หน้าแรก > > ของดี กทม.   
  [ ฉบับที่ 768 ประจำวันที่ 17-2-2007 ถึง 20-2-2007 ]

หอสมุดแห่งชาติ “ท่าวาสุกรี”

   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้
หุ้นไทยคลายกังวลอเมริกาลดงบฯ ...
ท้องถิ่นเฮ!ปรับเงินเดือนใหม่ ป.ตรีให้ 1.3 หมื่น/ขยับซี ...
ส.อ.ท.ร้าวลึกประกาศไม่เผาผี "ธนิต" เอาคืนฟ้องกลับ "พยุ...
ผู้ว่าฯ "ไร้รอยต่อ" !?!...
โค้กเถลิงเจ้าบัลลังก์ "น้ำดำ" สบช่องคู่แข่งอ่อนแรง/กวาด...
"แอร์เบอร์5" ร้อนรับไฟวกฤติ "รุ่นประหยัด-ราคาถูก" เปิดศ...
ดึง4ยอดมวยไทยร่วมศึกมาราธอน-“สมรักษ์”เดิมพัน”เจริญทอง”1...
 
 
บนโลกใบใหญ่ไม่ว่าชาติใด ภาษาใด ต่างก็ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าและนานาประเทศต่างก็มี “หอสมุดแห่งชาติ” เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าระดับชาติ เป็นศูนย์กลางของการศึกษา หาความรู้ และเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นอารยะของชนชาตินั้นๆ โดยมุ่งเน้น ให้บริการ ความรู้แก่ประชาชน ไม่จำกัดเพศ วัย เชื้อชาติ ศาสนาอีกด้วย

สำหรับประเทศไทยก็เฉกเช่นเดียวกันมีการจัดตั้ง “หอสมุดแห่งชาติ” ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งรวมวรรณกรรมของชาติทุกรูปแบบ ได้แก่ ต้นฉบับตัวเขียน ตัวพิมพ์ และบันทึกในรูปของสื่อโสตทัศน์ ทุกประเภท เพื่อให้เป็นแหล่งศูนย์กลางของแหล่งความรู้ระดับชาติ ตลอดทั้งสงวนรักษาสื่อความรู้ ความคิดของมนุษย์ โดยเฉพาะของคนในชาติอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์บรรณานุกรมแห่งชาติ เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญและเพื่อเป็นเครื่องมือในการศึกษาค้นคว้า

บนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ หัวมุมถนนสามเสน เป็นที่ตั้งของ “สำนักงานหอสมุดแห่งชาติ” อาคารทรงไทยสูง 5 ชั้น ที่เติมเสน่ห์ให้กับอาณาบริเวณท่าวาสุกรี ให้มีเสน่ห์แห่งองค์ความรู้ยาวนานมาเกือบ 50 ปี

จะว่าไปแล้ว “หอสมุดแห่งชาติ” เดิมริเริ่มตั้งขึ้นในพระบรมมหาราชวัง มีชื่อว่า "หอสมุดวชิรญาณ" ต่อมาได้ย้ายมาตั้งอยู่ข้างนอกประตูพิมานไชยศรี คือศาลาสหทัยสมาคม แต่การบริหารและการให้บริการของหอพระสมุดเป็นสมาคม และเป็นสโมสรสำหรับสมาชิกเท่านั้น ในปีพุทธศักราช 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปได้เสด็จทอดพระเนตรกิจการหอสมุดแห่งชาติอังกฤษและหอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส เมื่อเสด็จนิวัติพระนคร มีพระราชดำริว่า หอพระสมุดวชิรญาณที่ทรงร่วมกันจัดตั้งขึ้นนั้นเป็นหอพระสมุดสำหรับราชสกุล แม้จะก่อให้เกิดประโยชน์ในทางวิชาการความรู้ แต่ยังไม่กว้างขวาง เพราะส่วนมากเป็นสมาชิกและอยู่ในวงแคบ หากขยายกิจการหอพระสมุดออกไปให้เป็น หอสมุดสำหรับพระนคร เพื่อพสกนิกรจะได้แสวงหา ประโยชน์ต่างๆจะได้จากการอ่าน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งหอพระสมุดวชิรญาณ เป็นหอสมุดสำหรับพระนคร

จนกระทั่งในปี 2476 รัฐบาลจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นและมีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกำหนดให้หอพระสมุดสำหรับพระนคร มีฐานะเป็นกองหนึ่งในกรมศิลปากรเรียกว่า กองหอสมุดและได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อหอพระสมุดสำหรับพระนครเป็นหอสมุดแห่งชาติในเวลาต่อมา หอสมุดแห่งชาติได้พัฒนากิจการเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับมี ผู้ใช้บริการจำนวนมากจนถึง พุทธศักราช 2505 รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติและได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2509 ขยับขยายมาสร้างขึ้นบริเวณ”ท่าวาสุกรี”ในปี พ.ศ. 2509 เป็นอาคารใหญ่สูง 4 ชั้น

ปัจจุบันได้ขยายการบริการค้นคว้าออกไปมาก เช่น หอพระสมุดวชิรญาณ ซึ่งอยู่ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ใช้เป็นสถานที่เก็บศิลาจารึกและตู้พระธรรม ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตร ห้องหนังสือโบราณศูนย์นราธิป เพื่อการวิจัย ทางสังคมศาสตร์ ห้องโสตทัศนวัสดุสุนทราภรณ์ นอกจากนี้ยังมีบริการฉายภาพยนตร์สารคดี และจัดอภิปรายที่ห้องประชุมหอสมุดฯ และนิทรรศการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเป็นประจำ เปิดบริการให้ใช้ห้องสมุดเวลา 9.30-19.30 น. ทุกวัน เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

สำหรับกิจกรรมที่สำคัญของหอสมุดแห่งชาติจัดบริการแก่ประชาชน โดยพิจารณาผู้ใช้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็กและเยาวชน และ กลุ่มผู้ใหญ่ แยกบริการ เป็น 2 รูปแบบ คือ บริการและกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และแสวงหาความรู้โดยตรง ได้แก่ การแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ เล่านิทาน เล่าเรื่องจากหนังสือ และแนะแนวการอ่าน ส่วนอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นกิจกรรมที่ผสมผสานในรูปของสาระบันเทิงได้แก่ การเล่น การแสดง เพื่อส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมในโอกาสพิเศษอีกด้วย
 
พิมพ์หน้านี้
   

Untitled Document
(c) 2008 Siamturakij media Co.,Ltd. All rights reserved.
  คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคล | ข้อกำหนดการใช้ | ลงโฆษณาบนไซต์นี้  E-mail : webmaster@siamturakij.com