ว่ากันว่าการก่อสร้างบ้านและตึกสูงขายเป็นต้นสายปลายเหตุ ที่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกเข้าสู่ยุครุ่งโรจน์และล้มคว่ำขมำหงายมานักต่อนัก
สยามเมืองยิ้มได้รับบทเรียนมาหลายครั้งหลายครา ที่รุนแรงและจำกันได้ไม่ลืมคือตอนฟองสบู่แตกหลังยุคสมัยน้าชาติเป็นนายกรัฐมนตรี และที่กำลังตกเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้คือวิกฤติซับไพร์มที่ถล่มสหรัฐอเมริกา
ธุรกิจเรียลเอสเตทนั้นมีองค์ประกอบเกี่ยวข้องมากมาย ทั้งกฎหมาย ทั้งภาษี ทั้งเทคนิควิธีการออกแบบปลูกสร้าง และทั้งกลยุทธ์การตลาดการขาย แต่เจ้าของที่ดินเพียงแค่กะแบะมือหลายต่อหลายรายในยุคที่ผ่านๆ มาต่างฝันหวานผุดโครงการทั้งเล็กทั้งใหญ่โผล่ขึ้นสลอนทุกหัวระแหงอย่างกับดอกเห็ดหลังฝน
หากมีใครใจกล้าสะกิดเข่าถามเจ้าของโครงการหน้าใหม่เมื่อหลายปีก่อนๆ ว่า
ลงทุนสร้างบ้านจัดสรรและคอนโดฯ หลายสิบล้าน มีความรู้มีความเข้าใจธุรกิจประเภทนี้มากน้อยแค่ไหน
คำตอบของนักลงทุนหน้าใหม่ก็คือ
ทำไมจะต้องเสียเวล่ำเวลาร่ำเรียนศึกษาให้เปลืองสมองด้วย (ว่ะ) ขอเพียงแค่มีที่ดินผืนงามๆ สักแปลงถ่ายสำเนาโฉนดมอบหมายสถาปนิกออกแบบให้เสร็จเรียบร้อยก็จ้างพนักงานแบงก์เขียนโปรเจกต์ขอกู้เงินลงทุน พร้อมๆ กับจัดพิมพ์โบรชัวร์ติดป้ายและจัดหาพนักงานสาวๆ สวยๆ ถ่ายผังเปิดรับจอง ขี้คร้านจะไม่พอขาย
ครับ ยุคเศรษฐกิจบูมผู้ประกอบการบ้านจัดสรรและคอนโด-มิเนียม คิดแค่นั้น ผลจึงล้มหมอนนอนเสื่อระเนระนาดกันเยอะแยะ
บทเรียนหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา แพงแสนแพง แต่นับว่ายัง ไม่สาย และถ้าคิดจะศึกษาเรียนรู้ก่อนลงมือก่อนผุดบ้านผุดคอนโดฯ สักแท่งสองแท่ง
โน่นครับ..มุ่งตรงไปตึกภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรม ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเขียนใบสมัครเข้าศึกษาเล่าเรียนหลักสูตร กลยุทธ์บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในระยะสั้นๆ เพียงแค่สิบสัปดาห์เท่านั้น
หลักสูตรนี้มีชื่อเรียกที่ติดหูอีกนาม คือ RE-CU ซึ่งเปิดอบรมมากว่า 20 ปี และผลิตนักพัฒนาธุรกิจเรียลเอสเตทเข้าสู่วงการมาแล้วนับหลายร้อยคน
ผู้ก่อกำเนิดหลักสูตรนี้ คือ รศ.มานพ พงศทัต เจ้าของฉายา เสาหลักอสังหาฯ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเรียลเอสเตทมายาวนาน
หลักสูตร RE-CU เปิดการเรียนการสอนมาแล้ว 32 รุ่น และกำลังเปิดรับสมัครรุ่นต่อไปอยู่ในขณะนี้
กล่าวสำหรับเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการบรรจุเอาไว้ครบถ้วน
อาทิ
ผังเมืองใหญ่กับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายจัดสรร กฎหมายคอนโดฯ และพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร การวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งและการวางผังโครงการ การประเมินราคาของภาครัฐและเอกชน
กลยุทธ์การตลาดอสังหาฯ ยุคใหม่
หลักการขอสินเชื่อพัฒนาโครงการและปล่อยกู้รายย่อยของสถาบันการเงิน
ตลาดทุนและเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่
ภาษีการซื้อขายบ้านและที่ดินตลอดรวมถึงคอนโดฯ
การจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านและคอนโดมิเนียมและการบริหารการจัดการ
เศรษฐกิจการเมืองกับอสังหาริมทรัพย์ไทย
และนอกจากการนั่งจดเลคเชอร์ในห้องสี่เหลี่ยมติดแอร์แล้ว ยังมีการนำไปศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่ทั้งในและนอกประเทศอีกด้วย
สำหรับผู้บรรยายในหัวข้อเรื่องข้างต้น ประกอบด้วยคณาจารย์ที่ทรงคุณวุฒิและมากประสบการณ์ อย่างเช่น รศ.มานพ พงศทัต, ศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย, ศ.เดชา
บุญค้ำ, ไกรฤทธิ์ บุญยเกียรติ, กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล, ผศ.ดร.ธนวรรณ แสงสุวรรณ, ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์, รศ.ดร.ธนิต ธงทอง, อธิป พีชานนท์
และวิศิษฐ์ เตชะเกษม เป็นต้น
ผม นคร มุธุศรี ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในคณาจารย์ผู้บรรยายมาตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันอีกคน
ผมกราบเรียนถามอาจารย์มานพ พงศทัต ถึงเหตุผลในการผลักดันให้หลักสูตร RE-CU เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายสิบรุ่นว่ามีเจตจำนงอย่างไร
มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายอยู่ 3-4 ประการด้วยกัน เจ้าของฉายา เสาหลักอสังหาฯ ของเมืองไทยกล่าวตอบด้วยมาดนุ่มๆ
อย่างแรก เพื่อผลิตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่วงการที่มีภูมิรู้ด้านเรียลเอสเตทอย่างแท้จริง
ประการที่สอง เพื่อพัฒนาบุคลากรและสร้างผู้เชี่ยว-ชาญด้านอสังหาฯ ไทยให้อยู่ในระดับสากล
ประการที่สาม เพื่อพัฒนาวิชาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานอารยประเทศ
วัตถุประสงค์และเป้าหมายสุดท้าย เพื่อผลิตนักธุรกิจเรียลเอสเตทให้มีความรู้ความสามารถและประกอบกิจการด้วย จริยธรรม และมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม
ผมเชื่อมั่นหนึ่งพันเปอร์เซ็นต์เต็มว่า ระยะเวลาอีกไม่กี่ปีนับต่อจากพอศอนี้ดีเวลอปเปอร์บ้านจัดสรรและอาคารชุดของเมืองไทย จะเปี่ยมไปด้วยภูมิรู้และคุณธรรมดั่งที่อาจารย์
มานพ พงศทัต ตั้งใจ
นับต่อจากนี้ คำซุบซิบนินทาที่ว่า นักพัฒนาอสังหาริม-ทรัพย์ในบ้านเมืองเราเปรียบเหมือน เป็ด จะว่ายน้ำรึก็สู้ปลาไม่ได้ อยู่บนบกก็แพ้ไก่ ครั้นกางปีกบินเมื่อไหร่
บรรดานกกาก็หัวเราะเยาะให้ คงจะไม่ได้ยินได้ฟังอีกแล้ว..!!
|
|