หน้าแรก > ธุรกิจประกัน > Comment   
  [ ฉบับที่ 1151 ประจำวันที่ 13-11-2010  ถึง 16-11-2010 ]

เลือกตั้งแบบ “คนดี” ที่เมืองพม่า

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
ต้องยอมรับว่า การปกครองของประเทศสาธารณรัฐสหภาพเมียนม่าร์

หรือพม่าเดิมที่คนไทยรู้จักมายาวนานในประวัติศาสตร์ มีส่วนละม้ายคล้ายคลึงกับการเมืองในประเทศไทยมาก หลังจากเพิ่งจะเสร็จสิ้นการเลือกตั้งไปเมื่อไม่กี่วันนี้

ทั้งช่วงรัฐบาลสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม, รัฐบาลสมัยจอมพล ถนอม กิตติขจร, รัฐบาลนายธานินทร์ ไกรวิเชียร หรือบางยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ลงเลือกตั้งใหญ่โดยไม่มีพรรคการเมืองฝ่ายค้าน จนมาถึงยุคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ในจำนวนรัฐบาลที่ผ่านมา มีรัฐบาลนายธานินทร์ ไกรวิเชียรนี่แหละ ซึ่งมีส่วนคล้ายรัฐบาลทหารพม่าปัจจุบันมากที่สุด ที่ประกาศนโยบายว่า จะพัฒนาประชาธิปไตย (โดยมีกองทัพเป็นเปลือกหอย) อย่างเป็นขั้นเป็นตอนโดยจะใช้เวลาทั้งหมด 12 ปี

แต่กองทัพไทยยุคนั้นที่เคยทำรัฐประหารหิ้วนายธานินทร์ขึ้นเป็นนายกฯต่างหากที่ทนไม่ได้ จึงลุกขึ้นมาโค่นนายธานินทร์อีกครั้ง เพราะเห็นว่าทำท่าจะอยู่นานเกินกว่าเหตุ และเป็นเหตุให้รัฐบาลทหารพม่ายุคนั้นพลอยหมดคู่แข่งไปด้วย

การเลือกตั้งในพม่า พรรคสหภาพเพื่อการสมานฉันท์และการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ซึ่งถ้าจะพูดกันตรงๆ ก็คือ พรรคการเมืองนอมินีของ รัฐบาลทหารพม่าปัจจุบัน ได้กวาดคะแนนเสียงมากมายถึง 80% จากการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกของประเทศในรอบ 20 ปี

หมายความว่า รัฐบาลทหารพม่ารอมานานพอที่จะมีสภาพที่ได้เปรียบ ฝ่ายค้านอย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังเท้าเมื่อใด การเลือกตั้งก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้รัฐบาลทหารพม่าประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นหลักชัยสำคัญ ในการเปลี่ยนผ่านจากระบอบทหาร สู่ระบอบประชาธิปไตยของพม่า

หมายความว่า คณะผู้มีอำนาจทางทหารที่เคยนุ่งกางเกงเขียวๆทั้งหมดจะเปลี่ยนมานุ่งโสร่งหรือเสื้อผ้าแบบพลเรือนให้ดูดีมีประชาธิปไตย ไม่แลดูเป็นประเทศเผด็จการน่าเกลียดน่ากลัวแบบเมื่อ 20 กว่าปีก่อน

การวางแผนเพื่อเปลี่ยนแปลงรูปโฉมครั้งนี้กลายเป็นเรื่องฉาวโฉ่ น่าเกลียดน่าชังกว่าเดิมเสียอีก เพราะกองทัพพม่าได้วางแผนมาเป็นปีๆ เพื่อกีดกันไม่ให้นักการเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น และเคยเอาชนะพรรคการเมืองฝ่ายทหารมาอย่างชนิดหาหูรูดไม่เจออย่างนาง

อองซาน ซูจี ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงแข่งขันในครั้งนี้การเลือกตั้งในพม่าครั้งนี้จึงเป็นการจัดฉากละครขนาดใหญ่ที่ไม่แคร์สายตาชาวโลก ไม่แคร์คนห่วงเก้าอี้เลขาฯยูเอ็นสมัยที่ 2 อย่างนาย

บัน คีมูน แต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเอาเปรียบกลุ่มฝ่ายค้านอื่นๆ ทุกประตู ยิ่งกว่าปิดประตูตีแมว มีทั้งบังคับขู่เข็ญกระทั่งโกงการเลือกตั้งจากฝ่ายทหารทุกด้าน เพื่อให้ได้รับชัยชนะ ขณะที่ชนกลุ่มน้อยในพม่ากว่า 1.5 ล้านคนถูกกีดกันไม่ให้ลงคะแนน เพราะอยู่ในโซนอันตรายสำหรับกกต.พม่า รวมทั้งผู้สื่อข่าวต่างประเทศก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปทำข่าวการเลือกตั้งครั้งนี้ได้

นอกจากนี้ การเลือกตั้งในพม่ายังได้ทำให้เกิดการรบกับชนกลุ่มน้อย ติดชายแดนไทย ทำให้มีผู้อพยพชาวพม่าเข้ามาหลบอาศัยในเมืองไทยถึง 20,000 คนสรุปแล้ว การเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องทรงองค์เอวเพื่อให้ดูดีในสายตา ชาวโลกของรัฐบาลทหารพม่าครั้งนี้ น่าเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก แต่ก็ยังแสดงให้เห็นว่า กองทัพยังควบคุมประชาชนของตนไว้ใต้ท็อปบูตได้อย่างชะงัด แม้มดปลวกจะเล็ดรอดออกไปบ้าง แต่ก็ถือว่า ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ

นายพลคนสำคัญของกองทัพยังคงมีบ้านราวคฤหาสน์ราชวัง มีรถหรู มีเงินทองใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ในท่ามกลางความทุกข์ยากแร้นแค้นลำเค็ญสุดๆของชาวพม่าส่วนใหญ่ที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงไปกว่านี้ต่อไปเหมือนเดิม

ขณะที่รัฐบาลไทยซึ่งยังคงทำท่าว่า เป็นประชาธิปไตยเหลือเกิน ก็กำลังวางแผนที่จะยุบสภาเพื่อให้เลือกตั้งใหม่ในปีหน้านี้เช่นกัน โดยย้ำว่า ถ้าดูแล้วบ้านเมืองสงบ ไม่มีอะไรตูมตามขึ้นมาอีก ผู้แทนของพรรคท่านสามารถออกไปหาเสียงในบางจังหวัดอย่างอีสานและเหนือได้ ท่านก็จะให้ความกรุณายุบสภาเลือกตั้งต่อไปได้

ความมั่นใจเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า ท่านนายกฯมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ว่าพรรคเก่าแก่ที่ท่านเป็นหัวหน้านั้นจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาจนอาจตั้งรัฐบาลได้พรรคเดียว เพราะเป็นพรรคของ “คนดี” ด้วยกันทั้งสิ้น

ปัญหามีอยู่ว่า หากประชาชนเขาไม่เลือกพรรคของ “คนดี” ให้มากพอจะจัดตั้งรัฐบาล กองทัพจะทำอย่างไรกับสภาผู้แทนที่เต็มไปด้วย ตัวแทน “คนชั่ว” มากมายขนาดนั้น กองทัพจำเป็นจะต้องใช้วิธีการเดียวกับที่รัฐบาลพม่าทำอยู่ขณะนี้ไหม?แก้กฎหมายให้เลือกได้บางพรรคเท่านั้น ถ้าไม่ได้รับเลือก ค่อยยึดอำนาจคืนแล้วขึ้นมาทำซะเองให้รู้แล้วรู้รอดไป!




 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com