หน้าแรก > อสังหาริมทรัพย์ > หมอเมาเล่าให้ฟัง   
  [ ฉบับที่ 965 ประจำวันที่ 21-1-2009  ถึง 23-1-2009 ]

สถาบันผลิตนักธุรกิจอสังหาฯ มืออาชีพ

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
‘ปชป.ภท.’แย่งทุนจีนแสนล....
คลังตามแห่ปรับ‘จีดีพี’โตเกิน7%...
ตั้งเป้าไทยศูนย์อัญมณีฯโลก...
‘มาร์ค’ตั้งเป้า15ปี...
ธนาคารอู้ฟู่หลังปล่อยกู้ทะลุเป้า...
ปฏิวัติอุตสาหกรรมรับโลกร้อน...
ปากีสถานโมเดล...
 
 
ว่ากันว่าการก่อสร้างบ้านและตึกสูงขายเป็นต้นสายปลายเหตุ ที่ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกเข้าสู่ยุครุ่งโรจน์และล้มคว่ำขมำหงายมานักต่อนัก

สยามเมืองยิ้มได้รับบทเรียนมาหลายครั้งหลายครา ที่รุนแรงและจำกันได้ไม่ลืมคือตอนฟองสบู่แตกหลังยุคสมัยน้าชาติเป็นนายกรัฐมนตรี และที่กำลังตกเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้คือวิกฤติซับไพร์มที่ถล่มสหรัฐอเมริกา

ธุรกิจเรียลเอสเตทนั้นมีองค์ประกอบเกี่ยวข้องมากมาย ทั้งกฎหมาย ทั้งภาษี ทั้งเทคนิควิธีการออกแบบปลูกสร้าง และทั้งกลยุทธ์การตลาดการขาย แต่เจ้าของที่ดินเพียงแค่กะแบะมือหลายต่อหลายรายในยุคที่ผ่านๆ มาต่างฝันหวานผุดโครงการทั้งเล็กทั้งใหญ่โผล่ขึ้นสลอนทุกหัวระแหงอย่างกับดอกเห็ดหลังฝน

หากมีใครใจกล้าสะกิดเข่าถามเจ้าของโครงการหน้าใหม่เมื่อหลายปีก่อนๆ ว่า

“ลงทุนสร้างบ้านจัดสรรและคอนโดฯ หลายสิบล้าน มีความรู้มีความเข้าใจธุรกิจประเภทนี้มากน้อยแค่ไหน”

คำตอบของนักลงทุนหน้าใหม่ก็คือ

“ทำไมจะต้องเสียเวล่ำเวลาร่ำเรียนศึกษาให้เปลืองสมองด้วย (ว่ะ) ขอเพียงแค่มีที่ดินผืนงามๆ สักแปลงถ่ายสำเนาโฉนดมอบหมายสถาปนิกออกแบบให้เสร็จเรียบร้อยก็จ้างพนักงานแบงก์เขียนโปรเจกต์ขอกู้เงินลงทุน พร้อมๆ กับจัดพิมพ์โบรชัวร์ติดป้ายและจัดหาพนักงานสาวๆ สวยๆ ถ่ายผังเปิดรับจอง ขี้คร้านจะไม่พอขาย”

ครับ ยุคเศรษฐกิจบูมผู้ประกอบการบ้านจัดสรรและคอนโด-มิเนียม คิดแค่นั้น ผลจึงล้มหมอนนอนเสื่อระเนระนาดกันเยอะแยะ

บทเรียนหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา “แพงแสนแพง” แต่นับว่ายัง “ไม่สาย” และถ้าคิดจะศึกษาเรียนรู้ก่อนลงมือก่อนผุดบ้านผุดคอนโดฯ สักแท่งสองแท่ง

โน่นครับ..มุ่งตรงไปตึกภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรม ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเขียนใบสมัครเข้าศึกษาเล่าเรียนหลักสูตร “กลยุทธ์บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” ในระยะสั้นๆ เพียงแค่สิบสัปดาห์เท่านั้น

หลักสูตรนี้มีชื่อเรียกที่ติดหูอีกนาม คือ “RE-CU” ซึ่งเปิดอบรมมากว่า 20 ปี และผลิตนักพัฒนาธุรกิจเรียลเอสเตทเข้าสู่วงการมาแล้วนับหลายร้อยคน

ผู้ก่อกำเนิดหลักสูตรนี้ คือ รศ.มานพ พงศทัต เจ้าของฉายา “เสาหลักอสังหาฯ” ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเรียลเอสเตทมายาวนาน

หลักสูตร RE-CU เปิดการเรียนการสอนมาแล้ว 32 รุ่น และกำลังเปิดรับสมัครรุ่นต่อไปอยู่ในขณะนี้

กล่าวสำหรับเนื้อหาสาระที่เกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการบรรจุเอาไว้ครบถ้วน

อาทิ

ผังเมืองใหญ่กับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายจัดสรร กฎหมายคอนโดฯ และพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร การวิเคราะห์ทำเลที่ตั้งและการวางผังโครงการ การประเมินราคาของภาครัฐและเอกชน

กลยุทธ์การตลาดอสังหาฯ ยุคใหม่

หลักการขอสินเชื่อพัฒนาโครงการและปล่อยกู้รายย่อยของสถาบันการเงิน

ตลาดทุนและเครื่องมือทางการเงินสมัยใหม่

ภาษีการซื้อขายบ้านและที่ดินตลอดรวมถึงคอนโดฯ

การจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านและคอนโดมิเนียมและการบริหารการจัดการ

เศรษฐกิจการเมืองกับอสังหาริมทรัพย์ไทย

และนอกจากการนั่งจดเลคเชอร์ในห้องสี่เหลี่ยมติดแอร์แล้ว ยังมีการนำไปศึกษาเรียนรู้นอกสถานที่ทั้งในและนอกประเทศอีกด้วย

สำหรับผู้บรรยายในหัวข้อเรื่องข้างต้น ประกอบด้วยคณาจารย์ที่ทรงคุณวุฒิและมากประสบการณ์ อย่างเช่น รศ.มานพ พงศทัต, ศ.ดร.บัณฑิต จุลาสัย, ศ.เดชา
บุญค้ำ, ไกรฤทธิ์ บุญยเกียรติ, กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล, ผศ.ดร.ธนวรรณ แสงสุวรรณ, ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์, รศ.ดร.ธนิต ธงทอง, อธิป พีชานนท์
และวิศิษฐ์ เตชะเกษม เป็นต้น

ผม นคร มุธุศรี ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในคณาจารย์ผู้บรรยายมาตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบันอีกคน

ผมกราบเรียนถามอาจารย์มานพ พงศทัต ถึงเหตุผลในการผลักดันให้หลักสูตร RE-CU เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายสิบรุ่นว่ามีเจตจำนงอย่างไร

“มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายอยู่ 3-4 ประการด้วยกัน” เจ้าของฉายา “เสาหลักอสังหาฯ” ของเมืองไทยกล่าวตอบด้วยมาดนุ่มๆ

อย่างแรก “เพื่อผลิตนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่วงการที่มีภูมิรู้ด้านเรียลเอสเตทอย่างแท้จริง”

ประการที่สอง “เพื่อพัฒนาบุคลากรและสร้างผู้เชี่ยว-ชาญด้านอสังหาฯ ไทยให้อยู่ในระดับสากล”

ประการที่สาม “เพื่อพัฒนาวิชาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานอารยประเทศ”

วัตถุประสงค์และเป้าหมายสุดท้าย “เพื่อผลิตนักธุรกิจเรียลเอสเตทให้มีความรู้ความสามารถและประกอบกิจการด้วย ‘จริยธรรม’ และมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม”

ผมเชื่อมั่นหนึ่งพันเปอร์เซ็นต์เต็มว่า ระยะเวลาอีกไม่กี่ปีนับต่อจากพอศอนี้ดีเวลอปเปอร์บ้านจัดสรรและอาคารชุดของเมืองไทย จะเปี่ยมไปด้วยภูมิรู้และคุณธรรมดั่งที่อาจารย์
มานพ พงศทัต ตั้งใจ

นับต่อจากนี้ คำซุบซิบนินทาที่ว่า นักพัฒนาอสังหาริม-ทรัพย์ในบ้านเมืองเราเปรียบเหมือน “เป็ด” จะว่ายน้ำรึก็สู้ปลาไม่ได้ อยู่บนบกก็แพ้ไก่ ครั้นกางปีกบินเมื่อไหร่
บรรดานกกาก็หัวเราะเยาะให้ คงจะไม่ได้ยินได้ฟังอีกแล้ว..!!


 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com