หน้าแรก > คมนาคม/ลอจิสติกส์ > ข่าวคมนาคม-ลอจิสติกส์   
  [ ฉบับที่ 1168 ประจำวันที่ 15-1-2011  ถึง 18-1-2011 ]

การพัฒนาท่าเรือทวายและท่าเรือปากบารา

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
สืบเนื่องจากศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลกจากเดิมเป็นกลุ่มประเทศ เศรษฐกิจใหม่ BRIC-VT (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน เวียดนาม และตรุกี) โดยเฉพาะประเทศจีน อินเดีย และเวียดนาม มีประชากรรวมถึง 2,500 ล้านคน (กึ่งหนึ่งของประชากรโลก) จึงเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูงทั้งด้าน กำลังทรัพย์และขนาดตลาด สหภาพเมียนม่าร์และประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สามารถเชื่อมต่อตลาดทั้งสามได้โดยสะดวกจึงมีความได้เปรียบในเชิง ยุทธศาสตร์ที่ตั้งที่จะเชื่อมต่อกับศูนย์ กลางการค้าใหม่ของโลก ประกอบกับด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นผลให้โลกของการประกอบธุรกิจไร้พรมแดน การทำธุรกิจสมัยใหม่ไม่มีข้อจำกัดของที่ตั้งแหล่งผลิตและตลาดอีกต่อไป แต่ให้สำคัญที่ความสามารถในการควบคุม คุณภาพ ราคา และเวลาการขนส่ง ระบบลอจิสติกส์จึงเป็นผู้เล่นสำคัญในการบริการ จัดการความได้เปรียบเชิงธุรกิจพื้นที่ทวาย มีความเหมาะสมสามารถเชื่อมต่อแหล่งผลิต แหล่งวัตถุดิบ และตลาดของโลกได้อย่างมีประสทธิภาพรัฐบาลไทยและสหภาพเมียนม่าร์ได้ลงนามในบันทึกความตกลง (MOU)

ที่จะร่วมพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายและโครงการถนนเชื่อมต่อทวาย-กรุงเทพ มหานคร เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2551 โดยมีบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเนต์ จำกัด (มหาชน) เข้าไปลงทุนเช่าที่ดินเพื่อ พัฒนาท่าเรือทวายเป็นระยะเวลา 60 ปี โดยได้รับสิทธิ์สัมปทานในการบริหารท่าเรือ และพื้นที่ต่อเนื่องในลักษณะสร้าง-บริหาร-โอน (BOT)

ท่าเรือทวายนี้เป็นท่าเรือน้ำลึกธรรมชาติที่มีร่องน้ำลึกถึง 50 เมตร ซึ่งประกอบ ด้วยท่าเรือพาณิชย์ (Commercial port) และท่าเรืออุตสาหกรรม (Industrial Port) ที่สามารถรองรับปริมาณสินค้าได้ 175 ล้านตัน/ปี และมีการจัดเตรียมพื้นที่หลังท่า 170 ตร.กม.สำหรับพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งบริเวณโครงการเป็นที่ตั้งของแหล่งผลิต ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน จึงเหมาะสำหรับ เป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมิคอล และเม็ดพลาสติก อีกทั้งสหภาพเมียนม่าร์ มีสินแร่อุตสาหกรรมคุณภาพสูงที่มีความพร้อมที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กและอิเล็กทรอนิกส์

ทวายนอกจากจะสามารถเชื่อมต่อโลกทางทะเลแล้วจะมีโครงข่ายทางหลวงเชื่อมต่อประเทศไทยผ่านจังหวัดกาญจนบุรี (ทวาย-บ้านเก่า-กาญจนบุรี : A-123) โดย มีระยะทางระหว่างทวายและกาญจนบุรี 230 กม. ซึ่งปัจจุบันบริษัท ITD อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทางขนาด 2 ช่องจราจร และมีแผนจะขยายเป็น 4 และ 8 ช่องจราจรในอนาคต และมีแผนพัฒนา โครงข่ายทางรถไฟเชื่อมต่อสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อขนส่งพลังงาน เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งทวายมีท่าอากาศที่มีทางวิ่งคอนกรีตขนาด มาตรฐาน และมีความพร้อมที่จะพัฒนาเป็นสนามบินพาณิชย์ระดับนานาชาติเพื่อตอบสนองการลงทุนในอนาคตอันใกล้

เนื่องจากโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงท่าเรือปากบารา จึงมีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาโครงการสะพานเศรษฐกิจ (Land Eco-nomic Corridor หรือ Land Bridge) ซึ่งเชื่อมทะเลอันดามันและอ่าวไทยด้วยโครงข่ายคมนาคม (ถนน ราง และ ท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) โดยมีการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีคอลที่บริเวณพื้นที่หลังท่าเรือในลักษณะคล้ายกันกับรูปแบบของท่าเรือ ทวายคงไม่ผิดหากจะกล่าวว่าไทยได้เสียโอกาสทองในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง ประเทศเรามักมีโครงการที่ดีตั้งท่าสวยหรูแต่ไม่เคยได้ลงมือทำเสียที

โดยปัจจุบันสืบเนื่องจากการคัดค้านด้านสิ่งแวดล้อมโครงการจึงได้ถูกลดรูปแบบการลงทุนเหลือเพียงการพัฒนาท่าเรือฝั่งอันดามันเท่านั้น ดังนั้นโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานการพัฒนาในระดับโลก (เช่นเดียวกับโครงการ Land Bridge) และท่าเรือปากบาราจึงไม่ใช่คู่แข่งกันโดยตรงในระดับภูมิภาคอีกต่อไปแล้ว ซึ่งไทยไม่สามารถยืมจมูกเพื่อนบ้านหายใจได้ตลอดไปการพัฒนา ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามันจึงยังคงมีความสำคัญและจำเป็นต้องลงทุนเพื่อเชื่อมต่อแหล่งผลิตใหม่และเส้นทาง การค้าของโลก












 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com