.6 ล้านบาท ขณะที่เบี้ยรับปีต่อไป หรือเบี้ยต่ออายุเติบโตได้ 17%

“การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีผลจากประการแรก ประชาชนเริ่มมีความเข้าใจและเล็งเห็นประโยชน์ของการทำประกันชีวิต เพื่อเพิ่มความคุ้มครองทางการเงินให้กับตนเองและครอบครัว รองรับกับเหตุการณ์ในอนาคตที่สภาวการณ์โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไป จนอาจก่อให้เกิดภัยธรรมชาติที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ ประการที่สอง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเหมาะกับประชาชนทุกเพศวัย รวมทั้งโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ผ่านทางสื่อทุกชนิด ประการที่สาม การพัฒนาช่องทางการขาย โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนตัวแทนประกันชีวิตรุ่นใหม่และการขายผ่านธนาคาร หรือแบงก์แอสชัวรันส์ ประการที่สี่ หน่วยงานภาครัฐส่งเสริม และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออมเงินสำหรับวัยเกษียณผ่านการประกันชีวิต โดยให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น กรมสรรพากรขยายระยะเวลาการยื่นแบบ ภงด.90 ภงด.91 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ให้กับประชาชนที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญของปี 2554 ยื่นแบบได้จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2555 เป็นต้น”

สำหรับบริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยรวมมากที่สุด คือ เอไอเอ หรือ บ. อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอส ชัวรันส์ จก. ด้วยจำนวน 15,379.3 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 11% ครองส่วนแบ่งตลาด 27% รองลงมา ได้แก่ บ. ไทยประกันชีวิต จก. ด้วยเบี้ยรวม 7,512.3 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 22% ครองส่วนแบ่งตลาด 13.2%และบ. เมืองไทยประกันชีวิต จก. เบี้ยรวม 6,794 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 33% ครองส่วนแบ่งตลาด 11.9% ตามลำดับ

หากวัดด้วยเบี้ยใหม่ เอไอเอมีเบี้ยใหม่มากที่สุด 3,266.9 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 9% คิดเป็นสัดส่วน 19.7% ของเบี้ยใหม่ทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ เมืองไทยประกันชีวิต 2,697.3 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 58% คิดเป็นสัดส่วน 16.3% และบมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต 2,041.1 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 50% คิดเป็นสัดส่วน 12.3% ตามลำดับ

ด้านนายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ในส่วนของช่องทางจำหน่ายต่างๆ ของธุรกิจประกันชีวิต พบว่าในเดือนมกราคม 2555 มีการขายกรมธรรม์ประกันชีวิตผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสิ้น 414,777 กรมธรรม์หดตัวเล็กน้อย 1.85% เมื่อเทียบกับมกราคม 2554 ที่ขายได้ 422,594 กรมธรรม์ โดยที่ช่องทางขายหลักของประกันชีวิตยังคงเป็นการขายผ่านตัวแทน โดยมีจำนวนกรมธรรม์ 334,140 กรมธรรม์ คิดเป็นสัดส่วน 80.56% ของกรมธรรม์รวมทุกช่องทางหดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.24% มีเบี้ยรับตรง 17,551 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.11%

รองลงมาได้แก่ การขายผ่านธนาคาร (Bancassurance) มีจำนวน 48,943 กรมธรรม์ คิดเป็นสัดส่วน 11.80% ของกรมธรรม์รวมทุกช่องทาง ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.17% ถือเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับ 7,719 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 35.62% ตามมาด้วยการขายผ่านทางโทรศัพท์ หรือเทเลมาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) มีจำนวน 25,435 กรมธรรม์ คิดเป็นสัดส่วน 6.13% ของกรมธรรม์รวมทุกช่องทาง มีเบี้ยประกันภัยรับ 888 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 32.01% และการขายผ่านช่องทางอื่นๆ เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต ร้านสะดวกซื้อ มีจำนวน 4,850 กรมธรรม์ คิดเป็นสัดส่วน 1.17% ของกรมธรรม์รวมทุกช่องทาง มีเบี้ยประกันภัยรับ 597 ล้านบาท

“ปัจจุบันธุรกิจประกันชีวิต มีการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจ ด้านการประกันชีวิตในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ ประกันภัยราคา และการส่งเสริมการขาย เพื่อให้ตรงตามความต้องการของประชาชน และสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาช่องทางการขายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้อย่างเพียงพอทั่วถึง และได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทำประกันภัย”
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com