หน้าแรก > การตลาด > ข่าวการตลาด   
  [ ฉบับที่ 1013 ประจำวันที่ 11-7-2009  ถึง 14-7-2009 ]

ศึกชิงดำเครื่องดื่มรังนก

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 

F&N ส่งนวัตกรรมใหม่ชู‘บลู โอเชียน’ รวบแชร์

เปิดแนวรบเครื่องดื่มรังนก 2,000 ล้าน “เอฟแอนด์เอ็น” ส่งเอฟแอนด์เอ็น โกลด์ เครื่องดื่มรังนกรูปแบบใหม่ ผสมนมกับมอลต์สกัด ตอบไลฟ์-สไตล์ผู้บริโภค หวังกระชากแชร์คู่แข่ง

การแข่งขันของตลาดเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูปในช่วงที่ผ่านมาดูจะดุเดือด และเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง 2 แบรนด์หลัก คือ สก๊อต และแบรนด์ แม้ว่ากลยุทธ์ที่ทั้ง 2 แบรนด์เลือกใช้จะ
ไม่แตกต่างกัน เพราะต่างก็เลือกใช้อีโมชันนัล มาร์เก็ตติ้งมาเป็นคีย์ แมสเสจในการสื่อสารกับผู้บริโภค แต่สิ่งที่ทำให้ทั้ง 2 แบรนด์แตกต่างกัน ก็คือ สก๊อตเลือกที่จะขยายฐานลูกค้าไปยัง
กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ด้วยการแตกเซ็กเมนต์ไปสู่กลุ่มเมโทรเซ็กส์ชวล และกลุ่มวัยรุ่นผู้ชาย

ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยใช้ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้งเป็นกลยุทธ์หลักที่จะเจาะเข้าไปกลุ่มดังกล่าว ล่าสุด ทางเอฟแอนด์เอ็นได้เปิดตัวเครื่องดื่มรังนกแท้ คือ เอฟแอนด์เอ็น โกลด์ ซึ่ง
เป็นเครื่องดื่มรังนกแท้รูปแบบใหม่ ที่มีการผสมนมและมอลต์สกัด และถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รวมถึงตลาดเครื่องดื่มรังนก โดยจะเป็นสูตร และนวัตกรรมการ
ผลิตที่เป็นเอกสิทธิ์ของเอฟแอนด์เอ็นโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ที่ต้องการเครื่อง ดื่มเพื่อสุขภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ
ได้อย่างครอบคลุม

สำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถือเป็นนวัตกรรมล่าสุด และยังไม่มีคู่แข่งรายใดในตลาดเคยทำมาก่อน แม้แต่ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอย่างแบรนด์ หรือสก๊อต ซึ่งจะเน้นการทำตลาดภายใต้
กลยุทธ์อีโมชันนัล มาร์เก็ตติ้ง ผ่านแคมเปญภาพยนตร์โฆษณา หรือการทำกิจกรรมส่งเสริมทาง การตลาดเป็นหลัก แต่สำหรับการทำตลาด ของเอฟแอนด์เอ็นในครั้งนี้ จะถือเป็นกล
ยุทธ์บลู โอเชียน เพื่อสร้างความแตกต่าง และจุดขายกับคู่แข่งอย่างชัดเจนนั่นเอง รวมถึงเป็นตอกย้ำความเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่ม โดยเฉพาะนมในอันดับต้นๆ ของตนเอง

คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าเอฟแอนด์เอ็นจะใช้กลยุทธ์อะไร นอกเหนือจากความแตกต่างทางด้านโปรดักต์ มาแย่งชิงส่วนแบ่งจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นสก๊อต หรือแบรนด์ เพราะแบรนด์
เองก็ได้มีการปรับโพสิชันนิ่งของสินค้า จากเดิมเป็นสินค้าของขวัญสำหรับเทศกาลสำคัญ มาเป็นสินค้าที่ควรดื่มทุกวัน และซื้อดื่มได้เอง

อย่างไรก็ตาม แผนการรุกของบริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในตลาดเมืองไทยนับจากนี้ หลังจากที่ได้เข้าไปซื้อกิจการกลุ่มเครื่องดื่มเนสท์เล่เมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา ได้มี
การวางแผนการดำเนินงานในระยะกลาง 3-5 ปีไว้ว่าจะสร้างยอดขายให้เติบโตอีกเท่าตัว หรือมียอดขายประมาณ 20,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่คาดว่าจะมีรายได้ราวๆ 10,000
ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 10% เมื่อเทียบกับปี 2550 แบ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายในประเทศ 80% และส่งออก 20%

สำหรับในปี 2551 ที่ผ่านมา ทางเอฟแอนด์เอ็นได้ลงทุนไปกว่า 4,300-4,500 ล้านบาท ในการขยายโรงงานใหม่ในย่านนวนคร และที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตของเอ

ฟแอนด์เอ็น เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีกำลังการผลิตกว่า 10 ล้านหีบต่อปี ทั้งนี้ เอฟแอนด์เอ็นค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับประเทศไทย ในการเป็นผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม แม้ว่าบริษัท
แม่จะอยู่ในประเทศมาเลเซียก็ตาม ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดื่ม และนม ภายใต้แบรนด์เอฟแอนด์เอ็น, แมกโนเลีย และน้ำผลไม้ฟรุท ทรีเท่านั้น โดยที่ผ่านมาเอฟแอนด์เอ็น
จะมีสินค้าไอศกรีม ภายใต้แบรนด์ “แมกโนเลีย” ทำตลาดอยู่ในไทยเพียงแบรนด์เดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้จะอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เอฟ แอนด์ เอ็น ยูไนเต็ด จำกัด

ดังนั้น แนวรบของเอฟแอนด์เอ็นในการบุกตลาดเมืองไทยต่อจากนี้ นอกจากการทำตลาดภายใต้ลิขสิทธิ์ของแบรนด์เนสท์เล่แล้ว ก็จะเป็นการทำตลาดภายใต้แบรนด์ของตนเอง ซึ่งใน
ส่วนของสินค้า ภายใต้แบรนด์เนสท์เล่ ก็เริ่มจะมีการทยอย เปลี่ยนไปใช้แบรนด์ของตนเอง จึงได้เตรียมจัดสรรงบการตลาดไว้กว่า 500-1,000 ล้านบาท ในการทำแผนระยะกลาง เพื่อ
สร้างการรับรู้แบรนด์เอฟแอนด์เอ็น และกระตุ้นยอดขาย สำหรับผลิตภัณฑ์ของเอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) ในปัจจุบัน จะมีทั้งภายใต้แบรนด์ของตนเอง ได้แก่ ครีมเทียม ข้น
หวาน ตราทีพอท นมพาสเจอไรส์ แมกโนเลีย และน้ำผลไม้ฟรุท ทรี และไลเซ่นส์ แบรนด์ของเนสท์เล่ คือ นมสเตอริไลซ์ ตราหมี นมยูเอชที ตราหมี เป็นต้น
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com