หน้าแรก > การตลาด > ข่าวการตลาด   
  [ ฉบับที่ 1167 ประจำวันที่ 12-1-2011  ถึง 14-1-2011 ]

มะขามสารัช ต้นตำรับของฝาก จากชากังราว (1)

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
“มะขาม” เป็นผลไม้พื้นเมืองของไทย ที่อยู่คู่ครัวคนไทยมาอย่างยาวนาน เพราะมะขามเป็นไม้ผลพื้นบ้านที่ขึ้นอยู่ตามสถานที่ทั่วๆ ไป ที่ขึ้นง่ายไม่ต้องดูแลมาก มีคุณประโยชน์ และสรรพคุณมาก เพราะเป็นทั้งสมุนไพรยาระบายที่ดีเยี่ยม นำมาประกอบปรุงอาหารได้มากมายหลากหลายอย่าง อีกทั้งยังสามารถ นำมาแปรรูปทำอย่างอื่นได้อีกหลากหลาย

และปัจจุบันนี้ก็ได้มีผู้ประกอบการจำนวนมากนำเจ้ามะขาม ผลไม้พื้นเมืองของไทยนี้ มาแปรรูปขายเป็นขนมขบเคี้ยว ผลไม้แห้ง ใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม น่ารับประทาน ออกมาหลากหลาย แบรนด์ และแต่ละแบรนด์ที่มีอยู่ในตลาดก็ถือได้ว่ามีจุดขายของ แต่ละแบรนด์และก็มีกลุ่มลูกค้าไม่เหมือนกัน

ซึ่งหนึ่งแบรนด์ที่ถือได้ว่านำเจ้ามะขามผลไม้ของไทยมาแปรรูปทำธุรกิจของตนเองจนประสบความสำเร็จในปัจจุบันก็คือมะขาม แบรนด์ “สารัช” นั่นเอง ที่เริ่มจากอุตสาหกรรมเล็กๆ ในครัวเรือน ที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่สมัยรุ่นคุณแม่ จนกลายเป็นกลุ่มมะขามแปรรูป ของอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ถือเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในการเพาะปลูกมะขามหวานมากที่สุด จนได้ขยายกิจการเติบโตจน กลายมาเป็นรูปแบบของ “บริษัท” และมีแบรนด์เป็นของตนเองใน ปัจจุบัน

โดย คุณสารัช กมลธรไท ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เล่าถึงที่มาที่ไปของการทำธุรกิจดังกล่าวว่า ธุรกิจมะขามนี้ถือกำเนิดมาจากคุณแม่มีอาชีพเป็นครู และอยากหาอะไรทำเป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว และด้วยความ ที่ว่าตัวเองเป็นคนจังหวัดเพชรบูรณ์โดยแท้ ซึ่งมีมะขามเป็นพืชเกษตร ที่ปลูกและหาง่ายในจังหวัดนี้ อีกทั้งคุณแม่ได้มีสูตรดั้งเดิมในการทำ มะขามหวาน มะขามกวนมาจากคุณยาย จึงได้คิดนำสูตรดังกล่าวมาทำมะขามหวานกวนขาย ซึ่งในตอนแรกคุณแม่ก็เริ่มไปฝากวางขาย ตามท่ารถประจำทาง และต่อมาจึงได้ก่อตั้งเป็นอุตสาหกรรมเล็กๆ ใน ครัวเรือนจนกลายเป็นกลุ่มมะขามแปรรูปของอำเภอ และได้ส่งต่อไปขายตามร้านขายของฝากต่างๆ และร้านโชวห่วยในจังหวัด

“ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ทางด้านการโรงแรม มหาวิทยาลัย มหิดล และได้ฝึกงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งอยู่ประมาณ 3 เดือน พอฝึกงานเสร็จผมก็เรียนต่อปริญญาโททางด้านการตลาดที่เดิม ซึ่งตอนนั้น ก็ยังไม่ได้หางานทำที่ไหนและประจวบกับแม่อยากให้มาช่วยธุรกิจของที่บ้านเพราะอยากให้ธุรกิจเดินไปได้และประสบความสำเร็จ ผมจึงตัดสินใจมาช่วยแม่ทำธุรกิจนี้ โดยแรกเริ่มเดิมทีใช้ชื่อแบรนด์ว่า “สารัช แม่สนม” ซึ่งเป็นชื่อผมกับแม่ร่วมกัน แต่ต่อมาผมได้มาบริหารงานอย่างเต็มตัวจึงเปลี่ยนมาเป็นชื่อสารัชอย่างเดียว”

หลังจากนั้นก็ได้ดำเนินธุรกิจมาอย่างเรียบง่ายจนธุรกิจเริ่มขยาย ตัวขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเริ่มจ้างพนักงานเยอะขึ้น จึงได้ตัดสินใจกู้เงินมาทำโรงงานเล็กๆ ของตนเอง ที่มีจุดเด่นคือมีห้องเย็นไว้เก็บสต็อก มะขามเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าตลอดทั้งปี เป็นจ้าแรกและเจ้าเดียว ของจังหวัด จึงทำให้จุดนี้เองทำให้โรงงานเริ่มมีชื่อเสียง จากการบอก ปากต่อปากถึงคุณภาพมะขามแปรรูปของสารัช และทำให้เริ่มมีออเดอร์ สั่งสินค้าส่งออกต่างประเทศบ้าง

“พอธุรกิจขยายตัวมากขึ้น จึงตัดสินใจตั้งบริษัทของตัวเองขึ้น ในนามว่า บริษัท สารัช มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ในปี 2538 และจากช่วง แรกที่สินค้าของเราจะไปฝากขายตามท่ารถทัวร์ ขายในร้านโชวห่วย และร้านของฝากเฉพาะในจังหวัดเท่านั้นเราก็เริ่มมองหาตลาดใหม่ที่ทำให้สินค้าของเรากว้างขึ้น

โดยพยายามนำไปฝากขายในร้านโชวห่วยและร้านขายของ ฝากให้มากขึ้น จากจังหวัดที่เรามีอยู่แล้วก็เริ่มขยายไปอำเภอ จังหวัดข้างๆ บริเวณใกล้เคียง จนเริ่มขยายไปจังหวัดอื่นๆ อีกทั้งก็มีออเดอร์ การโทร.สั่งซื้อสินค้ามากขึ้นด้วย เนื่องมาจากการที่เราไปฝากขายตาม ท่ารถประจำทางมีคนจังหวัดอื่นๆ ได้ซื้อไปเป็นของฝากและมีลูกค้า ติดใจในรสชาติและความอร่อยจึงได้บอกกันปากต่อปากจึงได้มีลูกค้า ในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วย”

เขาบอกต่อว่า จากนั้นบริษัทก็ได้เริ่มพัฒนาโปรดักต์เพิ่มมากขึ้น จึงได้ลองไปออกงานตามงานกาชาดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ก่อน ต่อมาก็เริ่มขยายไปออกงานใหญ่ๆ ตาม กทม. และก็ไปเปิดบูธเล็กๆ ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ตามที่จะสามารถไปได้ จนแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากขึ้น และในที่สุดก็ได้มีคนซื้อสินค้าไปแบ่งขายตามร้านโชวห่วยใน กทม. เพิ่ม และในวันหนึ่งได้มีจัดจำหน่ายของทางบริษัท ซีพี ออลล์ หรือ เซเว่นอีเลฟเว่น ได้มาชิมมะขามสารัชและเกิดความสนใจ จึงได้ติดต่อให้นำสินค้าไปขายในเซเว่น และตรง นี้ก็คือจุดเปลี่ยนอย่างหนึ่งในแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทเลยก็ว่าได้ ติดตามต่อถึงแนวทางการทำธุรกิจของมะขามสารัชหลังจากที่ได้เข้าไปขายใน 7-11 แล้วว่าจะเป็นอย่างไรในฉบับหน้า
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com