หน้าแรก > ข่าวปก > ข่าวปก   
  [ ฉบับที่ 947 ประจำวันที่ 12-11-2008  ถึง 14-11-2008 ]

สมุนไพรรักษาเบาหวานหายขาด

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
ปรุงแต่ง‘ปัญจขันธ์’เป็นยาสากล

พบยาสมุนไพรรักษาเบาหวานหายขาด อธิบดีกรมพัฒนาแพทย์แผนไทย ยันพร้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบ ชี้มีงานวิจัยรองรับ อยู่แล้ว เผยเดินหน้าเต็มสูบวิจัย “ปัญจขันธ์” และพืชพื้นเมืองไทยอีกหลายชนิดมีสรรพคุณรักษาเบาหวานได้จริง เตรียมพัฒนาเป็นตัวยามาตรฐานสากล ขณะที่สมาคมฯ เผย หากเป็นของจริง จะมีผลสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ด้าน “ชมรมอนุรักษ์สมุนไพรไทย” เปิดตัวผู้ป่วยรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ

ความคืบหน้า หลังกระแสข่าวการรักษาผู้ป่วยเบาหวานขั้นรุนแรงด้วยยาสมุนไพรจนหายขาด จากชมรมอนุรักษ์สมุนไพรไทย ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด แผลเรื้อรังที่ขา ตามที่แพทย์ แผนปัจจุบันได้ทำการวินิจฉัยให้ต้องตัดทิ้ง

ซึ่งล่าสุด “สยามธุรกิจ” ได้รับการเปิดเผยจาก นายณัฏฐภัทร์ นิชาเกียรติธนา เลขาธิการสมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับความคืบหน้าของการรักษาโรคร้ายแรง อย่างเบาหวาน ด้วยสมุนไพรไทยว่า “ล่าสุดได้รับข่าวว่ามีการรักษาโรคเบาหวานในขั้นรุนแรงหายขาด จากชมรมอนุรักษ์สมุนไพรไทย ว่าตรวจพบผู้เข้าทำการบำบัดโรคเบาหวานด้วยยาสมุนไพรไทยแล้วมีการตรวจทางการแพทย์พบว่า น้ำตาลในเลือดลดลงจากระดับสูงสุดที่ 900 มล. กลับมาอยู่ในระดับปกติ

“กรณีนี้หากตรวจสอบพบและมีหลักฐานยืนยันว่าโรคเบาหวานหายขาดได้จริง โลกคงต้องเปลี่ยนคอนเซปต์มาดูเรื่องยาแผนไทย และจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล คงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องคุยกันในระดับประเทศ เพราะจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท โดยในเบื้องต้นสมาคมฯประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบลงพื้นที่ โดยการทดสอบ เป็นคลินิกพิเศษ ซึ่งจะต้องมองไปที่จำนวนของผู้ป่วยรวมถึงองค์ประกอบปัจจัยอื่นๆ อีกจนกว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้ผลจริง

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะพบที่ชมรมอนุรักษ์สมุนไพรไทย สมาคมฯ เคยพบ สมุนไพรจาก ห้างเก่าแก่ย่านเซ็นต์หลุย ที่ชื่อห้างยอแสง ที่ออกมาเปิดเผยว่า สามารถรักษาโรคเบาหวานได้ และที่ชมรมอนุรักษ์สมุนไพร ก็สามารถรักษาโรคหัวใจได้เช่นเดียวกัน” นายณัฎฐภัทร์ กล่าว

ด้านน.พ.นรา นาควัฒนานุกูล อธิบดีกรมพัฒนาแพทย์แผนไทย กล่าวถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า ทางกรมพัฒนาแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ยินดีที่จะลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากสมุนไพรไทยใช้ได้ผลจริง ซึ่งขณะนี้กระแสจากทั่วโลกกำลัง ตีกลับ หันมาพึ่งพาธรรมชาติมากขึ้น ในเรื่องของยารักษาโรคเองก็เช่นกัน และหากตรวจสอบพบว่าสมุนไพรชนิดใดสามารถรักษาได้จริง ก็จะส่งเสริมให้มีการวิจัยอย่างจริงจัง รวมทั้งสร้างให้เกิดมาตรฐานเป็นแพทย์แผนทางเลือกต่อไป

ในส่วนของยารักษาโรคร้ายแรง เช่นโรคเบาหวาน ทางกรมฯ เองก็กำลังศึกษาวิจัยอยู่ โดยพบว่า สมุนไพรไทยหลายๆ ชนิด มีคุณสมบัติที่จะทำการรักษาได้ เช่น โดยเฉพาะปัญจขันธ์ ซึ่งเป็นวัชพืชที่มีอยู่ในประเทศไทย แต่ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการทำการ ศึกษาวิจัย นอกจากนี้ พืชอีกหลายตัว เช่น มะระ ตำลึง เตยหอ ใบอ่อนหญ้ากระดุมทอง บัวบก ซึ่งมีส่วนในการรักษาโรคเบาหวานได้เช่นกัน ซึ่งจากกระแสข่าวดังกล่าว ทางกรมฯ ยินดีตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ด้านนายชัยรัตน์ นนทชัย ประธานชมรมอนุรักษ์สวนสมุนไพรไทย เกี่ยวกับอาการป่วยของ นางสาวชลดา สอนสังข์ (มาลัยเกตุ) อายุ 45 ปี ที่เข้ารับการรักษาโรคเบาหวาน ออกมาเปิดเผยถึงการรักษาว่า “จากอาการป่วยในโรคเบาหวานของนางสาว ชลดา ตั้งแต่ปี 2540 โดยตรวจพบที่ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ รักษามาประมาณ 10 ปี ที่ผ่านมา โดยทางโรงพยาบาลตรวจพบ น้ำตาลในกระแสเลือดขึ้น 900 มล. ต่อมาในปี 2548 เกิดแผลที่บริเวณหน้าแข้ง โดยแผลดังกล่าวลุกลามเข้าไปถึงกระดูก จากการวินิจฉัยของแพทย์ ร.พ.นวมินทร์ แนะนำ ให้ตัดทิ้งด่วน ซึ่งนางสาวชลดาได้ตัดสินใจเข้า รับการบำบัดด้วยยาสมุนไพรที่ชมรมสมุนไพรฯ โดยพบว่า แผลที่เคยพุพองหยุดการลุกลามและแห้ง ใช้ระยะเวลาในการรักษาเพียง 1 เดือน จึงกลับไปตรวจที่โรงพยาบาลนวมินทร์อีกครั้ง เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2551 ที่ผ่านมาอีกครั้งพบว่าอาการทุกอย่างหายเป็นปกติ โดย มีผลการวินิจฉัยจากโรงพยาบาลและแพทย์เป็นหลักฐาน” นายชัยรัตน์ กล่าว

ขณะที่นางสาวชลดา ผู้ป่วย เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลาการรักษา ใช้การรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันมาตลอด 15 ปี จนแพทย์ต้องบอกให้ทำใจ ที่ต้องตัดขา แต่พอมารักษาด้วยยาสมุนไพร ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่มาก เมื่อกลับไปตรวจจากโรงพยาบาลเดิมที่เคยตรวจพบโรค ปรากฏว่าแผลหายระดับน้ำตาล ในเลือดกลับเข้าสู่ระดับปกติ” นางสาวชลดา กล่าว





 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com