นับถอยหลัง เหลือแค่ไม่กี่วัน ก็ถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของกาลเวลา...ปีกระต่าย พุทธศักราช 2554 ที่สร้างความเจ็บปวดบอบช้ำแสนสาหัส แก่มวลมหาชน ด้วยมวลน้ำขนาดมหึมาจะผ่าน เลยไป เปิดทางให้ปีมะโรง พุทธศักราช 2555 เข้ามาแทนที่
จังหวะเปลี่ยนผ่านของศักราชแบบนี้ ตามธรรมเนียมปฏิบัติยุคโลกาภิวัตน์มักจะมีกระแสนิยมในการจัดอันดับสุดยอดรถยนต์แห่งปีเป็นการสั่งลาในรอบปี 2554 นี้รถยนต์ที่ได้รับยกย่องให้เป็น หัวกะทิ ของยอดรถประจำปี มีอยู่ด้วยกัน 10 แบบ 10 ยี่ห้อ
ลำดับแรก คือ ลัมโบร์กินี อะเวนทาดอร์ ซึ่งถือเป็นที่สุดของที่สุดของยอดรถยนต์แห่งปี 2554 และแจ่มแจ๋วแหววด้วยราคา 393,695 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 13 ล้านบาท แต่ราคาที่มีการแนะนำในตลาดเมืองไทยอยู่ที่ 36 ล้านบาท
เจ้าลัมโบร์กินี อะเวนทาดอร์คันนี้ บิ๊กบึ้มด้วยเครื่องยนต์ขนาด 6500 ซีซี 12 สูบ 700 แรงม้า และมีสมรรถนะเป็นเลิศด้านอัตราเร่ง ที่สามารถทำอัตราเร่งได้รวดเร็วทันใจ 0-100 กิโลเมตร ในเวลาแค่ 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ลำดับที่สอง คือ เบนท์ลีย์ คอนติเนนตัลจีที ...ยอดรถสปอร์ตคูเป้ 3 ประตูสุดหรูเริ่ดอลังการ ราคาคันละ 190,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,270,000 บาท ที่เอเย่นต์ในเมืองไทยเปิดรับจองในราคาเริ่มต้นคันละ 21 ล้านบาท
ลำดับที่สาม คือ พอร์ช 911 คาร์เรร่าเอส รถสปอร์ตเปี่ยมสมรรถนะจากตระกูลพอร์ช ที่มีราคาค่าตัวอยู่ที่คันละ 97,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,200,000 บาท แต่ราคาขายในเมืองไทยน่าจะอยู่ที่คันละ 20 ล้านบาท
เจ้าพอร์ช 911 คาร์เรร่าเอส ตัวนี้อัดแน่นด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 3800 ซีซี 400 แรงม้า
ลำดับที่สี่ คือ จากัวร์ เอ็กซ์เคอาร์เอส...ยอดรถสปอร์ตตัวเก่งจากตระกูลจากัวร์ ที่วางราคาขายไว้ที่คันละ 97,000 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณ 4,560,000 ล้านบาท แต่ราคาขายในเมืองไทยไม่น่าจะหนีคันละ 21 ล้านบาท
สมรรถนะของจากัวร์ เอ็กซ์เคอาร์เอส ตัวนี้เหลือเฟือตั้งแต่เครื่องยนต์ 8 สูบ 5000 ซีซี ที่สามารถเรียกความเร็วได้ทันใจ 0-100 กิโลเมตร ในเวลาแค่ 6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ลำดับที่ห้า คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอลเอส เอเอ็มจี ยอดรถสปอร์ตสุดหรูรุ่นล่าสุดของค่ายเมอร์เซเดส ซึ่งวางราคาขายไว้ที่ 96,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 3,170,000 บาท แต่ราคาขายในตลาดเมืองไทยไม่น่าจะต่ำกว่า 20 ล้านบาท
นอกจากความสวยเฉี่ยวตามสไตล์เมอร์เซเดสแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอลเอส เอเอ็มจี ตัวนี้ ยังเต็มเหนี่ยวด้วยเครื่องยนต์ 8 สูบ 4600 ซีซี 402 แรงม้า
ลำดับที่หก คือ ออดี้ เอ-7 ยอดรถยนต์อัจฉริยะจากตระกูลออดี้ ที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีเต็มพิกัด เพื่อความสมน้ำสมเนื้อกับราคาจำหน่ายที่คันละ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,980,000 บาท แต่ราคาขายในเมืองไทยน่าจะอยู่ที่ใกล้เคียงคันละ 10 ล้านบาท
ลำดับที่เจ็ด คือ บีเอ็มดับเบิ้ลยู 1 เอ็ม รถยนต์สปอร์ตคูเป้ จากค่ายบีเอ็มดับเบิ้ลยู ซึ่งวางราคาขายไว้ที่คันละ 47,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,550,000 บาท แต่ราคาขายในเมืองไทยน่าจะอยู่ที่เฉียด 10 ล้านบาท
ลำดับที่แปด คือ เรนจ์โรเวอร์อีโวค รถยนต์อเนกประสงค์ไซส์เล็กจากตระกูลเรนจ์โรเวอร์ ที่ตั้งราคาขายไว้ที่คันละ 44,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,450,000 บาท แต่ราคาขายในเมืองไทยน่าจะอยู่ในช่วง 5-10 ล้านบาท
เสน่ห์ของเรนจ์โรเวอร์อีโวค ตัวนี้ อยู่ที่รูปลักษณ์ที่สวยหยดย้อย แต่แฝงความอึดเต็มพิกัดด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2200 ซีซี 150 แรงม้า
ลำดับที่เก้า คือ จี๊ป แรงเลอร์ อันลิมิเต็ด 6 สูบ 3600 ซีซี 285 แรงม้า สุดยอดรถยนต์สมบุกสมบันจากค่ายไครสเลอร์ ที่ตั้งราคาขายไว้ที่คันละ 25,545 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 850,000 บาท แต่ราคาขายในเมืองไทยน่าจะวิ่งอยู่ระหว่าง 3-5 ล้านบาท
ลำดับที่สิบ คือ ฮุนได เวโรสเตอร์ รถยนต์คูเป้ 3 ประตู 4 สูบ 1600 ซีซี 138 แรงม้า ขนาดกะทัดรัด จากตระกูลฮุนได สัญชาติเกาหลี ซึ่งตั้งราคาขายไว้ที่คันละ 18,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 594,000 บาท แต่ราคาขายในเมืองไทยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,000,000 บาท
แปลกแต่จริงที่ทำเนียบยอดนิยมแห่งปี ประจำปี 2554 ไม่มีรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น อย่างยี่ห้อโตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน มาสด้า หรือมิตซูบิชิ ติดอันดับเลย
|
|