หน้าแรก > เศรษฐกิจมหภาค > ข่าวเศรษฐกิจมหภาค   
  [ ฉบับที่ 1251 ประจำวันที่ 12-11-2011  ถึง 18-11-2011 ]

ดันธุรกิจซอฟต์แวร์เปิดตลาดเวียดนาม

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 


ทันทีที่นักธุรกิจไทยกลุ่มเดินทางไปถึง ก็มีนักธุรกิจเวียดนามที่เข้ามาจับคู่กับนักธุรกิจไทยประมาณ 120 ราย คาดว่าจะมีคำสั่งซื้อราว 100 ล้านบาทภายใน 1 ปี

กลุ่มผู้เข้าร่วมเดินทางร่วมงาน ประกอบด้วยบริษัทซอฟต์แวร์ทั้งสิ้น 14 บริษัท และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (Software Industrial Promotion Agency: SIPA) โดยมีประเภทธุรกิจซอฟต์แวร์ทั้งประเภทธุรกิจ Call Center หรือ ระบบการให้บริการดาวน์โหลดเพลงผ่านมือถือ การจัดทำระบบซอฟต์แวร์ทางด้านการเงิน ธุรกิจแอนิเมชั่นและเกม ธุรกิจพัฒนาเฉพาะระบบเช่นระบบด้านการประกันภัย ระบบศูนย์กลางการกระจายหนังสือ (E-book) เป็นต้น

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า “ภาคธุรกิจที่สนใจเทคโนโลยีสารสนเทศหรือซอฟต์แวร์มาก ได้แก่ โรงพยาบาล หรือ Chain ร้านอาหารที่ต้องการระบบบริหารงานกับภาคธุรกิจที่พร้อมด้านสารสนเทศในฐานะผู้ร่วมค้า”

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจซอฟต์แวร์เป็นธุรกิจบริการที่มีความซับซ้อน จับต้องได้ยาก และต้องใช้ความเข้าใจเชิงลึก รวมถึงระยะเวลาที่ค่อนข้างนานเพื่อศึกษาถึงประโยชน์ที่ชัดเจนที่จะได้รับจากการควบรวมธุรกิจ หรือการใช้ซอฟต์แวร์ร่วมกับธุรกิจอื่น

ดังนั้น โดยทั่วไปผลการเจรจาในกลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์นั้นจะไม่เห็นผลทันที หรือ เห็นผลโดยเร็ว โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ถึงจะเห็นผลที่ชัดเจน

แต่ทั้งนี้ข้อดีของกลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์ คือ เป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนทางด้านการจับคู่ทางการค้า เนื่องจากภาคธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ประเภทใดประเภทหนึ่งแล้ว โดยส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนที่ ซึ่งจะส่งผลดีในการสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจซอฟต์แวร์ไทยในระยะยาว

โอกาสการผลักดันธุรกิจซอฟต์แวร์ของไทยในเวียดนามนั้น มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนยุคใหม่ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศหรือซอฟต์แวร์ เข้ามาเป็นส่วนสนับสนุนภาคธุรกิจถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจโรงพยาบาลกับการเรียกดูประวัติผู้ขอรับการรักษาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ภาคธุรกิจการโทรคมนาคมกับการดาวน์โหลดเพลงหรือเติมเงิน/ชำระเงินผ่านระบบมือถือ ภาคธุรกิจอื่นๆ ที่มีการให้หรือเก็บข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

“หากนักธุรกิจไทยสามารถสร้างซอฟต์แวร์ที่มีความแตกต่าง หรือ ซอฟต์แวร์ differentiate เพื่อเอื้อให้เกิดความสะดวกสบายที่มากขึ้น หรือเพิ่มมูลค่าผ่านการให้บริการที่ดีขึ้น โอกาสทางภาคธุรกิจซอฟต์แวร์ในเวียดนามยังมีอีกมาก” อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าว

หากเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศเวียดนาม จะเห็นได้ว่าในหลายๆ ภาคธุรกิจ ประเทศไทยมีความเติบโตหรือความก้าวหน้าหรือความเป็นผู้นำทางธุรกิจที่มากกว่าประเทศเวียดนาม

ยกตัวอย่างเช่น ด้านการธนาคาร ด้านโรงพยาบาล ด้านการโทรคมนาคม ด้านการประกัน ด้านการเงิน ด้านการให้บริการ มีเทคโนโลยีสารสนเทศหรือซอฟต์แวร์เป็นส่วนสนับสนุนหลักที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ

ดังนั้นหากภาคธุรกิจเวียดนามต้องการแข่งขันให้ทัดเทียมกับภาคธุรกิจไทยหรือเป็นผู้นำในอาเซียน เทคโนโลยีสารสนเทศหรือซอฟต์แวร์เป็นสิ่งที่จำเป็น

และเนื่องจากความเชื่อมั่นในองค์ประกอบด้านความมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศหรือซอฟต์แวร์ ผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศหรือซอฟต์แวร์ของไทยที่มีประสบการณ์ในการสนับสนุนภาคธุรกิจอื่นๆ ให้เป็นผู้นำในตลาดอาเซียน จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ประกอบการเวียดนาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและโอกาสของการผลักดันธุรกิจซอฟต์แวร์ไทยไปเวียดนาม

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศเวียดนาม นับตั้งแต่ปี 2543 รัฐบาลเวียดนามได้ตั้งเป้าหมายให้ภาคธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่จะส่งผลกระทบทางด้านบวกต่อภาพรวมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะทางตรง เช่น การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือในทางอ้อม เช่น การเป็นธุรกิจสนับสนุนด้านสารสนเทศเพื่อให้ภาคธุรกิจอื่นมีความเข้มแข็งและศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ทั้งการเป็นแหล่งผลิตที่มีประสิทธิภาพสำหรับนักลงทุนต่างชาติ หรือการสร้างบุคลากรให้มีความพร้อมเพื่อขยายตลาดแรงงานระหว่างประเทศด้านสารสนเทศ

ในระหว่าง 10 ปีที่ผ่านมา คือระหว่างปี 2543-2553 มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมด้านสารสนเทศของเวียดนามเพิ่มขึ้นทุกปี ในอัตราเฉลี่ยประมาณร้อยละ 20-25 ต่อปี

ซึ่งคิดเป็นอัตราการเจริญเติบโตประมาณ 3 เท่าของอัตราการเจริญเติบโตของ GDP ของประเทศเวียดนาม

โดยในปี 2553 รายได้ที่เกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศเวียดนามคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 850 ล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบด้วยบริษัทด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทั้งสิ้นกว่า 1,000 บริษัท โดยมี 4 บริษัทเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ที่มีพนักงานรวมกว่า 3,000 ราย

ทั้งนี้ ในอนาคต ประเทศเวียดนามได้ตั้งเป้าหมายให้เวียดนามเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารเทศ ผ่านการเชื่อมโยงด้านการผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านสารสนเทศ การเพิ่มภาคบริการด้านธุรกิจสารสนเทศ และการเพิ่มการลงทุนระหว่างประเทศในธุรกิจสารสนเทศ
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com