หน้าแรก > ธุรกิจขายตรง > ข่าวขายตรง   
  [ ฉบับที่ 1059 ประจำวันที่ 19-12-2009  ถึง 22-12-2009 ]

ยาลด ความอ้วน

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
‘ปชป.ภท.’แย่งทุนจีนแสนล....
คลังตามแห่ปรับ‘จีดีพี’โตเกิน7%...
ตั้งเป้าไทยศูนย์อัญมณีฯโลก...
‘มาร์ค’ตั้งเป้า15ปี...
ธนาคารอู้ฟู่หลังปล่อยกู้ทะลุเป้า...
ปฏิวัติอุตสาหกรรมรับโลกร้อน...
ปากีสถานโมเดล...
 
 

“ความอ้วน” เป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังหลายโรค ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันผิดปกติในเลือด โรคกล้ามเนื้อหัวใจวาย โรคเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก โรคข้อเข่าเสื่อม โรคเกาต์ โรคมะเร็งหลายชนิด

จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่ทุกคนควรดูแลสุขภาพไม่ให้อ้วน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดโรคเหล่านี้ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้อ้วน แต่เพราะค่านิยมขณะนี้ชอบคนที่มีรูปร่างดี จึงพยายามลดน้ำหนักลงไปอีก โดยไม่คำนึงถึงอันตราย ที่ตามมา


>> ประเภทของโรคอ้วน

โรคอ้วนที่มีผลร้ายต่อสุขภาพมี อยู่ 2 ประเภท คือ

1.โรคอ้วนทั้งตัว (overall obe-sity) เกิดจากทั้งร่างกายมีไขมันมากกว่าปกติ โดยไขมันที่เพิ่มขึ้นมิได้อยู่ในตำแหน่งหนึ่งโดยเฉพาะ

2.โรคอ้วนลงพุง (visceral obesity/abdominal obesity) เกิดจากมีไขมันของอวัยวะภายในช่องท้องมากกว่าปกติ โดยอาจมีไขมันใต้ผิวหนัง บริเวณหน้าท้องเพิ่มขึ้นด้วย

>> วิธีลดความอ้วน

การลดความอ้วน มี 5 วิธี ด้วยกัน คือ การควบคุมอาหาร การออก กำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ยาลดความอ้วน และการผ่าตัด ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีข้อดี และข้อเสีย เช่น การใช้ยาลดความอ้วน จะเห็นผลในระยะเวลาอันสั้น แต่หากต้องการคุมน้ำหนักระยะยาวจะไม่เป็นผลดี และหากหยุด ใช้ยาน้ำหนักก็จะกลับมาเหมือนเดิม หรืออาจมากกว่าเดิม

>> ประเภทของยาลดความอ้วน

1.ยาที่ออกฤทธิ์ที่ทางเดินอาหาร ได้แก่ 1.1 สารที่พองตัว ในกระเพาะอาหาร โดยไม่ถูกย่อยสลายให้เป็นพลังงาน ทำให้อิ่มได้แต่จะไม่ได้รับพลังงาน

1.2สารยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ไลเปส เช่น Orlistat จะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไลเปส ซึ่งเป็นเอน ไซม์ที่ย่อยไขมันในรูปที่ร่างกายนำไปใช้ได้ มีหลักกลไกนี้ ทำให้ไขมันที่รับประทานเข้าไปประมาณ 1/3 ไม่ถูกดูดซึมจึงทำให้น้ำหนักลดลง

2.ยาที่ออกฤทธิ์ที่สมองส่วนกลาง

โดยทั่วไปยาในกลุ่มนี้ มีจุดประสงค์ เพื่อลด ความอยากอาหารหรือทำให้เกิดความรู้สึก อิ่ม โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มสารเคมีในสมอง คือ Serotonin หรือ Catecholamine ซึ่งสารเคมีทั้ง 2 ตัวนี้ ออกฤทธิ์ควบคุมความอยากอาหาร และอารมณ์

>> หลักการใช้ยาลดความอ้วน

หลักการใช้ยาลดความอ้วนเพื่อความ สวยงามนั้น เป็นมิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ ควรใช้ เมื่อมีวัตถุประสงค์ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อน ทำให้มีสุขภาพดีขึ้น ควรใช้กับโรคอ้วนในผู้ใหญ่ หรือบุคคลที่อาจเกิดโรคแทรกซ้อน เนื่องจากความอ้วน นอกจากนั้นการใช้ยาลดความอ้วน พึงต้องระวังและคำนึงถึงหลักต่อไปนี้

1.การใช้ยาลดความอ้วนเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการช่วยควบคุมเรื่องน้ำหนัก จะต้องใช้ควบคู่การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรม

2.ผู้ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี และสตรีมีครรภ์ไม่ควรใช้

3.ก่อนที่จะใช้ยาลดความอ้วนควรที่จะเริ่มควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานมาแล้ว อย่างน้อง 3 เดือน และหากน้ำหนักลดลงเกินร้อยละ 10 ไม่จำเป็นต้องใช้ยา

4.ควรเลือกใช้ยาลดความอ้วนกลุ่มยาที่ลดความอยากอาหาร

5.การใช้ยาลดความอ้วน กลุ่มยา ลดความอยากอาหารไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 3 เดือน เพราะประสิทธิภาพจะลดลง และอาจติดยาได้

6.ขณะใช้ยาลดความอ้วน น้ำหนักควรลด 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หากไม่เป็นไปตามนี้ควรเปลี่ยน เนื่องจากยาไม่ได้ผล

7.การใช้ยาขับปัสสาวะ ยาระบาย และธัยรอยด์ฮอร์โมน ไม่มีผลในการลดน้ำหนัก เป็นการใช้ยาในทางที่ผิด

8.ควรปรึกษาเภสัชกร หรืออยู่ใน การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เมื่อต้องใช้ยาลดความอ้วน

 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com