หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก   
  [ ฉบับที่ 1271 ประจำวันที่ 1-2-2012  ถึง 3-2-2012 ]

นับถอยหลังเขตเศรษฐกิจ‘นครแม่สอด’ประตูการค้าไทย-พม่าแห่งใหม่

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เป็นไอเดียที่เกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อปี 2547 ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2547 ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และคณะรัฐมนตรี ได้ประกาศจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแม่สอด เพื่อให้แม่ สอดเป็นเมืองเศรษฐกิจ-การค้าชายแดนเพราะมีศักยภาพและความพร้อมของเมืองสูง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ-การลงทุนภาคอุตสาหกรรม-ภาคการเกษตรและการท่องเที่ยว

ต่อมาในปี 2550 ผู้บริหารท้องถิ่น-ภาครัฐเอกชนและประชาชนในพื้นที่ อำเภอแม่สอดได้มีการทำประชาคม รวมทั้งประชาพิจารณ์ ที่จะสานต่อนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ และประชาชนในอำเภอแม่สอด เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว ประกอบกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เคยออกร่าง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ “นครแม่สอด” มาแล้ว ในปี 2550 เช่นกัน จึงขอให้ทางฝ่ายปกครองจังหวัดตาก เสนอรัฐบาลในยุคของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของ ไทยเพื่อขอให้นำเรื่องการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจแม่สอด กลับมาพิจารณาทบทวนเพื่อจัดตั้งอีกครั้ง

ต่อมาคณะกรรมการการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีนโยบายที่จะจัดตั้งองค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ “นครแม่สอด” และได้ออกร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ “นครแม่สอด” พ.ศ....และคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้มีการประชุมพิจารณาผ่าน ความเห็นชอบให้มีพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ “นครแม่สอด” ต่อรัฐบาล เพื่อให้นครแม่สอดเป็นเมืองเศรษฐกิจการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

เขตเศรษฐกิจพิเศษกับท้องถิ่นพิเศษ “นครแม่สอด” มีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันในส่วนที่จะสร้างและพัฒนาแม่สอดให้เป็นเมืองเศรษฐกิจการค้าชายแดนและศูนย์กลางภูมิภาคประตูสู่อันดามันบนระเบียงเส้นทางสาย เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก East-West Economic Corridor (EWEC) ในช่วงกลางปี 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด และผู้บริหาร ท้องถิ่นในอำเภอแม่สอด รวมทั้งภาคเอกชน หอการค้าจังหวัดตาก-สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก นักธุรกิจ ได้เดินทางเข้า พบเพื่อขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตปกครอง พิเศษ “นครแม่สอด” โดยขอให้ดำเนินการควบคู่พร้อมๆ กัน ตามนโยบายเดิมของ พ.ต.ท.ทักษิณ

จากการที่พม่าได้มีการปิดด่านพรมแดนเมียวดี มาเป็นระยะเวลากว่า 16 เดือน และรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้บริหารประเทศเพียงไม่กี่เดือน สามารถเจรจากับพม่าได้ด้วยดีจากบทบาท และหน้าที่ของการเป็นผู้นำประเทศที่ดีที่เดินทางไปเยือน พล.อ.เต็งเส่ง ประธานาธิบดีของพม่า จนนำไปสู่การเปิดด่านพรมแดน แม่สอด-เมียวดี

นอกจากนี้ พม่ายังถือโอกาสในการ เปิดพรมแดนครั้งนี้ทำพิธีเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี อย่างเป็นทางการและเมื่อพม่าเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีที่อยู่ตรงข้ามและทำการค้าชายแดนกับอำเภอแม่สอด ทำให้รัฐบาลได้นำเรื่องการพิจารณา จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด กลับมาเร่งดำเนินการเพราะเป็นแนวคิดและแนว ทางดั้งเดิมของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย จน ถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยจะยึดแนว ทางการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจและท้องถิ่นพิเศษ “นครแม่สอด” ควบคู่กันไปเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ต่อมานายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ได้เดินทางมาที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาให้เป็น เขตปกครองพิเศษและเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยประธานรัฐสภา เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนในการดำเนินการผลักดันเขตเศรษฐกิจและเขตปกครองพิเศษ “นครแม่สอด” ทั้งนี้ ประธานรัฐสภา ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการพัฒนาเทศบาลนครแม่สอดเป็นเขตเศรษฐกิจและท้องถิ่นพิเศษ “นครแม่สอด” และได้ให้ คณะอนุกรรมการด้านวิชาการและกฎหมาย ออกร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ “นครแม่สอด” พ.ศ...มาใหม่อีกหนึ่งฉบับ จำนวน 153 มาตรา ก่อนที่จะมีการประชุมพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป

ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ภายใน 1 ปีนี้ ตนเองจะเร่งดำเนินการจัดตั้งและยกฐานะเขตเศรษฐกิจและเขตปกครองพิเศษ “นครแม่สอด” ให้แล้วเสร็จ และจากนั้นจะดำเนินการยกฐานะจังหวัดแม่สอด ให้เป็นจังหวัดที่ 78 โดยยืนยันว่าจะสร้าง “นครแม่สอด” ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจชายแดนชั้นนำ ของประเทศและกลุ่มประเทศในอาเซียน และภูมิภาคบนระเบียงเศรษฐกิจตะวัน ออก-ตะวันตก East-West Economic Corridor (EWEC) และเป็นประตูประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ด้านนายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด กล่าวว่า “นครแม่สอด” จะเป็นเมืองเศรษฐกิจรองรับการเป็นประตูการค้าและส่งออก นำเข้า ที่มีมูลค่าการค้าชายแดนมากกว่าปีละ 35,000-50,000 ล้านบาท ในปัจจุบันและมีแนวโน้มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดจากการประชุมสุดยอดผู้นำ GREATER MEKONG SUB- REGION-GMS-หรือโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิ-ภาคลุ่มน้ำโขง (6 ประเทศ) ของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่กรุงเนปิดอร์ เมืองหลวงของพม่า และ ได้มีการนำเรื่องการจัดตั้งเมืองคู่แฝดทางเศรษฐกิจ 5 แห่ง เช่น แม่สอด-เมียวดี, เชียงของ-ท่าทราย, นครพนม-คำม่วน, กาญจนบุรี-ทวาย, หรือมุกดา หาร-สะหวันนะเขต ล้วนทำให้เกิดความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจการเตรียมพัฒนา “นครแม่ สอด” ไปสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจ และท้องถิ่นพิเศษ เป็นโมเดลนำ ร่องเพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นเมืองเศรษฐกิจชั้นนำอันดับ 1 ในภูมิภาค รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com