หน้าแรก > การตลาด > ข่าวการตลาด   
  [ ฉบับที่ 918 ประจำวันที่ 2-8-2008  ถึง 5-8-2008 ]

‘ซันซิล’ใส่เกียร์เดินหน้าอัพเกรดสู่พรีเมี่ยม

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
ส่งซันซิล สไตล์ คอลเลคชั่นเติมภาพผู้เชี่ยวชาญเส้นผม

หลังจากเมื่อต้นปี 2551 ที่ผ่านมา ทางยูนิลีเวอร์ได้มีการปรับโฉมแบรนด์ “ซันซิล” ทั่วโลก เพื่อยกระดับซันซิลให้เป็นแชมพูระดับพรีเมี่ยมแบรนด์ และลดอายุของแบรนด์ลงให้เหลือ 20 ปี จากเดิมจะอยู่ที่ 25 ปี โดยการเปลี่ยนแปลงเริ่มตั้งแต่การปรับเปลี่ยนโลโก้ แพ็กเกจจิ้ง รวมถึงโฆษณา โดยการรีแบรนด์ซันซิลในครั้งนั้นเริ่มต้นจากประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่งานถ่าย ทอดสดซูเปอร์โบลว์ ผ่านซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่างมาดอนน่า และมาริลีน มอนโร เพื่อเป็นโกลบอล ไอคอนให้กับซันซิล เพื่อรักษาตำนานของแบรนด์ ที่มีมานานกว่า 54 ปี แม้จะต้องการสื่อถึงภาพลักษณ์ที่ทันสมัยก็ตาม

ทั้งนี้ โลคอล ไอคอน จะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยในประเทศไทย ยูนิลีเวอร์ได้เลือกอั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ และอ้อม-พิยดา อัครเศรณี มาทำหน้าที่ดังกล่าวให้กับแบรนด์ซันซิล เพื่อถ่ายทอด Message ที่ว่า “ชีวิตไม่คอยใคร ผมสวยไม่ต้องรอ” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ของซัน ซิล ภายใต้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท ในการพลิกโฉมแบรนด์ซันซิลในไทย

การที่ซันซิลเลือกยกระดับแบรนด์ของตนเองให้ก้าวขึ้นสู่พรีเมี่ยมแบรนด์ นั่นเป็นเพราะการเข้ามาเล่นสงครามราคา ของแพนทีน ด้วยการหั่นราคาลงมาสู้ แม้ว่าจะมีรีจอยส์เป็นคู่แข่งหลักอยู่แล้วก็ตาม ทำให้ซันซิลต้องแก้เกมด้วยการปรับภาพแบรนด์ของตนเองให้เป็นพรีเมี่ยม แบรนด์มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมายูนิลีเวอร์พยายามที่จะปั้นแบรนด์ซันซิลให้เป็นพรีเมี่ยมแบรนด์มาโดยตลอด แต่ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่หินเอาการ เนื่องจากยูนิลีเวอร์ วางตำแหน่งของซันซิลให้เป็นแชมพูระดับแมสมานาน

สำหรับก้าวแรกที่ยูนิลีเวอร์วาง แผนดันซันซิลขึ้นเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ เห็นจะเป็นการทุ่มเม็ดเงินกว่า 140 ล้านบาท เปิดตัว “ซันซิล คัลเลอร์ ชายน์ ซิสเต็ม” ในไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีให้เลือกถึง 5 สูตร เพื่อผมทำสีจำนวน 5 เฉดสี โดยวางราคา สูงกว่าสูตรอื่นๆประมาณ 30% ขณะเดียว กันก็มีการเอ็ดดูเคตผู้บริโภคเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมถึง 3 ขั้นตอน ประกอบด้วยแชมพู ครีมนวดผม และลีฟออน โดยมีเหตุผลเดียวกัน คือ การทำให้แบรนด์ดูมีความทันสมัย และมีความเป็นพรีเมี่ยมมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ตลอดจนเพื่อ ขยายฐานผู้ใช้ในกรุงเทพฯ จากเดิมซันซิล จะมุ่งเน้นตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก

แต่ทั้งนี้ซันซิลยังไม่สามารถสื่อสารข้อความดังกล่าวไปยังผู้บริโภคได้ เพราะซันซิลสูตรเดิมก็ยังคงอยู่ในภาพลักษณ์การเป็นสินค้าแมสเช่นเดิม ทำให้เมื่อต้นปีที่ผ่านมายูนิลีเวอร์จึงได้เปิดตัว “ซันซิล ฟรุตตามิน” ที่มีให้เลือก 3 สูตร ประกอบ ด้วยสูตรสตรอง แอนด์ สลีค สูตรดราย แอนด์ แดร์เมจแฮร์ และสูตรเมเนเจเบิ้ล แอนด์ ไชน์นี่ ในฐานะแชมพูระดับพรีเมี่ยม แบบเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาของบรรจุภัณฑ์ที่ดูทันสมัย แตกต่างจากสูตรเดิมที่มีอยู่ในตลาดอย่างชัดเจน ที่สำคัญการกำหนดราคาครั้งนี้สูงกว่าสูตรเดิม อาทิ แชมพูซันซิล ฟรุตตามิน ขนาด 375 มล. ราคาแนะนำ 99 บาท จากปกติ 125 บาท ขณะที่ซันซิลสูตรเดิมขนาด 400 มล. ราคา 99 บาท หรือครีมนวด ซันซิล ฟรุตตามิน ขนาด 350 มล. ราคาแนะนำ 99 บาท จากราคาปกติ 125 บาท ส่วนครีมนวดซันซิลสูตรเดิม ขนาด 375 มล. ราคา 99 บาท

และนั่นถือเป็นตัวนำร่องในการก้าว ไปสู่ความเป็นแบรนด์ระดับพรีเมี่ยมของซันซิลอีกครั้ง หลังจากนั้นเพียง 2 เดือน การปรับโฉมของซันซิลในระดับโกลบอลก็เกิดขึ้น และปรากฏต่อสายตาผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งถือเป็น การปรับทัพครั้งใหญ่ เพื่อยกเครื่องซันซิลให้เป็นแชมพูระดับพรีเมี่ยมอย่าง เต็มตัว เพราะมีการปรับเปลี่ยนบุคลิกใหม่ให้กับแบรนด์ รวมถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์สาวรุ่นใหม่ โดยซันซิลหวังว่าการปรับอิมเมจของตนเองในครั้งนั้น จะสามารถลดอายุของแบรนด์ให้เหลือประ มาณ 20 ปี จากปัจจุบันผู้บริโภคต่างเห็นว่าซันซิลเป็นแบรนด์สาววัย 25 ปี นั่นเป็นเพราะซันซิลเข้ามาทำตลาดในไทยนานกว่า 40 ปี

ดังนั้น การปรับโฉมของยูนิลีเวอร์ในครั้งนี้ จึงผ่านการทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เริ่มตั้งแต่การดีไซน์แพ็กเกจจิ้ง ที่ครั้งนี้ลงลึกสำรวจมุมมองของผู้บริโภคพบว่า รูปลักษณ์แบบใหม่ของแพ็กเกจจิ้งตัวล่าสุด มีความโดดเด่น ดึงดูดสายตาผู้บริโภค ณ จุดขายได้เร็วกว่าเดิมถึง 4 เท่า ที่สำคัญจูงใจในการซื้อสูงถึง 93% ตามมาด้วยการวางวิสัยทัศน์ “ชีวิตไม่คอยใคร ผมสวยไม่ต้องรอ” ของแบรนด์ที่จะสื่อไปยังผู้บริโภค ก็มาจากความในใจของสาวใน 7 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่พบว่าผมมีอิทธิพลต่อผู้หญิงทั่วโลก โดยสามารถจุดประกายชีวิตให้กับผู้หญิงได้ ซึ่งในไทยพบว่าผู้หญิงไทย 99% คิดว่าทรงผมมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของตนเอง ขณะที่ 94% ของผู้หญิงไทยคิดว่าผมที่ดูดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และทำให้พร้อมที่จะเปิดรับโอกาสใหม่ๆ 89% คิดว่าถ้าผมไม่สวยสมใจก็จะรู้สึกไม่ดีไปตลอดวัน

พร้อมกันนี้ ซันซิลได้พัฒนาสูตรใหม่ ทั้งหมด และเลือกลอนช์ออกมาจำนวน 7 สูตร อาทิ สูตรผมมีน้ำหนักจัดทรงง่าย สูตรผมนุ่มลื่นเรียบสวย เป็นต้น ขณะที่รุ่นเดิมจะมีให้เลือกทั้งหมด 9 สูตร ซึ่งสูตรที่ถูกถอดออกไป คือ สูตรอ่อนโยน และสูตรเพอร์เฟค สเตรท โดยสูตรที่พัฒนาใหม่จะมีความพิเศษตรงเรื่องกลิ่น ที่เป็นการพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอมให้กับแบรนด์ชั้นนำ และนี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ซันซิลชี้ให้เห็นว่าการรีแบรนด์ในครั้งนี้ เป็นการอัพเกรดแบรนด์ให้เป็นพรีเมี่ยม จากภายในสู่ภายนอก

และนั่นคือการขยับอิมเมจขึ้นสู่พรีเมี่ยมแบรนด์อย่างเต็มตัวครั้งแรกของ ซันซิล โดยก้าวต่อมาของซันซิล ก็คือ การคลอด “ซันซิล สไตล์คอลเลคชั่น” เพื่อให้ภาพของซันซิลกลายเป็นผู้เชี่ยว ชาญด้านเส้นผม นอกเหนือไปจากการเป็น พรีเมี่ยมแบรนด์เพียงอย่างเดียว เพื่อสร้าง ความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์มากยิ่งขึ้น โดยจะมีให้เลือก 3 สูตรด้วยกัน คือ สูตร สเตรท แอนด์ สเวย์ ซึ่งเป็นสูตรผมตรงพลิ้วสวยมีชีวิตชีวา สูตรสเตรท แอนด์ สลีค เป็นสูตรผมเรียบตรง และสูตรเคิร์ล แอนด์ เวฟ เบาซ์ จะเป็นสูตรผมลอนสปริงตัว สำหรับคนผมหยิก หรือดัด ที่มีส่วนผสมของบีแวกซ์ เคิร์ล เอเนอร์ไจเซอร์ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเส้นผม

ทั้งนี้ “ซันซิล สไตล์คอลเลคชั่น” จะเป็นแชมพูที่มีความเป็นพรีเมี่ยมมากกว่าตัวซันซิล ฟรุตตามิน เพราะครั้งนี้มีการกำหนดราคาให้สูงกว่า อาทิ แชมพูสไตล์คอลเลคชั่น ขนาด 375 มล. ราคาแนะนำจะอยู่ที่ 115 บาท หรือครีมบำรุงผมสไตล์คอลเลคชั่น ขนาด 350 มล. ราคา 115 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ซันซิล ฟรุตตามิน ขนาด 375 มล. ราคาแนะนำ 99 บาท หรือครีมนวดซันซิล ฟรุตตามิน ขนาด 350 มล. ราคาแนะนำ 99 บาท โดยผลิตภัณฑ์ “ซันซิล สไตล์คอลเลคชั่น” จะอยู่ภายใต้แนวคิด “แต่งสไตล์ผม เติมสไตล์ชีวิต” และมีผลิตภัณฑ์ให้เลือก 4 แบบด้วยกัน คือ แชมพู ครีมบำรุงผม ครีม จัดแต่งทรงผม และโลชั่นลดผมชี้ฟู

ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้น ผมมูลค่า 10,702 ล้านบาท เติบโต 4.5% แบ่งเป็นแชมพู 7,500 ล้านบาท ครีมบำรุงผม ประกอบด้วยครีมนวด ทรีตเมนต์ และลีฟออน) 3,202 ล้านบาท โดย ยูนิลีเวอร์เป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่ง 49.4% ประกอบด้วยแบรนด์ซันซิล โดฟ และคลีนิก ส่วนพีแอนด์จีครองส่วน แบ่ง 31% ประกอบด้วยแพนทีน รีจอยส์ แคร์รอล เฮอร์บัล เอสเซนส์ และเฮด แอนด์ โชว์เดอร์ อื่นๆ อาทิ ลอรีอัล คาโอ 19.6%
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com